“ผมเพิ่งรู้ว่าบริษัทพวกคุณมีนโยบายแบบนี้ด้วย” เสียงของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่เรียกสายตาของเหล่าพนักงานให้หันกลับไปมองอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ที่ดูเหมือนคนที่จะตกใจกับการมาของอีกฝ่ายมากที่สุดจะเป็นพรพระพาย
“คุณ!”
“รู้จักกันเหรอ” น้ำชาโน้มใบหน้าเข้าไปเอ่ยกระซิบถามเพื่อนสนิท
“ก็ไม่เชิง”
“คุณหมอสายฟ้า มาได้ยังไงครับ” ผู้จัดการเอ่ยถามออกมาอย่างร้อนรน เพราะตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สายฟ้าเท่านั้น ยังมีเจ้าของบริษัทยืนอยู่ข้าง ๆ สายฟ้าด้วย
“พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ ทำไมยังไม่ทำงาน แล้วไหนเอกสารที่ผมให้คุณเตรียมล่ะคุณเบล” ประธานบริษัทเอ่ยถามอย่างหัวเสีย
ก่อนหน้านี้สายฟ้าติดต่อเขามาบอกว่าจะมาที่นี่อย่างกะทันหันทำให้เขารีบมาต้อนรับ เพราะตอนนี้บริษัทเขากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต ซึ่งถ้าสายฟ้าสั่งเครื่องมือทางการแพทย์เข้าไปที่โรงพยาบาลหรือคลินิกมันก็ช่วยพยุงบริษัทให้ดีขึ้นได้ แต่เหมือนตอนนี้สิ่งที่เขาหวังจะไม่ได้เป็นแบบนั้น เมื่อสายฟ้าดันมาเจอเหตุการณ์ที่ไม่ควรเจอแบบนี้
“เอ่อคือว่า…ฉันส่งให้สองคนนี้ทำงานต่อ แต่ไม่ยอมทำ” เบลก้มหน้าลงในขณะพูดอย่างไม่กล้าสบสายตาของประธานบริษัท
“แล้วทำไมคุณไม่ทำเอง ผมว่าผมบอกไปแล้วนะว่างานนี้มันต้องใช้ช่วงบ่ายของวัน”
“เอ่อคือว่า” เบลเม้มเรียวปากเข้าหากันแน่นอย่างพยายามมองหาทางออก แต่ทว่ายิ่งเธอมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอมันเสียที
“ผมว่าคุณหมอไปรอที่ห้องรับรองก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวตรงนี้ผมจะจัดการเอง”
“ก็ได้ แต่อย่าช้านะครับ” สายฟ้ามองใบหน้าของพรพระพายก่อนพูดออกมา ใจจริงเขาไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เขาสนใจมีแค่พรพระพายเท่านั้น
“ตกลงไม่รู้จักกันจริงเหรอ” น้ำชาเห็นว่าพรพระพายและสายฟ้ามองหน้ากันไปมาราวกับคนที่สนิทกัน ก็อดที่จะเอ่ยถามออกมาไม่ได้
“เดี๋ยวเล่าให้ฟังที่หลังจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนเถอะ” พรพระพายโน้มใบหน้าเขาไปเอ่ยกระซิบบอกเพื่อนสนิท
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น” ประธานบริษัทมองพรพระพายและเพื่อนของเธอเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเบล
“คือคุณเบลเอาเอกสารที่ต้องส่งให้ท่านประธานมาให้พระพายทำ ทั้ง ๆ ที่มันเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง อีกอย่างพอพวกเราไม่ยอมทำ เธอก็จะไล่เราออก”
“ไล่ออก เธอเอาความกล้ามาจากไหน”
“ก็ผู้จัดการให้เธอมาไงคะ” พรพระพายตอบอย่างทันควันราวกับไม่ต้องการให้อีกฝ่ายทันได้แก้ตัว
“อะไรนะ มันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่บริษัทผมได้ยังไง” ประธานบริษัทเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“มีมานานแล้วค่ะ เวลาท่านประธานสั่งอะไรเธอมา เธอก็จะมาโยนให้คนอื่นทำโดยเฉพาะพระพาย แล้วถ้ายิ่งไม่ยอมทำก็จะขู่ให้ผู้จัดการไล่ออก” น้ำชามองใบหน้าของเบลอย่างท้าทายในขณะที่ปากก็ยังเอ่ยฟ้องไม่หยุด
“นี่แกหมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความตามที่พูด หรือที่พูดไม่จริง” น้ำชามองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
“น้ำชาหยุดได้แล้ว” พรพระพายดึงแขนของเพื่อนสนิทที่เตรียมเดินใส่อีกฝ่ายเอาไว้ก่อนเอ่ยออกมา
“หยุดทั้งคู่นั่นแหละ ผู้จัดการที่พวกเธอพูดนี่มันเรื่องจริงใช่ไหม”
“เอ่อคือว่า…”
“ผมไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ต่อไปนี้พวกคุณสองคนไม่ต้องมาทำงานอีกแล้ว ผมไล่พวกคุณออก”
“ท่านประธาน ท่านประธานฟังพวกผมอธิบายก่อน”
“นั่นสิคะท่านประธาน” เบลเอ่ยเรียกประธานบริษัทที่เดินกลับไปหาสายฟ้าไม่ต่างจากผู้จัดการแต่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะสนใจ
“หึ เป็นไง ให้ทุกข์ถึงท่านทุกข์นั้นถึงตัว”
“น้ำชา! แกอยากโดนฉันตบมากใช่ไหม”
“มาสิ คิดว่าฉันกลัวหรือไง”
“หยุดได้แล้วน้ำชา” พรพระพายไม่เพียงแต่เอ่ยห้ามออกมา เธอยังดึงให้เพื่อนสนิทกลับไปยังโต๊ะทำงานเพื่อเลี่ยงการปะทะกับเบล
“คิดว่ากลัวหรือไง มาสิจะตบให้ซิลิโคนหลุดเลย”
“แกก็พูดไป ทำงานได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนไล่ออกพร้อมพวกนั้นหรอก”
“จ้า”
ทางด้านของสายฟ้า
หลังจากที่ถูกเชิญเข้ามาภายในห้องรับรองของบริษัทชายหนุ่มก็ยังคงมองไปยังพรพระพายอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าหญิงสาวจะจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งเหมือนเธอจะจัดการมันได้ดีกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก
“ผู้หญิงสองคนนั้นเป็นใครกันเหรอครับ” สายฟ้าแสร้งเอ่ยถามออกมา ทั้ง ๆ ที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าพวกเธอเป็นใคร
“คนที่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ น่าจะชื่อพรพระพาย อีกคนชื่อน้ำชา เป็นพนักงานขายทั่วไปครับ”
“พนักงานขายทั่วไป หึ บริษัทคุณก็ดีเหมือนกันนะครับ เอาคนมีฝีมือให้ทำงานระดับล่าง แต่กลับให้คนไม่มีสมองทำงานด้านบน” สายฟ้าแสร้งยิ้มออกมาทันทีเมื่อพูดจบ
“เอ่อ…ผมไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนต้องขอโทษคุณหมอด้วยจริง ๆ ครับ ที่ทำให้คุณหมอต้องมาเจอเหตุการณ์ไม่น่ามองแบบนี้”
“ไม่หรอกครับ” สายฟ้าละสายตาจากพรพระพายก่อนทิ้งตัวเองลงนั่งบนโซฟา ท่าทีแสนเย็นชาของชายหนุ่มทำเอาประธานบริษัทถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง
“แล้วเรื่องเครื่องมือของทางบริษัทที่นำเสนอไปล่ะครับ”
“ก็น่าสนใจนะครับ แต่จะน่าสนใจกว่านี้ถ้าให้เธอมาคุยแทน” สายฟ้าพูดด้วยเสียงนิ่ง ๆ
“คนไหนครับ” ประธานเอ่ยถามด้วยความสงสัย ใครกันที่ต้องตาต้องใจคนอย่างสายฟ้า คนที่สนใจเพียงแค่รถไม่แม้แต่จะชายตามองผู้หญิงคนไหน
“พวกเธอสองคน อีก 2 วันให้พวกเธอไปเจอผมที่คลินิกถ้ายังอยากได้โปรเจคนี้อยู่”
“ได้ครับ ๆ เดี๋ยวผมจะจัดการให้พวกเธอเป็นคนไปนำเสนอ” ประธานบริษัทเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ เพราะอยากน้อยบริษัทของเขาก็เหมือนจะมีทางรอดแล้ว
“อย่างนั้นก็ดี” สายฟ้าพูดจบก็ลุกเดินออกจากห้องรับรองไปทันที เขาเดินไปหาพรพระพายแทนการเดินออกไปจากบริษัทตามแบบนิสัยของเขา
“ไง เมื่อเช้าทิ้งผมไว้แบบนั้นหมายความว่ายังไง” สายฟ้าเอ่ยอยากจงใจให้คนทั่วทั้งบริษัทหันมาสนใจเขากับเธอ
“คุณพูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย” พรพระพายแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แต่น้ำชาที่ได้ยินกลับตกตะลึงไม่น้อย เธอพอจะเข้าใจแล้วว่าเพื่อนของเธอกับสายฟ้าน่าจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาแน่ ๆ
“แค่นี้ก็ทำเป็นไม่รู้จักผม ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอครับ คุณพรพระพาย” สายฟ้าไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น เขายังโน้มใบหน้าเขาไปหาหญิงสาวก่อนเอ่ยออกมา
ทำให้พรพระพายแทบอยากจะหนีหายไปในทันที แต่ทว่าเธอกลับทำไม่ได้ ทำได้เพียงแต่ลุกขึ้นลากสายฟ้าออกมาจากโต๊ะทำงานเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นหัวข้อสนทนาร้อนของบริษัท