ภายในห้องครัวที่แสงไฟสลัวส่องกระทบพื้นหินอ่อนจนเกิดเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยว เบลล่ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ลมหายใจอุ่น ๆ ของเจซีที่รดรินอยู่ตรงซอกคอทำให้เธอสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปลายนิ้วหยาบโรยของชายหนุ่มรุ่นลูกยังคงลากไล้อยู่บนผิวเนียนละเอียดตรงช่วงเอวคอดผ่านผ้าซาตินบางกริบ
‘หยุดเดี๋ยวนี้เบลล่า... เขาคือเพื่อนของลูกสาวเธอ’ เสียงเตือนในใจของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เมื่อเทียบกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงปะทะกับแผ่นอกกว้างของเจซี
“เจซี... ปล่อยน้าเถอะ แอนนาเบลกำลังรออยู่ข้างนอก” เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า พยายามจะขยับกายหนี แต่กลับกลายเป็นการเบียดเสียดร่างกายเข้าหาความแข็งแกร่งของเขามากขึ้นไปอีก
เจซีหัวเราะในลำคอเบาๆ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากลมหายใจของเขาทำให้เธอรู้สึกมึนเมาโดยไม่ต้องดื่ม
“พี่กลัวแอนนาเบลรู้... หรือกลัวว่าตัวเองจะชอบสิ่งที่ผมกำลังทำกันแน่ครับ”
เขาไม่เพียงแค่พูด แต่กลับโน้มหน้าลงมาฝังจมูกโด่งเข้ากับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นน้ำหอม Niche ที่ผสมกับกลิ่นกายสาวที่สุขงอมของเบลล่าอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนๆ แตะสัมผัสติ่งหูของเธอเบาๆ จนเบลล่าเผลอครางออกมาในลำคอ มือเรียวสวยที่ตอนแรกตั้งใจจะผลักอกเขาออก กลับเปลี่ยนเป็นขยำเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของเขาจนยับยู่ยี่
เสียงฝีเท้าที่เดินมุ่งตรงมายังห้องครัวทำให้เบลล่าได้สติเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้า เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักเจซีออกห่างอย่างแรงจนแผ่นหลังของเขาไปกระแทกกับเคาน์เตอร์ครัวอีกฝั่ง
“แม่คะ อยู่ในนี้หรือเปล่า” เสียงของแอนนาเบลดังใกล้เข้ามาทุกที
เบลล่ารีบจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยและเส้นผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็วระดับมืออาชีพ เธอหันไปถลึงตาใส่เจซีที่กำลังยิ้มอย่างผู้ชนะ พลางทำปากขยับบอกเขาว่า ‘เงียบซะ’
“แม่จัดเครื่องดื่มอยู่น่ะจ๊ะแอนนา เข้ามาสิ” เบลล่าฝืนยิ้มที่คิดว่าดูเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
แอนนาเบลเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสดใสแต่กลับชะงักเมื่อเห็นเจซีอยู่ภายในห้องด้วย
“อ้าว เจซีนายมาทำอะไรในนี้เหรอ เรานึกว่าเจซีกลับไปแล้วซะอีก”
“เจซีเขาเข้ามาช่วยแม่ถือขวดไวน์น่ะจ๊ะ พอดีขวดมันหนัก” เบลล่าชิงตอบก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดอะไรพิเรนทร์ออกมา
สายตาของแอนนาเบลมองสลับไปมาระหว่างแม่กับเพื่อนสนิท เธอรู้สึกถึงบรรยากาศบางอย่างที่แปลกประหลาด กลิ่นน้ำหอมของเจซีที่อบอวลอยู่รอบตัวแม่เธอมันดูเข้มข้นจนผิดสังเกต แต่ด้วยความไร้เดียงสา เธอจึงไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้ง
“อ๋อ... ขอบใจนะเจซี งั้นเราไปตัดเค้กกันเถอะ ทุกคนรออยู่”
ความตึงเครียดในครัวยังไม่ทันจางหาย เมื่อทั้งสามเดินออกมายังโถงจัดเลี้ยง เสียงประตูบ้านที่ถูกกระแทกเปิดอย่างแรงก็ทำให้เพลงในงานหยุดชะงัก ชายร่างสูงในชุดสูทสีเทาที่ดูยับย่นก้าวเข้ามาด้วยท่าทางโอหัง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิตที่เหลวแหลก ‘แอนดริว’ อดีตสามีที่เลิกรากับเบลล่าไปนานกว่าสิบปี... คนที่เธอพยายามลืมไปจากความทรงจำที่สุด
เบลล่ารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ มือที่เคยถือแก้วแชมเปญสั่นสะท้านจนน้ำสีทองเกือบกระฉอก เธอจำได้ดีถึงสายตาที่มองเธอเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งตลอดสิบปีที่อยู่ด้วยกัน
“แอนดริว... คุณมาที่นี่ทำไม”
“งานวันเกิดลูกสาวทั้งที พ่ออย่างผมจะพลาดได้ยังไงล่ะเบลล่า” แอนดริวแสยะยิ้ม สายตากวาดมองไปรอบคฤหาสน์หรูด้วยความริษยา ก่อนจะหยุดลงที่ตัวเบลล่า
“โอ้โฮ... 18 ปีผ่านไป คุณยังสวยสะพรั่งเหมือนเดิมเลยนะ เมียรัก ดูแลตัวเองดีจริง ๆ หรือว่ามีเด็กช่วยดูแลล่ะ”
เจซีที่ยืนอยู่ด้านหลังกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคมคายจ้องมองแอนดริวประหนึ่งเป็นเหยื่อที่เขาพร้อมจะทึ้งคอทิ้งได้ทุกเมื่อ เขารับรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือ ‘ขยะ’ ที่เคยทำลายชีวิตผู้หญิงที่เขารัก
“เราหย่ากันขาดแล้วแอนดริว ที่นี่บ้านของฉัน ออกไปก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจ” เบลล่าเชิดหน้าขึ้นอย่างนางพญา พยายามข่มความกลัวไว้ภายใต้ท่าทางที่สง่างาม
“ใจเย็น ๆ สิเบลล่า ผมแค่มาทวงสิทธิ์ของพ่อคืนมา... "
"หรือคุณอยากให้ผมประกาศกลางงานนี้ล่ะว่าบริษัทของคุณความจริงมันยังติดชื่อผมอยู่” แอนดริวก้าวเข้าหาเธออย่างคุกคาม แต่ก่อนที่จะถึงตัวเบลล่า ร่างสูงใหญ่ของเจซีก็ขยับมาขวางหน้าไว้ทันที
“ออกไปครับอา... ก่อนที่ผมจะทำให้คุณออกจากงานนี้ไปแบบไม่สง่างาม” เจซีเอ่ยเสียงเย็นจัด สายตาของเขาจ้องเขม็งจนแอนดริวต้องชะงักเท้า
บรรยากาศในโถงหรูที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บัดนี้กลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของเบลล่า แอนดริวก้าวยาว ๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าที่เริ่มทรุดโทรมของเขาทำให้เบลล่ารู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับไปในห้องมืดที่เธอเคยถูกขังไว้เมื่อสิบปีก่อน
“จะไล่กันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเบลล่า” แอนดริวแค่นหัวเราะ พลางกวาดสายตามองโคมระย้าคริสตัลมูลค่าหลักล้านเบื้องบน
“ลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนที่คุณหอบลูกหนีผมไป"
"คุณไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อนมให้แอนนาเบลด้วยซ้ำ"
"แต่ดูตอนนี้สิ... เสื้อผ้าแบรนด์เนม บ้านหลังใหญ่โต หรือแม้แต่ผิวพรรณที่ดูเต่งตึงขึ้นแบบนี้..."
"ได้มาจากหยาดเหงื่อของผมทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง”
เบลล่าเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธปนความเจ็บปวดที่ถูกขุดรากถอนโคนขึ้นมาประจานต่อหน้าแขกเหรื่อ
“ถ้าเงินที่คุณพูดถึง มันคือเงินที่คุณเอาไปผลาญกับบ่อนพนันจนหมดต่างหากแอนดริว"
"ฉันสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของฉันเอง หลังจากที่คุณทิ้งเราไปพร้อมกับหนี้สินก้อนโต”
“สร้างด้วยมือ... หรือสร้างด้วยตัวกันแน่ล่ะ” แอนดริวแสยะยิ้มกว้างขึ้น เขาขยับเข้าไปใกล้เบลล่าจนเธอได้กลิ่นเหล้าราคาถูกผสมกลิ่นบุหรี่ที่น่าสะอิดสะเอียน
“จำได้ไหมคืนที่ผมเมาแล้วคุณมาร้องไห้อ้อนวอนขอให้ผมหยุด..."
"คืนนั้นคุณดูน่าเวทนาแค่ไหน แต่ตอนนี้คุณกลับยืนเชิดหน้าทำตัวเป็นผู้ดีแปดสาแหรก ลืมรสชาติฝ่ามือของผมไปแล้วงั้นสิ”
คำพูดจาบจ้วงนั้นเหมือนแส้ที่ฟาดลงบนกลางใจ เบลล่าหลับตาลงแน่นร่างทั้งร่างสั่นเทาจนเห็นได้ชัด ภาพจำในอดีตที่เธอถูกเขาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจไหลย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ มือเรียวสวยที่ถือแก้วแชมเปญสั่นจนน้ำสีทองกระฉอกรดหลังมือขาวผ่อง แต่เธอเจ็บจนแทบไม่รู้สึก
“หยุดพูดนะแอนดริว... แล้วออกไปสะ” เธอเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่ตีบตัน
ใบหน้าสวยที่เคยนิ่งสงบดุจนางพญา บัดนี้เริ่มปรากฏรอยร้าวแห่งความอ่อนแอ แววตาของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย ไม่ใช่เพราะความเสียใจที่มีต่อเขา แต่เพราะความสมเพชในชีวิตอดีตที่เธอเคยยอมให้ผู้ชายคนนี้เหยียบย่ำ
“ทำไม รับความจริงไม่ได้เหรอ” แอนดริวไม่ยอมหยุด เขาหันไปมองแอนนาเบลที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง
“แอนนาเบลลูกรัก... รู้ไหมว่าแม่ของลูกเคยเป็นแค่ผู้หญิงตัวเปล่า"
"ที่พ่อเก็บมาเลี้ยงดูเหมือนหมาข้างถนน ถ้าไม่มีพ่อคนนี้"
"ลูกก็คงไม่มีวาสนามานั่งจัดงานวันเกิดหรู ๆ แบบนี้หรอก”
“คุณมันไม่ใช่พ่อ... คุณมันคือปีศาจ” เบลล่าหวีดร้องออกมา ความอดทนสุดท้ายของเธอขาดผึง เธอทิ้งแก้วแชมเปญลงบนพื้นจนแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ เช่นเดียวกับศักดิ์ศรีของเธอที่ถูกเขาขยี้ลงกับพื้นคฤหาสน์ต่อหน้าทุกคน
เจซีที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างหลัง เห็นทุกริ้วรอยความเจ็บปวดบนใบหน้าของเบลล่า เขาเห็นริมฝีปากที่สั่นระริก เห็นมือที่ขยำชายกระโปรงจนยับเยิน และเหนือสิ่งอื่นใด เขาเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกที่แข็งแกร่งของเธอ
หัวใจของเด็กหนุ่มรุ่มร้อนประหนึ่งถูกไฟเผา เขาไม่รอช้าที่จะก้าวเข้ามาบังร่างของเบลล่าไว้ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในขั้วโลก
“ถ้าคุณยังไม่หุบปากสกปรก ๆ นั่น... ผมจะทำให้คุณไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีกเลยตลอดชีวิต”
แอนดริวชะงักไปเมื่อสบตาความตายที่แฝงอยู่ในดวงตาของเจซี แต่เขากลับหัวเราะกลบเกลื่อน
“โอ้... ปกป้องจังเลยนะแม่หม้ายกับหนุ่มน้อย"
"มีอะไรกันลึกซึ้งขนาดไหนแล้วล่ะเบลล่า ถึงได้จ้างเด็กมาคอยกัดคนอื่นแบบนี้”
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวของเบลล่าฟาดลงบนใบหน้าของแอนดริวสุดแรงเกิด แรงเหวี่ยงนั้นทำให้หน้าของเขาหันไปตามแรงปะทะ หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบแก้มสวย
“ออกไป... อย่าให้ฉันต้องโทรเรียกตำรวจมาจับคุณที่นี่ แอนดริว”
เสียงตบนั้นดังสนั่นไปทั่วห้องโถง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด และรอยนิ้วมือสีแดงฉานบนใบหน้าของผู้ชายที่เคยทำลายชีวิตเธอ