เสียงส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นหยุดลงที่หน้าประตูห้องทำงานไม้โอ๊คสลักลายหรูหรา แผ่นหลังที่ตั้งตรงและเชิดหน้าขึ้นอย่างนางพญาของ เบลล่า ทำให้พนักงานที่เดินผ่านไปมาต้องก้มหัวทำความเคารพด้วยความยำเกรง เธอคือ "ตัวแม่" ที่ทุกคนต่างรู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มที่สง่างามนั้นคือความเฉียบขาดที่ไม่มีใครกล้าลองดี
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเบลล่า กาแฟแก้วโปรดได้แล้วค่ะ”
เมอร์ลิน เลขาสาวคนสนิทเดินตามเข้ามาพร้อมกับถาดกาแฟและ ช่อดอกไม้สีแดงเพลิง ขนาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนอบอวลไปทั่วห้อง กุหลาบสีแดงสดเหล่านั้นดูสวยงามแต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกคุกคามอย่างประหลาด
เบลล่าปรายตามองช่อดอกไม้ขณะวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงาน “ใครส่งมา”
“ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะคุณเบลล่า ทางร้านนำมาส่งให้เมื่อสิบนาทีก่อน แต่ไม่ได้แจ้งระบุชื่อผู้ส่งค่ะ แจ้งเพียงว่าเป็นความปรารถนาดีจาก ‘คนที่มองเห็นพี่เสมอ’ เท่านั้นค่ะ” เมอร์ลิน เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัย พลางจัดวางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะข้างแจกันแก้วเจียระไน
คำว่า ‘พี่’ ทำให้เบลล่าชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เพิ่งพยายามทำให้แข็งแกร่งกลับกระตุกวูบ ภาพเด็กหนุ่มที่เพิ่งเขียนโน้ตยั่วเย้าไว้ที่บ้านลอยเข้ามาในหัวทันที
‘เจซี... เธอเริ่มล้ำเส้นมาถึงที่นี่เลยเหรอ’
เธอยกกาแฟขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายใจ แต่รสชาติกาแฟที่เข้มข้นนุ่มลึกในวันนี้กลับทำให้เธอขมวดคิ้ว มันไม่ใช่รสชาติเดิมจากร้านประจำที่เธอสั่งทุกเช้า
“กาแฟนี่... ซื้อจากร้านเดิมหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะคุณเบลล่า พอดีตอนดิฉันกำลังจะไปซื้อ มีผู้ชายคนหนึ่งฝากกาแฟแก้วนี้มาให้ บอกว่าเป็นกาแฟสูตรพิเศษที่ชงมาเพื่อคุณเบลล่าโดยเฉพาะ... เห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าก็เลย...”
ยังไม่ทันที่ เมอร์ลิน จะพูดจบ ประตูห้องทำงานที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกดันเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจเกินกว่าจะเป็นแค่แขกทั่วไป หลังจากที่เขาไปส่งแอนนาเบลและเคลียร์ทุกอย่างที่มหาวิทยาลัยเสร็จ เจซีก็รีบบึ่งมาหาเบลล่าทันทีในชุดนักศึกษาที่ดูเนี้ยบกริบ
“รสชาติถูกปากไหมครับพี่เบล ผมตั้งใจปรับสมดุลความเข้มข้นให้เข้ากับความร้อนแรงของพี่ในเช้านี้โดยเฉพาะ”
เจซี ยืนกอดอกพิงกรอบประตูในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม สายตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอผ่านเลนส์แว่นกันแดดสีจางที่เขาเพิ่งถอดออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขาทำให้บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเย็นเยียบด้วยแอร์กลับร้อนฉ่าขึ้นมาทันที
เบลล่ามองสบตาเขาอย่างไม่ลดละ เธอวางแก้วกาแฟลงด้วยเสียงดัง กึก! ก่อนจะพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เลขาสาวออกไปจากห้อง เมื่อประตูถูกปิดลง ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและสงครามประสาทก็เข้าปกคลุมคนทั้งคู่
“เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไงเจซี ที่นี่คือบริษัท ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่เธอจะนึกอยากมาก็มา” เบลล่าเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ
เจซีก้าวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอช้า ๆ จนระยะห่างลดน้อยลง เขาก้มตัวลงเอามือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางพญาที่กำลังพยายามข่มเขาไว้ภายใต้มาดผู้บริหาร
“สำหรับผม... ที่ไหนที่มีพี่ ที่นั่นคือที่ที่ผมควรอยู่ครับ” เขากระซิบทัดใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมประจำกายของเขาผสมกับกลิ่นกุหลาบแดงมันช่างเป็นส่วนผสมที่อันตราย
“ดอกไม้สวยไหมครับ ผมเลือกสีแดง... เพราะมันเหมือนกับความรู้สึกของผมตอนนี้ที่มันเดือด จนหยุดไม่ได้เวลาคิดถึงพี่ในชุดนอนผ้าไหมเมื่อเช้า”
เบลล่าเม้มริมฝีปากแน่น ความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า เธอรู้ดีว่าคำขู่ของเด็กหนุ่มตรงหน้าเมื่อเช้าที่หน้ากระจกกำลังถูกท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว
“เป้าหมายของเธอ... จะพังพินาศเพราะความอวดดีของตัวเองนะเจซี”
“งั้นก็ลองดูครับพี่เบล... มาดูกันว่าระหว่าง อาณาจักรของพี่ กับ หัวใจของพี่ อะไรมันจะยอมพ่ายแพ้ให้ผมก่อนกัน”
บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเรือนหรูบนผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่หัวใจของเบลล่ากลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง พยายามรักษามาดนางพญาผู้กุมบังเ**ยนอาณาจักรวัสดุก่อสร้างไว้ให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะแผ่ซ่านรังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ออกมาจนล้นห้อง
“เลิกเล่นเป็นเด็กน้อยที่ตามหาแม่ได้แล้วเจซี” เบลล่าเอ่ยเสียงเรียบพลางเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าทำเป็นไม่สนใจ “ที่นี่คือบริษัท ฉันมีประชุมตอนสิบโมง และเธอก็ควรไปเรียน หรือไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่าการมานั่งชงกาแฟจีบผู้ใหญ่แบบนี้”
เจซีไม่สะทกสะท้าน เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่มาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางลงบนพนักพิงก่อนจะโน้มตัวลงมาจนกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนอบอุ่นและดิบเถื่อนวนเวียนอยู่ข้างใบหูของเธอ
“ผมไม่ได้มาเล่น ๆ ครับพี่เบล... และผมก็ไม่ได้มาแค่จีบ” เขาหยิบแท็บเล็ตส่วนตัววางลงบนโต๊ะข้างหน้าเธอ
“ผมมาเพื่อเสนอทางรอดให้กับโปรเจกต์คลังสินค้าอัจฉริยะที่พี่กำลังติดปัญหาเรื่องระบบโลจิสติกส์อยู่ตอนนี้”
เบลล่าชะงัก สายตาเหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ปรากฏโครงสร้างระบบจัดการสต๊อกสินค้าที่ซับซ้อนและล้ำสมัยกว่าที่ทีมวิศวกรของเธอเสนอมาหลายเท่า
“เธอไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน”
“ผมไม่ได้มีดีแค่หน้าตานะครับพี่เบล"
"ผมเรียนวิศวกรรมระบบและจัดการข้อมูล และผมแอบสืบมาว่าคู่แข่งของพี่กำลังจะตัดหน้าเซ็นสัญญากับซัพพลายเออร์รายใหญ่ในสัปดาห์หน้า"
"ถ้าพี่ไม่มีระบบที่เหนือกว่าไปเสนอ... อาณาจักรที่พี่สร้างมาอาจจะสั่นคลอนได้จริง ๆ”
เบลล่าหันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างที่ใกล้จนปลายจมูกแทบชนกันทำให้เธอเห็นประกายไฟในดวงตาของเด็กหนุ่ม
“แล้วเธอต้องการอะไร เงิน หุ้น หรือคำขอบคุณ”
เจซีหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาเอื้อมมือไปเชยคางมนของเธอขึ้นช้า ๆ สายตาจดจ้องที่ริมฝีปากสีแดงก่ำที่เธอเพิ่งทามาเมื่อเช้า
“เงินผมมีเยอะแล้วครับพี่เบล... หุ้นผมก็ไม่ต้องการ” เขากระซิบพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบา ๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธอจนเบลล่าเผลอหดเกร็ง
“สิ่งที่ผมต้องการคือ... ตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของพี่"
"ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลาหนึ่งเดือน ผมจะวางระบบให้พี่จนเสร็จ และปกป้องพี่จากขยะอย่างแอนดริวไปพร้อม ๆ กัน”
“เธอกำลังขอสิทธิ์ในการล้ำเส้นฉันนะเจซี” เบลล่าพยายามเอ่ยเสียงแข็ง แต่ลมหายใจที่รดรินกันอยู่นั้นกลับทำให้เธอแทบสิ้นสติ
“ผมไม่ได้ขอสิทธิ์ครับ... ผมกำลังเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่พี่ปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก” เจซีโน้มหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากกายสาว
“หนึ่งเดือนที่ผมจะอยู่เคียงข้างพี่ ทั้งในห้องทำงาน..."
"และในที่ที่พี่ต้องการผมมากกว่านี้ ถ้าผมทำไม่ได้ พี่จะไล่ผมออกไปจากชีวิตพี่ตลอดกาลก็ได้ ผมยอมเสี่ยง”
เบลล่านิ่งอึ้งไป สมองส่วนที่เป็นนักธุรกิจบอกว่าข้อเสนอนี้คือชัยชนะที่ขาวสะอาด แต่สมองส่วนที่เป็นผู้หญิงกลับเตือนว่าเธอกำลังก้าวลงไปในกับดักเสน่หาที่ไม่มีทางออก
“ว่าไงครับพี่เบล... จะรับข้อเสนอนี้กับผมไหม”
สายตาของเจซีจดจ้องที่เข็มกลัดบนอกเสื้อเธอ ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าต่อให้เธอจะพยายามหนี เขาก็จะเปรียบเสมือนเข็มกลัดชิ้นนี้ ที่จะปักหัวใจเธอไว้ และรั้งร่างเธอให้กลับมาสยบอยู่ในอ้อมแขนเขาจนได้