ตอนที่ 8 เตรียมลาออกได้เลย

1341 Words
ช่วงเช้ามืดของวัน พรพระพายตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยและระบมไปทั้งตัว ซึ่งการตื่นมาของเธอในครั้งนี้ดูเหมือนดีกว่าทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา ด้วยเพราะตอนนี้คนที่คอยเอาเปรียบเธออย่างสายฟ้ากลับไม่อยู่ภายในห้องนอนของเขา หายไปไหนของเขาเนี่ย พรพระพายบ่นออกมาเล็กน้อย หลังจากมองหาสายฟ้าอยู่นานแต่กลับไม่เจอใครอยู่ภายในห้อง หญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว เธอเลือกจะออกมาจากบ้านของชายหนุ่มอย่างไม่มีรอ หลังจากหญิงสาวออกมาจากบ้านของสายฟ้าแล้วเธอก็ตรงกลับไปยังห้องเช่าของตนเองทันที เพื่อที่จะเตรียมตัวไปทำงาน เป็นหมาหรือไง คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ เมื่อเธอได้เห็นร่องรอยที่สายฟ้าเอาไว้ตามเนื้อตัวของเธอ จนบางส่วนก็ชัดจนรองพื้นไม่สามารถปกปิดได้ พรพระพายเดินทางไปทำงานเหมือนอย่างเช่นทุก ๆ วันตามเวลางาน ซึ่งเธอเป็นพนักงานของบริษัทขายเครื่องมือการแพทย์ชื่อดัง แต่ทว่าตำแหน่งที่เธอทำกลับเป็นเพียงพนักงานขายทั่วไปที่พอจะมีเงินให้หล่อเลี้ยงชีวิตไปวัน ๆ “พระพาย! ทำไมวันนี้มาช้าจัง” เพื่อนสนิทของพรพระพายเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะปกติพรพระพายจะมาทำงานเช้ากว่านี้ “พอดีเมื่อเช้ารถติดเยอะน่ะ” “ของเราก็ติด ทำเอาเกือบโดนหักเงินแล้วเนี่ย” น้ำชาเอ่ยอย่างบ่น ๆ แต่ท่าทีของเธอกลับทำให้เพื่อสนิทเผลอยิ้มออกมา “ดูทำหน้าเข้า ยังไม่โดนหักสักหน่อย” “ก็จริง” น้ำชาเกาหัวตัวเองอย่างแก้เขิน ทำให้คนที่เห็นถึงกับยิ้มกรุ้มกริ่ม “เอกสารชุดนี้ต้องเสร็จก่อนบ่ายนะ” รุ่นพี่ที่ทำงานเดินนำแฟ้มเอกสารมาให้กับพรพระพายเกือบ 10 แฟ้ม ก่อนเดินออกไปอย่างไม่สนใจว่าพรพระพายจะทำได้ไหม “จะบ้าหรือไง มันตั้งเป็น 10 แฟ้มเลยนะ จะเสร็จทันได้ยังไง” น้ำชาเอ่ยอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นแฟ้มเอกสารที่เพื่อนของตนเองต้องรับผิดชอบ “ไม่เป็นไรหรอก เราทำได้อยู่แล้ว” พรพระพายพูดก่อนยิ้มให้เพื่อน “แต่มันไม่ถูกไหมอ่ะ” “น้ำชา! เราเข้าใจแกนะ แต่เราไม่อยากมีปัญหา” พรพระพายเอ่ยด้วยเสียงที่เบาลง ด้วยเพราะพนักงานที่นี่รู้ดีว่ารุ่นพี่อย่างเบลเป็นแฟนของผู้จัดการ ถ้าเกิดทำให้เธอไม่พอใจมีแต่ถูกไล่ออกอย่างเดียว ไม่มีแม้แต่จะได้แก้ตัว “เรารู้ แต่แกจะยอมแบบนี้ไปตลอดไม่ได้นะเว้ย” “เอ่อ…” “ไม่สนอ่ะ ถ้าวันนี้เธอยังยอมอีก ก็ไม่ต้องมาคุยกับเราแล้ว เราไม่อยากมีเพื่อนขี้กลัว” น้ำชาพูดออกมาอย่างงอน ๆ แต่ท่าทีของเธอกลับทำให้พรพระพายหนักใจมากกว่าเดิม “ก็ได้ ไม่ทำก็ไม่ทำ” “ดีมาก วันนี้อยากกินอะไรบอกเรามาเลยเดี๋ยวเลี้ยงเอง” “อะไรก็ได้” สองสาวพูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยที่พรพระพายไม่แม้แต่จะสนใจเรื่องงานที่เบลนำมาวางเอาไว้เลย อีกด้านของเมือง สายฟ้าที่ต้องไปตรวจคนไข้ของตนเองที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุกลับมาที่บ้านช่วงสายของวัน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินกลับไปยังห้องนอนของตนเองแล้ว เขาก็ไม่เจอกับพรพระพาย “ไปตามสืบเรื่องของพรพระพายมาให้ผมหน่อย” สายฟ้ายกสายโทรศัพท์ต่อหาลูกน้องคนสนิทอย่างทิวาก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก (“ครับ”) คุณคิดว่าจะรอดจากน้ำมือของผมเหรอ คุณพรพระพาย สายฟ้าเดินกลับเข้าไปอาบน้ำด้วยใบหน้ายิ้มร้ายอย่างเจ้าเล่ห์ ซึ่งเขาใช้เวลาในการอาบน้ำนานถึง 1 ชั่วโมง ก่อนเดินกลับมาเช็กโทรศัพท์อีกครั้ง ก็พบว่าลูกน้องของตนเองอย่างทิวาได้ส่งข้อมูลมาให้กับเขาแล้ว พรพระพาย ทำงานที่บริษัทขายเครื่องมือการแพทย์ น่าสนใจดีนิ สายฟ้านั่งอ่านประวัติส่วนตัวของพรพระพายจนละเอียดถี่ถ้วน เขาก็เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มผิดวิสัยของหมอที่เคร่งขรึม “คุณสายฟ้าจะไปไหนครับ นัดดูรถตอนเย็นไม่ใช่เหรอครับ” ทิวาเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย “ไปดูว่าที่ภรรยาทำงาน” ทิวาถึงกับนิ่งงันเพราะคำพูดของผู้เป็นเจ้านาย เขาไปแต่มองตามด้วยความสงสัยก่อนจะรีบเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างรีบร้อน ทางด้านของพรพระพาย ช่วงเที่ยงของวันหญิงสาวได้ไปทานอาหารกับเพื่อนสนิทอย่างน้ำชาด้านนอก พอกลับมาเธอก็เจอกับเบลที่ยืนรออยู่ตรงโต๊ะทำงาน “อย่าไปกลัว” น้ำชาเอ่ยกระซิบออกมาก่อนจะพยักหน้าให้เพื่อนเล็กน้อย “ฉันให้เธอทำงานแล้วเธอไปไหนมา” เบลถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ไปทานอาหารมาค่ะ” “แล้วงานฉันล่ะ” “ก็นั่นไงคะ” น้ำชาชี้ไปยังกองเอกสารอย่างไม่คิดเกรงกลัวอีกฝ่าย “นี่เธอกำลังลองดีอยู่ใช่ไหม ฉันบอกว่างานต้องใช้ช่วงบ่าย แล้วนี่อะไรไม่ยอมทำแต่ออกไปข้างนอก” “งานนี้มันเป็นความรับผิดชอบของคุณไม่ใช่เหรอคะ ไม่ใช่ของฉัน แล้วทำไมฉันต้องทำ” พรพระพายที่ไม่เคยคิดจะต่อกรกับเบลเลยสักครั้งเอ่ยถามออกมาทันที “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม” “ได้ อย่างนั้นเธอสองคนรอรับสิ่งที่ทำได้เลย” เบลเดินตรงไปยังห้องของผู้จัดการแผนกด้วยความโมโห ท่าทีของเธอตอนนี้ทำให้พรพระพายรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่น้อย “น้ำชาเราทำแบบนี้มันจะดีเหรอ ฉันกลัวโดนไล่ออก” “โดนก็โดนสิ ยังไงเรื่องนี้ฉันก็ไม่ยอม” น้ำชาเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ เธอจะไม่ยอมทนต่อเรื่องนี้อีกต่อไป “งั้นก็เตรียมลาออกได้เลย” พรพระพายคอตกทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังจะโดนไล่ออก ซึ่งในระหว่างที่ทั้งสองกำลังปรึกษากันอยู่นั้น ผู้จัดการแผนกก็เดินออกมาจากห้องทำงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาเดินตรงเขาไปหาทั้งสองสาวโดยที่เบลกำลังเดินตาม สิ่งที่เกิดขึ้นใสตอนนี้เรียกความสนใจของเหล่าผู้คนภายในแผนกได้เป็นอย่างดี ทำให้ทุกคนต่างมองมายังทั้งสองตาเดียวกัน “ที่พวกคุณทั้งสองทำมันหมายความว่ายังไง” ผู้จัดการเดินเข้ามาถามหญิงสาวทั้งสองอย่างไม่พอใจ “ก็หมายความตามที่ทำค่ะ งานที่คุณเบลเอามาให้พวกเราเป็นงานที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของเรา” น้ำชาเอ่ยตอบออกมาแทนการให้พรพระพายเอ่ย “แต่พวกคุณก็ควรมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมงาน” “มีได้ค่ะ แต่นี่มันเกินไปนะคะ เล่นไม่ยอมทำแล้วโยนมาให้คนอื่นแบบนี้” น้ำชาเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “นี่พวกเธอ” “ยังไงงานพวกนั้นพวกเธอก็ต้องรับผิดชอบ งานไม่เสร็จก็ถือว่าพวกเธอต้องรับผิดชอบ” “ได้ยังไง ในเมื่องานไม่เสร็จเพราะคุณเบลไม่ยอมทำ มาโทษพวกเราแบบนี้ไม่ได้นะ” พรพระพายพูดออกมาอย่างไม่พอใจ “แล้วยังไง งานมันอยู่ตรงโต๊ะพวกเธอ ไม่ทำก็ไปลาออก” ผู้จัดการเอ่ยอย่างไม่สนใจทั้งสอง ทำให้ตอนนี้พรพระพายและน้ำชามองหน้ากันอย่างหนักใจ “ผมเพิ่งรู้ว่าบริษัทพวกคุณมีนโยบายแบบนี้ด้วย”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD