พรพระพายดึงให้สายฟ้าเดินตามตนเองมายังหน้าระเบียงด้านหลังของแผนก ซึ่งการดึงให้สายฟ้าเดินตามออกมาแบบนั้นทำให้เพื่อน ๆ รวมงานต่างพากันมองมาที่หญิงสาวเป็นสายตาเดียวกัน
เสียงซุบซิบนินทาดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลัก ๆ ทุกคนก็อยากรู้ว่าสายฟ้าเป็นใครมาจากไหนและรู้จักกับพรพระพายได้อย่างไร
“นี่คุณต้องการอะไรคะ” พรพระพายมองใบหน้าของสายฟ้าอย่างเป็นคำถาม
“ก็ต้องการให้คุณรับผิดชอบไง” สายฟ้าเอ่ยออกมาอย่างหน้าตาย แต่ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกลับนิ่งลง
“คนเสียหายเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นฉันมากกว่าคุณอีกนะคะ”
“งั้นผมรับผิดชอบคุณเอง” พรพระพายถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับสายฟ้า
“ตกลงว่ายังไงครับ จะรับผิดชอบผมหรือให้ผมรับผิดชอบคุณ”
“ไม่! ฉันไม่รับผิดชอบคุณ แล้วคุณก็ไม่ต้องมารับผิดชอบฉันด้วย” พรพระพายเอ่ยออกมาก่อนจะเดินกลับไปยังแผนกด้วยท่าทีโมโหขั้นสุด
ซึ่งท่าทีของพรพระพายช่างแตกต่างจากสายฟ้าอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มระบายยิ้มออกมาทันที แถมยังคงมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา
“เอ่อคุณสายฟ้า เอายังไงต่อดีครับ” ทิวาเห็นว่าผู้เป็นนายเอาแต่มองตรงไปยังแผนกของพรพระพายอย่างไม่ละสายตา
“กลับ” สายฟ้าพูดก่อนเดินตรงกลับออกจากบริษัทในทันที
ทางด้านของพรพระพาย
เธอเดินกลับไปยังแผนกของตัวเองด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความโมโห ซึ่งพอเดินกลับเข้ามาภายในแผนกกลับมีสายตานับ 10 คู่มองมายังเธอเป็นสายตาเดียว
“มีอะไรเหรอคะ” พรพระพายเอ่ยถามด้วยความงงงวย
“นี่เธอรู้จักกับคุณหมอสายฟ้าด้วยเหรอ” น้ำชารีบเดินเข้ามาหาเพื่อนสนิทพร้อมถามออกมา
“ก็ไม่เชิง”
“เธอจะพูดเป็นอยู่คำเดียวไม่ได้นะ ตกลงเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกันแน่”
“น้ำชา มันใช่เวลาที่เธอจะมาถามโน่นถามนี่เรานะ” พรพระพายมองหน้าเพื่อนสนิทก่อนกวาดสายตามองไปยังเหล่าพนักงานในแผนกทันที
“มองอะไรไม่มีงานทำกันหรือไง” น้ำชามองหน้าคนอื่น ๆ อย่างไม่คิดเกรงกลัว ก่อนจะพาพรพระพายกับไปยังโต๊ะทำงานอีกครั้ง
“อย่าเพิ่งอยากรู้เรื่องพวกนี้เลย ทำงานก่อนเถอะ” พรพระพายเอ่ยดักทางเพื่อนสนิทที่เตรียมหันมาถามเธออีกครั้ง ซึ่งคำพูดของพรพระพายทำให้เพื่อนสนิทของเธอหน้าหงิกลงทันที
“พระพาย น้ำชา ท่านประธานเรียกให้พวกเธอสองคนเข้าไปหา” คำพูดของเลขาส่วนตัวของประธานทำให้สองสาวมองหน้าของกันและกันอย่างเป็นคำถามทันที
“พอจะทราบไหมคะว่าเรื่องอะไร”
“ไม่ทราบค่ะ” เลขาสาวพูดจบก็เดินกลับไปยังห้องทำงานของผู้เป็นเจ้านายทันที ทำให้ทั้งสองสาวได้แต่มองตามก่อนจะพากันเดินตรงไปยังห้องทำงานของประธานบริษัท
“ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกับพวกเราเหรอคะ” น้ำชาที่เดินเข้ามาภายในห้องทำงานของอีกฝ่ายพร้อมกับพรพระพายแล้วเอ่ยถามออกมาในทันที
“คือว่าผมจะให้พวกคุณทั้งสองคนนำเครื่องมือพวกนี้ไปเสนอให้กับคุณหมอสายฟ้าที่คลินิก อีกสองวันข้างหน้า”
“ให้พวกเราไปเหรอคะ” พรพระพายเอ่ยถามอย่างตกใจ เธอพยายามหลีกหนีอีกฝ่าย แต่ทว่ากลับถูกโชคชะตาแกล้งไม่จบไม่สิ้น
“ใช่ พวกคุณทั้งสองคน แล้วเรื่องงานที่เบลให้คุณทำก่อนหน้าก็เอาไปรับผิดชอบเลย อีกอย่างเดี๋ยวผมเพิ่มเงินเดือนกับโบนัสให้ หวังว่าพวกคุณจะไม่ปฏิเสธ”
“แต่…”
“ไม่แต่แล้วค่ะ พวกเราจะจัดการให้อย่างเรียบร้อยเลยค่ะ” น้ำชาเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างไม่สนใจว่าเพื่อนของเธอจะเห็นด้วยหรือเปล่า
“งั้นก็ดี ถ้าไม่มีอะไรจะถามก็กลับไปทำงานเถอะ” ประธานบริษัทเอ่ยปากไล่สองสาวในทันที ซึ่งน้ำชายังคงเป็นคนดึงเพื่อนสนิทให้กลับออกมาจากห้องทำงานของอีกฝ่าย
“น้ำชาทำไมแกไม่ถามฉันเลย”
“ถามเรื่องอะไร” น้ำชามองพรพระพายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
“ก็เรื่องงานนั้นไง ฉันเข้าใจว่าแกอยากทำงานนั้นแต่ฉันไม่อยากทำ”
“หมายความว่าไง…อย่าบอกนะว่าที่เป็นเนี่ยคืออยากหนีหมอสายฟ้า”
“ใช่” พรพระพายเอ่ยยอมรับออกมาอย่างหนักใจ เธอพยายามหนีอีกฝ่ายอย่างเพื่อนสนิทของเธอพูด
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เมื่อพรพระพายได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายเธอก็ทำได้แต่ก้มหน้ารับกรรมก่อนตอบคำถามเพื่อนสนิทอย่างจำใจ
“ยัยพระพาย”
“แกจะมาโทษฉันไม่ได้นะเว้ยวันนั้นแกปล่อยฉันกลับเอง” พรพระพายก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยออกมา
“แล้วทีนี้จะเอายังไง แค่ที่ฉันเห็นก็รู้แล้วว่าเขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่” น้ำชาถามขึ้นมาอย่างหนักใจ
“ก็คงต้องทำตามที่ท่านประธานสั่งแหละ ไม่มีทางให้รอดอยู่แล้วนิ”
“ฉันขอโทษ” น้ำชาหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทก่อนเอ่ยออกมาอย่างสำนึกผิด
“ช่างมันเถอะไปทำงานดีกว่า” พูดจบพรพระพายก็เดินกลับไปยังโต๊ะทำงานทันที
แต่ทว่ายังไม่ทันที่พรพระพายจะมีชีวิตที่สงบสุข เสียงข้อความก็ถูกส่งเข้ามาภายในโทรศัพท์ของเธอทันที
‘อย่าลืมกินยาคุมนะครับ ผมไม่ได้ป้องกัน’
“อีตาบ้า นายมันโคตรเฮงซวยเลย” พรพระพายสบถออกมาด้วยความโมโห แต่ท่าทีของเธอทำให้เพื่อนที่ทำงานต่างมองมายังเธอเป็นตาเดียวกัน
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” พรพระพายก้มหัวให้คนอื่น ๆ ก่อนระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย ท่าทีของเธอทำให้น้ำชาขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเป็นคำถามในทันที
“เป็นไรหรือเปล่า”
“เปล่าไม่มีอะไร” พรพระพายพูดก่อนลุกเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที
‘แล้วทำไมคุณไม่ป้องกัน’
พรพระพายส่งข้อความกลับไปหาสายฟ้าทันทีที่เข้ามาภายในห้องน้ำแล้ว แต่เธอกลับไม่ได้รับข้อความตอบกลับ มีเพียงแค่สายเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นเท่านั้น
(“ถ้าอย่างนั้นครั้งหน้าผมจะป้องกันให้ก็แล้วกัน”) สายฟ้าเอ่ยออกมาทันทีที่พรพระพายกดรับโทรศัพท์ของเขา คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ
“นี่คุณจะบ้าหรือเปล่า ไม่มีครั้งหน้าแล้ว” ใบหน้าของพรพระพายตอนนี้แดงระเรื่อขึ้นมาเพราะความเขินอายปนไปด้วยความโกรธภายในใจ
(“งั้นเหรอครับ…”) ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยจบประโยค พรพระพายก็ตัดสายของชายหนุ่มก่อนทำการบล็อกเบอร์ในทันที
คนโรคจิต
เธอก่นด่าออกมาอย่างไม่ชอบใจ สายตาของพรพระพายได้มองตรงไปยังหน้ากระจกด้วยความสับสนมากมายภายในใจ เธอไม่รู้ว่าควรจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรดี และไหนจะเรื่องที่ต้องไปเสนองานให้กับสายฟ้าอีก ถ้าเธอไม่ไปคงได้ถูกไล่ออกแน่ ๆ แต่ใจของหญิงสาวก็ไม่อยากจะเจอกับอีกฝ่าย