เสียงของเจซีที่เคยนุ่มนวลกลับกลายเป็นเย็นเยือกจนน่าขนลุก เขาชูวัตถุสีดำขนาดจิ๋วขึ้นระดับสายตา แสงไฟนีออนจากเพดานลานจอดรถสะท้อนลงบนผิวโลหะมันปลาบของเครื่องดักฟัง ราวกับตอกย้ำความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ใต้ความหรูหรา
“พี่พอจะนึกออกหรือยังครับ... ว่าใครที่อยากรู้เรื่องของพี่กับแอนนาเบลขนาดนี้”
"พี่ว่าสิ่งที่เขาอยากรู้...ไม่น่าจะใช่ลูกสาวพี่"
เบลล่าจ้องมองวัตถุชิ้นนั้นด้วยแววตาสั่นระริก ลมหายใจหอบถี่ของเธอสะท้อนถึงความสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก ความรู้สึกปลอดภัยที่เคยมีมาตลอดสิบปีพังทลายลงเพียงแค่วินาทีที่เห็นสิ่งนี้ เธอกอดอกตัวเองแน่น ราวกับพยายามจะรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับคืนมา
“พี่... พี่ไม่รู้เลยจริง ๆ เจซี ว่าใครกล้าเอาอะไรมาใส่ในรถพี่” เธอพึมพำ เสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
“สัปดาห์ก่อนวันเกิดแอนนา พี่แทบไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากที่ทำงานกับบ้าน... "
"อ้อ มีวันหนึ่งที่พี่ออกไปข้างนอกกับเมอร์ลิน แต่ยัยนั่นเป็นเลขาพี่มาตั้งกี่ปี เธอจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”
เจซีขยับก้าวเข้าหาเธอเพียงนิด ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้เบลล่าสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันเป็นความห่วงใยที่ไม่ได้ผ่านคำพูด แต่มันสัมผัสได้จากสายตาคมกริบที่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเมื่อจ้องมองเธอ
“พี่เบลครับ...” เจซีเรียกชื่อเธอเบา ๆ มือหนาเอื้อมไปแตะที่ต้นแขนของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะช่วยพยุงไม่ให้เธอล้มลง
“ผมไม่อยากให้พี่ระแวงคนรอบข้างโดยไม่มีหลักฐาน"
"แต่ในโลกของธุรกิจและผลประโยชน์ ความไว้ใจมันอันตรายกว่าที่พี่คิดนะครับ”
“แล้วเธอสงสัยใคร เธอถึงได้เจาะจงมาตรวจรถพี่ขนาดนี้” เบลล่าเงยหน้าสบตาเขา
แววตาของเธอเต็มไปด้วยคำถาม เจซีนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เขาตัดสินใจบอกสิ่งที่เขาเห็นและเก็บงำไว้ตั้งแต่วันงานเลี้ยง
“คืนวันเกิดแอนนาเบล... หลังจากที่ผมลาทุกคนกลับ พี่รู้ไหมว่าผมเห็นอะไร” เขาเว้นจังหวะ สายตาจริงจังขึ้นจนเบลล่าต้องตั้งใจฟัง
“ผมเห็นรถของแอนดริวจอดซุ่มอยู่ตรงมุมมืดหน้าบ้านพี่"
"เขาจอดนิ่งอยู่นานเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง และเขาก็ไม่ยอมไปไหนจนกระทั่งผมขับรถออกไป"
"ท่าทางของเขาไม่ใช่คนที่จะมาอวยพรวันเกิดลูกสาวด้วยความบริสุทธิ์ใจแน่ ๆ ครับ” เบลล่ารู้สึกเนื้อตัวชาไปทั้งตัว
“แอนดริวเหรอ แต่เขาไม่มีกุญแจรถพี่นะ เขาจะเข้ามาได้ยังไง...”
“คนเราถ้ามันจนตรอกและมีความแค้นบังตา มันหาทางเข้าจนได้แหละครับ หรือไม่ก็...” เจซีปรายตาไปด้านบนที่โต๊ะของเมอร์ลินเพิ่งเดินหายเข้าไป
“เจซี... นายกำลังจะบอกว่าเมอร์ลินร่วมมือกับแอนดริวงั้นเหรอ” เบลล่าส่ายหน้าอย่างไม่ยากจะเชื่อ
“เธอเห็นแอนนาเบลมาตั้งแต่เด็กนะ เธอจะทำร้ายพวกเราได้ลงคอเชียวหรือ”
“พี่เบลฟังผมนะ” เจซีคว้ามือทั้งสองข้างของเธอมากุมไว้แน่น
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาซึมผ่านเข้าสู่หัวใจที่กำลังสั่นกลัวของเธอ
“ผมไม่ได้ขอให้พี่เชื่อผมตอนนี้ แต่ผมขอให้พี่ระวังตัว..."
"อย่าไว้ใจใครเกินไป แม้แต่คนที่พี่คิดว่ารู้จักเขาดีที่สุด”
แววตาของเจซีฉายชัดถึงความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มันไม่ใช่แค่ความห่วงใยของเพื่อนของลูกสาว แต่มันคือความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะกางปีกปกป้องผู้หญิงตรงหน้าจากอันตรายทุกอย่าง
“ทำไมต้องทำขนาดนี้เจซี” เบลล่าถามเสียงแผ่ว
“ทำไมนายต้องเอาตัวมาเสี่ยงกับเรื่องเน่า ๆ ในครอบครัวพี่ด้วย”
เจซีไม่ตอบคำถามนั้นตรง ๆ แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหวของเธอ
“เพราะผมทนเห็นพี่เจ็บปวดไม่ได้... และผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายสิ่งที่พี่สร้างมา"
"ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นพ่อของลูกพี่ก็ตาม”
เบลล่านิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยปิดตายมานานกลับเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว สับสน และ... อบอุ่นอย่างประหลาดในอ้อมกอดทางสายตาของเด็กหนุ่มที่เธอเคยคิดว่า ‘ไม่มีอะไร’
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์ของความห่วงใย เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางประตูลิฟต์ก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเมอร์ลินที่เดินหน้าตื่นเข้ามา
เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามาทุกที ทำให้เบลล่าพยายามจะผลักอกเจซีออกด้วยความตกใจ แต่เด็กหนุ่มกลับกระชับอ้อมกอดที่ไหล่ของเธอให้แน่นขึ้น ดวงตาคมกริบของเขาเหลือบไปเห็นเงาของ เมอร์ลิน ที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาจากโถงลิฟต์
"เล่นตามน้ำนะครับพี่เบล... เชื่อใจผม" เจซีกระซิบชิดใบหูจนเธอขนลุกซู่
วินาทีที่เมอร์ลินก้าวพ้นหัวมุมมาเห็นภาพประธานสาวสวยสง่ากำลังยืนอิงแอบอยู่ในวงแขนของเด็กหนุ่มรุ่นลูกท่ามกลางลานจอดรถที่ลับตาคน เลขาสาวถึงกับชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"คะ...คุณเบลล่า ริน...เอ่อ ดิฉันเอาเอกสารด่วนมาให้เซ็นค่ะ ไม่นึกว่าคุณเบลล่าจะอยู่ตรงนี้" เมอร์ลินละล่ำละลักบอก พลางลอบมองมือของเจซีที่ยังวางอยู่บนบ่าของเบลล่าอย่างไม่วางตา
เจซีแสร้งทำเป็นตกใจเล็กน้อยก่อนจะรีบปล่อยมือออกอย่างลนลาน (แบบจงใจให้ดูพิรุธ) เขาปรับสีหน้าเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังมีความรักจนปิดไม่มิด รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าขณะที่เขาหันไปมองเบลล่าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วย "ความลับ"
"อ้าว...เลขาของพี่เบลมาพอดีเลยครับ" เจซีเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงระรื่น
"พอดีผมกำลัง... อ้อนให้พี่เบลยอมไปดูที่ดินผืนใหม่กับผมอยู่พอดีเลยครับ พี่เบลใจแข็งจัง"
เบลล่าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เธอรวบรวมทักษะการแสดงระดับประธานบริหารส่งยิ้มบาง ๆ ที่ดูขัดเขินให้กับเมอร์ลิน
"พอดีเจซีเขามีโปรเจกต์น่าสนใจมาเสนอนะ... พี่อยากขยายคลังสินค้าอีกคลังนึง" เมอร์ลินพยักหน้าแกน ๆ พยายามเก็บอาการอยากรู้อยากเห็น
"อ๋อ... ค่ะ ที่ดินผืนไหนเหรอคะคุณเจซี เห็นคุณเบลล่าดูเครียด ๆ เมื่อกี้"
"ก็ผืนที่ติดกับคลังสินค้าไงครับพี่ริน" เจซีแสร้งทำเป็นหลุดปาก
"ที่ที่พี่เบลบอกว่าจะใช้เป็นที่ซ่อน... เอ๊ย ที่เก็บสินค้าล็อตพิเศษมูลค่าห้าร้อยล้านที่กำลังจะเข้าอาทิตย์หน้านี้ไงครับ" เบลล่าแสร้งทำเป็นถลึงตาใส่เจซี
"เจซี พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้แต่คนในบริษัท"
ภาพการต่อว่าที่ดูเหมือน "คนกันเอง" ยิ่งทำให้เมอร์ลินปักใจเชื่อว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลย และที่สำคัญ... เธอเพิ่งได้ "ข้อมูลใหญ่" เรื่องสินค้าห้าร้อยล้านไปบอกแอนดริว