ตอนที่ 9 : เครื่องดักฟัง

1424 Words
บรรยากาศยามค่ำคืนที่หน้าบ้านเบลล่า คืนที่เงียบสงัดมีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงเครื่องยนต์ของรถเบนท์ลีทที่ดับลง เบลล่า ก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเป เธอกำลังเก็บของบนรถเพื่อที่เอาเข้าบ้าน เธอเผลอคิดถึงเมื่อตอนบ่ายความเย็นจากผ้าผืนนั้นยังคงทิ้งความวาบหวามไว้บนผิวเนื้อ ขณะที่ เจซี ขับรถสปอร์ตตามมาจอดเทียบด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้โง่พอที่จะทิ้งให้เธอกลับมาเพียงลำพังในคืนที่พายุอารมณ์ยังไม่สงบ แต่สิ่งที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยก็คือ... เครื่องดักฟังจิ๋ว ที่ถูกแอบติดตั้งไว้ใต้เบาะรถกำลังทำงานอย่างซื่อสัตย์ ส่งสัญญาณเสียงสด ๆ ไปยังปลายทางที่แอนดริวกำลังนอนกกกอดกับชู้รัก เจซีเปิดประตูรถก้าวลงมา เขาเดินตรงมาหาเบลล่าที่ยืนเก็บของในรถ อยู่ท่ามกลางแสงไฟสีนวลหน้าประตูบ้าน แววตาของเด็กหนุ่มที่เคยขี้เล่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความจริงจังและหวงแหน “พี่เบล... พักผ่อนเถอะครับ วันนี้พี่เหนื่อยมากแล้ว” เจซีเอ่ยเสียงนุ่มพลางยื่นมือไปปัดไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าของเธออย่างเบามือ เบลล่ามองสบตาเขา หัวใจที่เคยแกร่งดุจหินผากำลังสั่นคลอนอย่างหนัก “ขอบใจนะเจซี... ที่ตามมาส่ง" "และเรื่องที่คลังสินค้า... น้า เอ้อ... พี่ขอบใจจริงๆ” “ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะดูแลพี่เอง” เจซีขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน “ไม่ว่าใครจะพยายามทำลายพี่ หรืออาณาจักรของพี่... พวกมันต้องข้ามศพผมไปก่อน” เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอ ประโยคที่ดูเหมือนจะบอกรักแต่กลับแฝงไปด้วยคำประกาศสงคราม ที่ไม่รู้เลยว่า มีใครบางคนที่กำลังฟังอยู่ผ่านเครื่องดักฟัง อีกฟากของสัญญาณเสียงความคลั่งของแอนดริว ในห้องพักของ แอนดริว เด้งตัวขึ้นจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงกระซิบนั้นผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับเครื่องดักฟัง มือของเขากำสมาร์ตโฟนแน่นจนสั่นแววตาแดงก่ำด้วยความแค้นและหึงหวง “ไม่ว่าใครจะพยายามทำลายพี่... พวกมันต้องข้ามศพผมไปก่อน” ประโยคสุดท้ายของเจซีที่เล็ดลอดเข้ามาในเครื่องดักฟัง “ไอ้เด็กนี่มันเป็นใคร มันกล้าดียังไงมาเรียกเบลล่าว่าพี่” แอนดริวคำรามลั่นห้อง เขาหันไปคว้าเมอร์ลิน ที่นอนอยู่ข้าง ๆ มาบีบไหล่แรงๆ “พรุ่งนี้เธอต้องสืบให้ได้ว่าไอ้เจซีนี่เป็นลูกเต้าเหล่าใคร" "ฉันจะไปลากคอมันออกมาตบหน้ากลางบริษัท” เมอร์ลินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแต่ในใจกลับสะใจ “ฉันบอกแล้วไงคะท่าน... ว่าพวกเขามีซัมติงกันจริง ๆ" "ท่านเห็นไหมคะ ว่าคุณเบลล่าที่แสนหยิ่งยโส ยอมให้เด็กคนนี้เข้าใกล้ขนาดไหน” แอนดริวไม่ฟังเสียง เขาเหวี่ยงโทรศัพท์ลงบนเตียงพลางคว้าขวดเหล้าขึ้นมากระดกราวกับคนบ้า “เบลล่า... คุณมันนางพญาตกสวรรค์จริง ๆ" "เลือกเด็กมาทำผัวแทนที่ผม... งั้นเตรียมตัวไว้เลย" "ทั้งบริษัท ทั้งไอ้เด็กนั่น ผมจะทำให้มันวอดวายไปพร้อมกัน” เจซีละสายตาจากใบหน้าสวยของเบลล่า เขาเหลือบมองเข้าไปในรถเบนท์ลีย์ครู่หนึ่งด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่สัมผัสได้ถึงความไม่ปกติ แต่เขายังนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร เขาสวมกอดเบลล่าหลวม ๆ เป็นการลา ริมฝีปากหนาเฉียดแก้มใสไปเพียงนิดเดียว “ฝันดีครับพี่เบล... แล้วเจอกันพรุ่งนี้ที่บริษัท” เบลล่าพยักหน้าแกน ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้เจซียืนมองเงาของเธอหายลับไปในความมืด เขาหันกลับมามองรถของเธออีกครั้งพลางขมวดคิ้ว "คงไม่มีอะไรในนั้นหรอกมั้ง" เจซีก้าวขึ้นรถสปอร์ตแล้วเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าทุกคำพูดและทุกการเคลื่อนไหวของเขาในค่ำคืนนี้ ได้ถูกบันทึกไว้เพื่อใช้เป็นอาวุธทำลายล้างในวันรุ่งขึ้น เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตของเจซีจางหายไป ความเงียบกริบกลับมาปกคลุมที่หน้าบ้านของเธออีกครั้ง เบลล่าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา เธอสัมผัสเบา ๆ ที่พวงแก้มตรงจุดที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่มเพิ่งเฉียดผ่านไป... มันยังคงร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก เธอก้าวเท้าเข้าบ้าน แวะหยิบถุงขนมเจ้าดังที่เธอตั้งใจแวะซื้อมาฝากลูกสาว แม้ร่างกายจะล้าจากงานและพายุอารมณ์ แต่หน้าที่แม่ยังคงมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เบลล่าเคาะประตูห้องนอนของลูกสาวเบา ๆ ก่อนจะผลักเข้าไป เห็นแอนนาเบลกำลังนอนขลุกอยู่บนเตียงท่ามกลางกองตุ๊กตาและมือถือคู่ใจที่ใส่หูฟังอยู่ ใบหน้าของเด็กสาวดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อคืน แต่แววตากลับมีความแง่งอนบางอย่างซ่อนอยู่ "แอนนา... หลับหรือยังลูกแม่ซื้อมาการองร้านโปรดมาฝาก" เบลล่าวางถุงขนมลงบนโต๊ะข้างเตียง พลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ลูกสาว "ยังค่ะแม่... ขอบคุณนะคะ" แอนนาเบลหยิบขนมขึ้นมาจิ้มกินคำเล็ก ๆ แต่แล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "แม่คะ... วันนี้เจซีดูแปลก ๆ ไปคะ" คำถามนั้นทำให้หัวใจของเบลล่ากระตุกวูบ เธอแสร้งทำเป็นจัดระเบียบหมอนเพื่อหลบสายตา "แปลกยังไงเหรอจ๊ะ เขาก็ดู... ปกติดีนี่" "ไม่ปกติเลยค่ะแม่ เมื่อเช้าตอนไปส่งแอนนาที่มหาวิทยาลัย เขาก็ดูใจลอย" "แถมพอแอนนาทวงของขวัญวันเกิด เขากลับบอกว่าลืมค่ะแม่" "ลืมได้ยังไง ปกติเจซีไม่เคยพลาดเรื่องสำคัญของแอนนาเลยนะคะ" เด็กสาวพรั่งพรูความอัดอั้น "แถมพักนี้เขาก็ชอบแวบไปไหนก็ไม่รู้ ทักไปก็ไม่ค่อยตอบ" "แอนนาว่าเขาต้องแอบมีสาวแน่ ๆ เลยค่ะแม่... " "แม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนยังไงคะ" เบลล่านิ่งอึ้งมือที่กำลังลูบผมลูกสาวชะงักไปครู่หนึ่ง คำถามที่แสนซื่อของลูกสาวเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจคนเป็นแม่ “เขาอาจจะ... งานยุ่งมั้งลูก" "เจซี ปีสี่ แล้วใช่ไหม" "ช่วงนี้ที่มหาวิทยาลัยน่าจะมีโปรเจกต์เยอะ” เบลล่าตอบเลี่ยง ๆ เสียงแผ่ว พยายามไม่สบตาลูกสาว เพราะกลัวว่าความประหม่าจะเผยพิรุธเรื่องที่ คนงานยุ่งพิ่งจะบุกไปทำคะแนนกับเธอถึงห้องทำงานเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน “จริงเหรอคะ เจซีเนี่ยนะจ๊ะงานยุ่งจนลืมหนู" "แต่อย่างว่าแหละค่ะ เขาเรียนเก่งจะตาย คงซุ่มทำรายงานตัวเป็นเกลียว...” แอนนาเบลขยับเข้ามากอดแขนแม่พลางถอนหายใจยาว "แม่คะ ถ้าเจซีมีแฟนจริง ๆ แอนนาจะอกหักไหมนะ" "หรือแอนนาควรจะโกรธเขาดีที่ลืมของขวัญแอนนาแต่กลับไปมีเวลาให้คนอื่น" เบลล่ามองใบหน้าที่ไร้เดียงสาของลูกสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น เธอโอบกอดลูกสาวไว้แน่นในหัวสมองตีกันยุ่งเหยิงระหว่างความถูกต้อง ในฐานะแม่ กับ ความปรารถนาที่เจซีเพิ่งจุดประกายขึ้นมา “แล้ว... เจซีเขาเคยแสดงท่าทีอะไรกับหนูบ้างไหมลูก” เบลล่าแสร้งถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เขาเคยบอกไหมว่าคิดยังไงกับหนู” “เขาก็บอกตลอดนะคะว่าให้เป็นเพื่อนกันค่ะ... แต่หนูก็ไม่เคยเห็นเขาสนใจใครคนอื่นเลยนะแม่” แอนนาเบลเงยหน้าขึ้นสบตาแม่ด้วยแววตาซื่อตรง “หนูเลยมั่นใจไงคะว่าถ้าวันหนึ่งเขาจะรักใคร คนคนนั้นก็น่าจะเป็นหนู... แม่ว่าจริงไหมคะ” คำถามที่ใสซื่อของลูกสาวเหมือนศรที่ปักลงกลางใจ เบลล่าทำได้เพียงลูบผมลูกสาวเบา ๆ โดยไม่กล้าตอบคำถามนั้น เพราะรู้ดีว่าคนอื่นที่เจซีกำลังทุ่มเทเวลาให้ในตอนนี้... แท้จริงแล้วคือตัวเธอเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD