แสงแดดยามเช้าทอแสงอ่อน ๆ ผ่านม่านหมอกจาง ๆ กระทบกับรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของบ้านเบลล่า เสียงนกเจื้อยแจ้วไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสดใสขึ้นเลย หลังจากพายุอารมณ์เมื่อคืนทิ้งร่องรอยความบอบช้ำไว้ในใจของผู้อยู่อาศัย
เจซี มาถึงที่นี่ตั้งแต่เข็มนาฬิกายังไม่แตะเลขเจ็ด เขาไม่ได้นอนทั้งคืน ภาพน้ำตาของเบลล่าและสัมผัสที่ค้างคาในห้องครัววนเวียนอยู่ในหัวจนเขาต้องรีบบึ่งรถสปอร์ตคู่ใจมาที่นี่ ความเป็นห่วงมันล้นอกจนเขาไม่อาจรอให้ถึงเวลาสายได้
“อ้าว... เจซี มาทำไมแต่เช้าเนี่ย”
เสียงใสของ แอนนาเบล ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน เธออยู่ในชุดนักศึกษาเตรียมตัวไปเรียน ใบหน้าดูอิดโรยเล็กน้อยจากการร้องไห้เมื่อคืน แต่เธอก็พยายามยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนสนิท
“ก็... เป็นห่วงน่ะสิ” เจซีตอบเสียงเรียบ พยายามคุมสีหน้าไม่ให้ดูเลิ่กลั่ก
“เมื่อคืนเห็นแอนนาวิ่งขึ้นห้องไป แล้วก็เงียบไปเลย ทักแชทไปก็ไม่ตอบ เลยรีบมาดูว่าโอเคหรือเปล่า” แอนนาเบลชะงักไปเล็กน้อย แววตาไหววูบด้วยความตื้นตัน
“ขอบใจนะเจซี นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดจริงๆ ... เมื่อคืนเราช็อกน่ะ เรื่องพ่อน่ะ... ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำขนาดนั้น”
“ช่างมันเถอะ แอนนาอย่าไปคิดมากเลย” เจซีเอ่ยปลอบพลางกวาดสายตาเข้าไปในตัวบ้านอย่างมีความหมาย เพื่อมองหาใครสักคน
“แล้ว... คุณน้าหละ เป็นอะไรหรือเปล่า” เจซีเอ่ยถามแต่ไม่ให้แอนนาเบลสงสัย
“แม่ยังไม่ลงมาเลย เห็นว่าเมื่อคืนปวดหัวน่ะ... "
"เอ้อ เจซีมาเช้าแบบนี้ งั้นวันนี้ขับรถไปส่งเราที่มหาลัยหน่อยได้ไหม รถเรายางแบนน่ะ ลุงคนขับรถก็ลาพอดี”
เจซีอึ้งไปครู่หนึ่ง ใจจริงเขาอยากอยู่รอคุยกับเบลล่า แต่ถ้าปฏิเสธตอนนี้แอนนาเบลคงสงสัย
“ได้สิ... เดี๋ยวไปส่ง”
"ว่าแต่เธอจะไปเลยไหมหละ"
"อืม เดี๋ยวเราบอกแม่ก่อน"
“แม่ค่ะ เจซีมาหาค่ะ แอนนาจะไปเรียนกับเจซีนะคะ” แอนนาเบลตะโกนเรียกขึ้นไปยังชั้นบน
ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นที่บันไดวน จนเจซีต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง และนั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนลมหายใจหยุดชะงักไปชั่วขณะ
เบลล่า เดินลงมาในชุดนอนผ้าไหมซาตินสีแชมเปญ เนื้อผ้าลื่นละเอียดแนบไปกับส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ยังคงเป๊ะปังราวกับสต๊อปเวลาไว้ แม้จะมีเสื้อคลุมไหมพรมบาง ๆ สวมทับไว้อีกชั้น แต่มันก็ไม่ได้ช่วยปกปิดความเย้ายวนได้เลย เพราะเนื้อผ้านั้นบางเบาจนเห็นเงาร่างลาง ๆ ภายใต้แสงแดดที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามา ผมยาวสลวยของเธอปล่อยสยายยุ่งเหยิงเล็กน้อยแบบคนเพิ่งตื่น ใบหน้าสดใสไร้เครื่องสำอางกลับดูละมุนตาและน่าทะนุถนอมจนเจซีแทบคลั่ง
“อ้าว... เจซี มาแต่เช้าเชียว” เบลล่าเอ่ยเสียงแผ่ว แววตาของเธอวูบไหวเมื่อสบตากับเด็กหนุ่ม ความทรงจำที่เขาโน้มลงมาซุกไซ้ซอกคอเธอเมื่อคืนพุ่งย้อนกลับมาจนผิวแก้มขาวผ่องขึ้นสีระเรื่อ
“ครับ... ผมเป็นห่วง...(พี่)"
"เอ่อ เป็นห่วงแอนนาน่ะครับ เลยแวะมาดู”
เจซีรีบแก้ประโยคท้าย พลางลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สายตาเขาเผลอจดจ้องไปที่ไหปลาร้าสวยและร่องอกรำไรที่โผล่พ้นขอบชุดนอน เบลล่ารับรู้ได้ถึงสายตาที่เร่าร้อนนั้น เธอกระชับเสื้อคลุมเข้าหากันด้วยความประหม่า
“ขอบใจนะจ๊ะที่ดูแลแอนนา... เดินทางปลอดภัยนะลูก”
เจซีพยักหน้าแกน ๆ เขาอยากจะเดินเข้าไปกอดเธอ อยากจะถามว่าเมื่อคืนหลับสบายไหม แต่ทำได้เพียงยืนนิ่งเป็นห่วงเป็นใยในฐานะ "เพื่อนลูก" ต่อหน้าแอนนาเบลที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ
ภายในรถสปอร์ตคันหรู บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงาน แอนนาเบลฮัมเพลงเบา ๆ อย่างอารมณ์ดีขึ้นเพราะมีเพื่อนมาส่ง แต่เจซีกับนั่งเกร็ง มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือด กลิ่นน้ำหอมของเบลล่าที่เขาเผลอสูดดมเมื่อคืนยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก สลับกับภาพชุดนอนผ้าไหมที่แสนเย้ายวนนั้น
“จริงด้วยเจซี” แอนนาเบลโพล่งขึ้นมาจนเขาเกือบเบรกตัวโก่ง
“ของขวัญวันเกิดเราล่ะ เมื่อคืนมัวแต่วุ่นวายจนลืมทวงเลย นายบอกจะมีของพิเศษให้เราไม่ใช่เหรอ”
เจซีชะงักไปทันที... ของขวัญ เขาลืมมันไปเสียสนิท ตั้งแต่ที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายจากลูกสาวมาเป็นแม่ เขาก็ไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้แอนนาเบลเลย นอกจากคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวว่าจะทำอย่างไรให้ได้ใกล้ชิดเบลล่ามากกว่าเดิม
“เอ่อ... คือ...” เจซีอึกอัก
“พอดีของมันยังมาไม่ถึงน่ะแอนนา เป็นของสั่งทำน่ะ... ไว้วันหลังนะ”
“โธ่... อะไรกันเนี่ย เจซีขี้ลืมจริง ๆ เลย” แอนนาเบลทำหน้ามุ่ยพลางหยอกล้อ
“หรือว่าแอบเอาไปให้สาวคนไหนแล้วกันแน่ ช่วงนี้นายดูแปลก ๆ นะ แอบมีความรักหรือเปล่า”
เจซีใจกระตุกวาบ เขาเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินใจ แต่ความปรารถนาที่มีต่อเบลล่ากลับรุนแรงกว่า
“ก็... มีคนที่ชอบอยู่แล้วล่ะ” เขาเอ่ยเสียงพร่าสายตามองตรงไปข้างหน้า แต่ในใจกลับนึกถึงใบหน้าสวยสง่าของแม่เพื่อนที่ยืนส่งเขาที่บันไดเมื่อครู่
“จริงเหรอ ใครอ่ะ บอกเราหน่อยสิ” แอนนาเบลรุกหนักด้วยความอยากรู้ เพราะคิดว่าต้องเป็นตนเอง
เจซีไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่เหยียบคันเร่งให้รถทะยานไปข้างหน้าเร็วขึ้น เพื่อหลบหนีความจริงที่เขากำลังทำร้ายเพื่อนสนิทที่สุด และเพื่อซ่อนแววตาแห่งความโหยหาที่มีต่อ "เป้าหมาย" ที่แท้จริงของเขา... ซึ่งกำลังรออยู่ที่บ้านหลังนั้น
หลังจากที่เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตของเจซีจางหายไปจากอาณาเขตบ้าน เบลล่ายืนพิงกรอบประตูอยู่ครู่หนึ่งความเงียบสงัดเข้าปกคลุมคฤหาสน์หรูอีกครั้ง แต่มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสงบ
ภาพความรุนแรงเมื่อคืนและความหิวกระหายในสายตาของเด็กหนุ่มเมื่อเช้านี้ยังคงตามหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สลัดความอ่อนแอทิ้งไป ก่อนจะก้าวเดินขึ้นไปยังห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหรา
เบลล่าปลดชุดนอนผ้าไหมซาตินตัวบางที่เพิ่งทำเอาเจซีแทบคลั่งทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหยิบ ชุดสูททางการ สีขาวสะอาดตาขึ้นมาสวมใส่ เนื้อผ้าตัดเย็บอย่างประณีตขับเน้นช่วงไหล่ให้ดูสง่าและเอวที่คอดกิ่วให้ดูภูมิฐาน เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีนู้ดที่เพิ่มความสูงและบุคลิกนางพญาให้สมบูรณ์แบบ เธอมองกระจกเงาบานยักษ์ พลางหยิบลิปสติกสีแดงก่ำขึ้นมาทาลงบนริมฝีปากอย่างตั้งใจ สายตาที่เคยสั่นไหวเมื่อครู่บัดนี้เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว
ขณะที่กำลังจะคว้ากระเป๋าถือใบนับล้านเพื่อออกจากบ้าน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ที่สอดอยู่ใต้แจกันดอกไม้ตรงโถงทางเดิน ซึ่งเธอไม่ทันสังเกตเห็นเมื่อเช้า
มันไม่ใช่ลายมือของลูกสาว และไม่ใช่ของคนใช้ในบ้าน ตัวอักษรหวัด ๆ แต่หนักแน่นนั้นเขียนไว้เพียงประโยคเดียว
"เสื้อคลุมตัวนั้น... บางไปนะครับพี่เบล ผมเกือบจะหักรถกลับมาหาพี่แล้วจริงๆ" JC
เบลล่ารู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าสถิตแล่นผ่านปลายนิ้ว เธอขยำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่หัวใจที่พยายามทำให้แข็งแกร่งดุจหินผากลับเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้แค่ก้าวเข้ามาในบ้านของเธอ เขาไม่ได้มาในฐานะเพื่อนของลูกสาว... แต่เขากำลังก้าวเข้ามาในเขตหวงห้ามของหัวใจที่เธอปิดตายมาตลอดสิบปี
เธอรีบเดินออกไปที่รถเบนซ์สีดำประจำตำแหน่ง สั่งให้คนขับรถออกรถทันที เป้าหมายคือบริษัทที่เธอกลั่นมันมาด้วยหยาดน้ำตา แต่ในหัวสมองกลับมีแต่คำถามต่าง ๆ มากมาย
เธอนั่งเอนหลังพิงเบาะหนังราคาแพง หลับตาลงเพื่อสยบความว้าวุ่นที่ตีตื้นขึ้นมาในอก เสียงยางรถยนต์ที่บดไปตามพื้นถนนช่างดูราบเรียบ ขัดแย้งกับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน
แอนดริวคือฝันร้ายที่เธอใช้เวลาสิบปีเพื่อตื่นขึ้นมา ส่วนเจซีคือเปลวไฟที่เย้ายวนจนน่าหวาดหวั่น คนหนึ่งคือคนที่เคยทำลายชีวิตเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่อีกคน... คือคนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าหัวใจที่ตายด้านไปแล้วกลับมาเต้นแรงจนน่ากลัว
“เป้าหมายของเขา... ไม่ใช่ลูกสาวฉันจริงๆ งั้นเหรอ”