บทที่ 7 : คนสนิท
เสียงพิมพ์งานที่เคยเป็นจังหวะสม่ำเสมอในแผนกหน้าห้องประธานบริหารเริ่มติดขัด เมื่อ เมอร์ลิน เลขาสาวคนสนิท ลอบมองบานหน้าต่างที่ม่านบานเกร็ดปิดไม่หมด เด็กหนุ่มที่เข้าไปนานนับชั่วโมง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยแกมริษยา
เธอทำงานกับเบลล่ามานาน รู้ดีว่าเจ้านายสาวไม่เคยอนุญาตให้ "เด็กคราวลูก" คนไหนเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวขนาดนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ เมอร์ลิน อยู่ไม่สุข ไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาว... แต่มันคือ "อำนาจ หน้าที่" ที่เด็กหนุ่มคนนี้กำลังได้รับ
ภายในห้องทำงาน เบลล่าจ้องมองเจซีที่กำลังอธิบายแผนผังคลังสินค้าผ่านหน้าจอโฮโลแกรมอย่างตั้งใจ ความฉลาดและวิสัยทัศน์ของเขาทำให้นักธุรกิจอย่างเธอเริ่มทึ่งมากกว่าแค่หลง
“ถ้าพี่อนุมัติ บ่ายนี้เราไปที่คลังสินค้ากันครับ ผมต้องการติดตั้งตัวรับสัญญาณเซนเซอร์ใหม่ที่จุดกระจายสินค้า” เจซีเอ่ยพลางขยับปกเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อยจนเห็นสร้อยคอเงินแท้ที่ดูดุดัน
“เธอรู้ใช่ไหมเจซี... ว่าถ้าแผนนี้พลาด ฉันจะสูญเสียความเชื่อมั่นจากบอร์ดบริหารทันที” เบลล่าจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา
“ผมไม่เคยทำให้ผู้หญิงของผมต้องผิดหวังครับ... โดยเฉพาะผู้หญิงที่ผมตั้งใจจะครอบครองทั้งตัวและหัวใจ”
คำพูดนั้นทำให้เบลล่าต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความประหม่า เธอหยิบกระเป๋าถือแล้วเดินนำออกไป ทิ้งให้เจซียิ้มกริ่มเดินตามหลังมาติด ๆ เมื่อรถเบนท์ลีย์ของเบลล่าเคลื่อนออกจากตึกสำนักงานใหญ่ มุ่งหน้าสู่คลังสินค้าชานเมือง เมอร์ลิน ที่ยืนมองอยู่หลังม่านกระจกก็รีบกดโทรศัพท์รายงานพิกัดทันที
โกดังสินค้าในเครือแอนนาเบล
ภายใต้หลังคาเมทัลชีทขนาดมหึมาของคลังสินค้าหลักในเครือ "แอนนาเบลกรุป" บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น และกลิ่นอับชื้นของกระดาษลัง เสียงโฟล์กลิฟต์แล่นขวักไขว่สลับกับเสียงตะโกนสั่งงานของหัวหน้าคนงาน เป็นสัญญาณของความเร่งรีบในระดับสูงสุด
เบลล่า ในชุดสูทสีขาวที่ตอนเช้าดูสง่างามดุจนางพญา บัดนี้กลับดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดซึมตามไรผมและซอกคอขาวผ่อง เธอถือแท็บเล็ตในมือข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งคอยชี้สั่งการลูกน้องให้จัดเรียงพาเลทสินค้าตามออเดอร์ของลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องรีบส่งออกภายในเย็นวันนี้
“ระวังหน่อย กระเบื้องล็อตนี้ห้ามกระแทกเด็ดขาด ถ้าแตกแม้แต่แผ่นเดียว ฉันจะหักเงินเดือนพวกเธอให้หมด” เสียงของเบลล่าแหบพร่าแต่ยังคงทรงอำนาจ เธอเดินตรวจตราความเรียบร้อยอย่างละเอียด ไม่ยอมให้มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย
ออเดอร์ครั้งนี้มีความสำคัญมาก มันคือบทพิสูจน์ว่าเธอสามารถคุมระบบโลจิสติกส์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบใหม่ของเจซี (ที่เธอเพิ่งเซ็นอนุมัติไป) เบลล่าทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดลงไปกับการทำงาน จนลืมเวลาและลืมความร้อนอบอ้าวที่กำลังแผดเผาร่างกายของเธอ
จนช่วงบ่ายเธอกลับเข้าไปในห้องทำงานของเธอที่คลังสินค้า เบลล่าคิดว่าเจซีกลับไปแล้ว หลังจากที่เขาช่วยตรวจเช็กระบบของที่นี่ตอนที่มาพร้อมกัน แต่เธอบอกให้เขากลับไปพักผ่อนเพราะที่นี่ร้อนและสกปรกเกินกว่าที่เด็กหนุ่มเจ้าสำอางอย่างเขาจะทนไหว
แต่ทว่า... ในมุมมืดของล็อกเก็บสินค้าโซน C ร่างสูงใหญ่ของเจซียังคงยืนซุ่มมองเธออยู่ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองผู้หญิงตัวคนเดียวที่กำลังทำงานเกินกำลังด้วยความห่วงใยแกมเทิดทูน เขาเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตาคู่สวย เห็นไหล่ที่ล้าลงเล็กน้อย และเห็นเหงื่อที่ไหลรินลงมาตามใบหน้าลงไปตามลำคอ มันเป็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเป็นห่วงและความปรารถนา
"พี่เบล... พี่จะดื้อไปถึงไหน ทำไมต้องให้ตัวเองลำบากขนาดนี้" เจซีพึมพำกับตัวเอง มือหนากำหมัดแน่น เขาไม่อาจทนเห็นเธอเหนื่อยล้าไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
เบลล่าที่ลืมของไว้หลังจากไปที่ห้องทำงาน เธอเดินออกมาอีกครั้งในล็อกเก็บสินค้าโซน C เพื่อตรวจเช็กสต๊อกปูนซีเมนต์ล็อตสุดท้าย ความเงียบเชียบในโซนนี้ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอพิงหลังกับกองกระสอบปูน หลับตาลงเพื่อพักสายตาชั่วคราว ความร้อนอบอ้าวทำให้เธอรู้สึกมึนงงและหายใจไม่ออก
กึก...
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ทำให้เบลล่าลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เธอมองเห็นร่างสูงใหญ่ของเจซีเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ แสงไฟสลัวจากด้านบนส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาของเขาจนดูดุดันและมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
“เจซี... เธอ... เธอยังไม่กลับเหรอ” เบลล่าเอ่ยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
เจซีไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มี กลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนดิบเถื่อนผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ จนเบลล่ารู้สึกเหมือนกำลังจะละลาย
“ผมกลับไม่ลงหรอกครับ... ถ้าเห็นพี่เหนื่อยขนาดนี้” เจซีกระซิบข้างหูเธอ
เสียงของเขาแหบพร่าและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาโน้มหน้าลงมาจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสแก้มของเธอ เจซีแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาเชยคางมนของเธอขึ้นช้า ๆ สายตาจดจ้องที่ริมฝีปากสีแดงก่ำที่เธอเพิ่งทามาเมื่อเช้า... มันดูยั่วยวนจนเขาแทบคลั่ง
“พี่รู้ไหมครับ... ว่าพี่ในชุดสูทสีขาวเนี่ย พี่ดูน่ากินแค่ไหนเวลาที่เหงื่อไหลซึมออกมาแบบนี้”
เขาไม่เพียงแค่พูด แต่กลับโน้มหน้าลงมาฝังจมูกโด่งเข้ากับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นน้ำหอม Niche ที่ผสมกับกลิ่นกายสาวที่สุกงอมของเบลล่าอย่างหิวกระหาย เจซีหัวเราะในลำคอเบา ๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวรุ่นพี่ เขาไม่ได้รุกรานเธอด้วยสัมผัสจาบจ้วงอย่างที่เบลล่าคาดการณ์ไว้ในตอนแรก แต่มือหนากลับเอื้อมไปหยิบ "ผ้าเย็น" ที่เขาแอบเตรียมมาจากถังน้ำแข็งด้านนอกขึ้นมา
"ใจเย็น ๆ ครับพี่เบล... ตัวพี่เหงื่อเต็มไปหมดแล้ว"
เขาใช้ผ้าเย็นจัดบรรจงแตะลงบนผิวเนื้ออ่อนตรงซอกคอ ความเย็นจัดที่ตัดกับไอร้อนระอุของร่างกายทำให้เบลล่าสะดุ้งเฮือกและเผลอครางออกมาในลำคอด้วยความสยิวซ่าน เจซีไม่ได้เช็ดแบบลวก ๆ แต่เขาค่อย ๆ ลากไล้ผ้าผืนนั้นอย่างเชื่องช้า ลากผ่านไหปลาร้าสวยลงมายังเนินอกรำไรที่โผล่พ้นขอบชุดทำงาน
เขากดเน้นผ้าเย็นลงบนจุดชีพจรที่เต้นระรัวของเธอ เช็ดวนไปมาจนหยดน้ำใส ๆ ไหลซึมลงไปตามร่องอก ความเย็นสลับร้อนส่งกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่างของเบลล่า มือเรียวสวยที่ตอนแรกตั้งใจจะผลักอกเขาออก กลับเปลี่ยนเป็นขยำเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยู่ยี่เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
"อื้อ... เจซี..." เบลล่าพึมพำเสียงพร่า ดวงตาคู่สวยปรือปรอยอย่างห้ามไม่อยู่
"ชู่ววว... เงียบสิครับ เดี๋ยวคนงานข้างนอกก็ได้ยินหรอก"
เขากระซิบเสียงแหบพร่าพลางใช้ผ้าเย็นเช็ดไล่ขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะใช้ปลายนิ้วโป้งคลึงวนเบา ๆ ที่จุดเดิมแทนที่ความเย็นนั้น สัมผัสที่ปลุกเร้าอารมณ์อย่างมีชั้นเชิงทำให้เบลล่ารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะละลายลงไปกองกับพื้นคลังสินค้า
ในวินาทีนั้น... นางพญาผู้แข็งแกร่งกลับพ่ายแพ้ให้กับการปรนนิบัติที่แสนอันตรายของเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างหมดรูป