แสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดส่งเข้ามาภายในห้องพักสุดหรูภายในโรงแรมระดับห้าดาวได้ปลุกให้เจ้าของร่างระหงได้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความปวดเมื่อยตามเนื้อตัว
แต่ทว่าทันทีที่มีการขยับตัวเธอกลับรู้สึกหนักอึ้งที่หน้าท้องทันที สายตาของหญิงสาวได้เหลือบไปมองคนที่นอนอยู่ข้างกายของตนเองด้วยความตกใจ
“โอ๊ย ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างหนักใจ หญิงสาวจำได้ว่าเมื่อวานนี้เธอมาฉลองงานวันเกิดกับเพื่อน ๆ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเมาจนทำให้เกิดเรื่อง
พรพระพาย หรือที่ใคร ๆ มักจะเรียกว่าพระพาย เม้มเรียวปากเข้าหากันก่อนจะพยายามออกแรงยกแขนของอีกฝ่ายออกจากตัว แต่ยังไม่ทันได้หลุดพ้นตัวเองอีกฝ่ายก็ขยับตัวเองเสียก่อนทำให้พรพระพายถึงกับกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึง กลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน
แต่พอเธอเห็นว่าชายหนุ่มข้างกายนิ่งลงเธอก็รีบลุกขึ้นเตรียมลงไปจากเตียงทันที ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อความเจ็บกลางใจสาววิ่งเข้าเล่นงาน
“โอ๊ย ซี้ด เจ็บเป็นบ้าเลย” พรพระพายเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย เพราะความเจ็บที่เกิดขึ้นทำให้เธอล้มลงไปกองกับพื้น
มือเรียวสวยยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองทันที ด้วยเพราะกลัวว่าคนที่นอนอยู่จะตื่นขึ้นมา คิ้วเรียวสวยยังคงขมวดเข้าหากันเพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น อีกทั้งภายในใจของพรพระพายยังคงต่อว่าคนที่นอนอยู่บนเตียง
“ไปตายอดตายอยากมาจากไหนถึงทำกับฉันขนาดนี้”
พรพระพายตั้งสติอยู่นานหลายนาทีก่อนจะพยุงพาตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเก็บเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาสวมใส่ด้วยความทุลักทุเลไม่น้อย ก่อนเดินออกไปจากห้องพักด้วยความเงียบเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ลืมมองใบหน้าคมอันหล่อเหล่าของอีกฝ่าย
พรพระพายพาร่างกายอันบอบช้ำของตัวเองกลับมายังห้องเช่าขนาดเล็กของตนเองด้วยสภาพที่แทบจะดูไม่ได้ ตามเนื้อตัวของเธอมีร่องรอยรักที่อีกฝ่ายฝากเอาไว้เต็มไปหมด แต่ทว่าดีที่เธอหยิบเสื้อเชิ๊ตของอีกฝ่ายติดมือมาด้วย ทำให้คนอื่นไม่เห็นร่องรอยที่เกิดขึ้น
พรพระพายพาตัวเองเข้ามายังห้องเช่าเก่า ๆ ของตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า เธอเลือกที่จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะพาตัวเองมานอนที่เตียงนอน
ทางด้านของชายหนุ่มที่ถูกทิ้งเอาไว้ภายในห้องพักของตนเอง หลังจากถูกหญิงสาวปริศนาเดินเข้ามาจับเขากดเตียงเมื่อคืน ได้ขยับกายตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิดหลังจากเสียงเคาะประตูรบกวนเวลานอนอันแสนมีค่าของตนเอง
“จะเคาะอะไรนักหนาวะ” เสียงทุ้มแหบดังออกมาอย่างต่อว่าอีกฝ่ายที่เคาะประตูไม่หยุด ร่างกำยำที่ตอนนี้ไม่มีอะไรสวมใส่ปกปิดร่างกายได้ลุกเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมใส่ก่อนเดินตรงไปเปิดประตูห้อง
“มีอะไร” คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด สีหน้าของชายหนุ่มในเวลานี้ดูไม่ดีเอาเสียเลย มันช่างต่างไปจากทุก ๆ วันที่แม้ว่าอีกฝ่ายจะถูกกวนเวลานอนแค่ไหนก็ไม่หงุดหงิดเท่านี้
ด้วยเพราะชายหนุ่มเป็นถึงศัลยแพทย์ชื่อดังที่แทบจะไม่มีเวลาชีวิตเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
“วันนี้คุณสายฟ้าจะไปที่คลินิกไหมครับ” ทิวาเลขาส่วนตัวของสายฟ้าเอ่ยถามด้วยท่าทีประหม่า เมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่ม
“ไม่ไป ไม่ว่าง” สายฟ้าพูดจบก็ปิดประตูใส่อีกฝ่ายทันที แต่ทว่าพอชายหนุ่มเดินเข้ามาหยุดที่ปลายเตียงนอนเขาก็ต้องหัวเสียอย่างมาก เพราะคนที่ปืนขึ้นเตียงของเขาเมื่อวานนี้หายไป
“ยัยตัวแสบ”
สายฟ้าสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อกดโทรหาลูกน้อง
(“คุณสายฟ้ามีอะไรเหรอครับ”)
“ตามสืบเรื่องของผู้หญิงคนที่เข้ามาในห้องฉันเมื่อคืน”
(“ได้ครับ”) แม้ว่าทิวาจะตกใจไม่น้อยที่ได้ยินว่ามีคนเข้าห้องของสายฟ้า แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่รับคำของอีกฝ่ายเท่านั้น
เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นอย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
เช้าของอีกวัน
วันนี้ยังคงเป็นวันหยุดของพรพระพายซึ่งหลังจากที่เธอกลับมาจากโรงแรมเมื่อวานนี้ หญิงสาวก็หลับจนมาตื่นขึ้นในช่วงเช้าของอีกวัน
ตอนนี้เธอทั้งปวดเนื้อตัวและปวดท้องน้อย แถมยังเป็นไข้จนแทบจะไม่มีแรงหลงเหลืออยู่ แต่พรพระพายก็ทำได้เพียงแต่พยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำเพื่อหาอะไรทาน
ซึ่งหลังจากที่หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเธอก็ได้หยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตทิ้งเอาไว้ขึ้นมาดู
“โอ้โหเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” พรพระพายเอ่ยออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับเกือบ 20 สาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสายของเพื่อนสนิทเธออย่างกวาง
(“แกหายไปไหนมา รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหน”) ทันทีที่ปลายสายรับสายแล้ว เสียงของกวางก็ดังออกมาทันที
“พอดีเกิดเรื่องนิดหน่อยฉันเลยไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย”
(“เกิดเรื่องอะไร เล่ามาให้หมดเลยนะอย่าคิดจะปิดเราแม้แต่น้อย”) ซึ่งพรพระพายก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนสนิทได้ฟังอย่างไม่คิดจะปิดบัง
(“ยัยพระพาย แกนี่มันจริง ๆ เลยนะ แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”)
“ไม่รู้”
(“เอ้า งั้นรีบไปตรวจที่โรงพยาบาลเลย ไม่รู้ว่าติดโรคหรือเปล่า”)
“ยัยกวางแกอย่ามาแช่งฉันแบบนี้”
(“ไม่ได้แช่งฉันพูดความจริง คนสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน”)
“ก็จริง เดี๋ยวฉันไปโรงพยาบาลเลยแล้วกัน” พรพระพายเอ่ยขึ้นก่อนวางสายของเพื่อนสนิท
พรพระพายพาตัวเองที่ยังคงเป็นไข้ไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยกลัวว่าถ้าเข้าไปที่โรงพยาบาลรัฐใกล้ ๆ ที่พักของตนเองจะเจอคนรู้จักเข้า
“ขอโทษนะคะ พอดีฉันปวดบริเวณท้องน้อยเลยอยากตรวจหน่อยค่ะ” พรพระพายเดินเข้าไปหาพยาบาลที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ก่อนเอ่ยด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย
“งั้นเดี๋ยวซักประวัติสักครู่นะคะ”
“ได้ค่ะ” ซึ่งในขณะที่พรพระพายกำลังพูดคุยอยู่กับพยาบาลสาวก็มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเธออย่างไม่อาจจะละสายตาได้
“นั้นผู้หญิงคนที่เข้าห้องของคุณสายฟ้าเมื่อวานนี่ครับ” ทิวาที่มองตามสายตาของผู้เป็นเจ้านายตัวเอง เอ่ยขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าคนที่สายฟ้ากำลังมองคือใคร
“ใช่ มาหาฉันถึงที่เลย” สายฟ้ากระตุกยิ้มร้ายออกมาเล็กน้อย สายตาของเขายังคงมองตรงไปยังร่างระหงที่ตอนนี้กำลังเดินตามพยาบาลไปยังห้องตรวจสูตินรีเวช
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรมา” สายฟ้าเอ่ยถามพยาบาลที่กำลังเดินผ่านตนเองด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ทำเอาคนที่ถูกถามถึงกลับทำตัวไม่ถูก
“เธอบอกว่าปวดท้องน้อยค่ะ เลยอยากตรวจภายใน”
“อืม”
มาตรวจว่าติดโรคจากฉันไหมมากกว่า
สายฟ้ายกยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินตามพรพระพายไป