ช่วงเช้ามืดของวัน
พรพระพายตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยและระบมไปทั้งตัว ซึ่งการตื่นมาของเธอในครั้งนี้ดูเหมือนดีกว่าทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา ด้วยเพราะตอนนี้คนที่คอยเอาเปรียบเธออย่างสายฟ้ากลับไม่อยู่ภายในห้องนอนของเขา
หายไปไหนของเขาเนี่ย
พรพระพายบ่นออกมาเล็กน้อย หลังจากมองหาสายฟ้าอยู่นานแต่กลับไม่เจอใครอยู่ภายในห้อง หญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว เธอเลือกจะออกมาจากบ้านของชายหนุ่มอย่างไม่มีรอ
หลังจากหญิงสาวออกมาจากบ้านของสายฟ้าแล้วเธอก็ตรงกลับไปยังห้องเช่าของตนเองทันที เพื่อที่จะเตรียมตัวไปทำงาน
เป็นหมาหรือไง
คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ เมื่อเธอได้เห็นร่องรอยที่สายฟ้าเอาไว้ตามเนื้อตัวของเธอ จนบางส่วนก็ชัดจนรองพื้นไม่สามารถปกปิดได้
พรพระพายเดินทางไปทำงานเหมือนอย่างเช่นทุก ๆ วันตามเวลางาน ซึ่งเธอเป็นพนักงานของบริษัทขายเครื่องมือการแพทย์ชื่อดัง แต่ทว่าตำแหน่งที่เธอทำกลับเป็นเพียงพนักงานขายทั่วไปที่พอจะมีเงินให้หล่อเลี้ยงชีวิตไปวัน ๆ
“พระพาย! ทำไมวันนี้มาช้าจัง” เพื่อนสนิทของพรพระพายเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะปกติพรพระพายจะมาทำงานเช้ากว่านี้
“พอดีเมื่อเช้ารถติดเยอะน่ะ”
“ของเราก็ติด ทำเอาเกือบโดนหักเงินแล้วเนี่ย” น้ำชาเอ่ยอย่างบ่น ๆ แต่ท่าทีของเธอกลับทำให้เพื่อสนิทเผลอยิ้มออกมา
“ดูทำหน้าเข้า ยังไม่โดนหักสักหน่อย”
“ก็จริง” น้ำชาเกาหัวตัวเองอย่างแก้เขิน ทำให้คนที่เห็นถึงกับยิ้มกรุ้มกริ่ม
“เอกสารชุดนี้ต้องเสร็จก่อนบ่ายนะ” รุ่นพี่ที่ทำงานเดินนำแฟ้มเอกสารมาให้กับพรพระพายเกือบ 10 แฟ้ม ก่อนเดินออกไปอย่างไม่สนใจว่าพรพระพายจะทำได้ไหม
“จะบ้าหรือไง มันตั้งเป็น 10 แฟ้มเลยนะ จะเสร็จทันได้ยังไง” น้ำชาเอ่ยอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นแฟ้มเอกสารที่เพื่อนของตนเองต้องรับผิดชอบ
“ไม่เป็นไรหรอก เราทำได้อยู่แล้ว” พรพระพายพูดก่อนยิ้มให้เพื่อน
“แต่มันไม่ถูกไหมอ่ะ”
“น้ำชา! เราเข้าใจแกนะ แต่เราไม่อยากมีปัญหา” พรพระพายเอ่ยด้วยเสียงที่เบาลง ด้วยเพราะพนักงานที่นี่รู้ดีว่ารุ่นพี่อย่างเบลเป็นแฟนของผู้จัดการ ถ้าเกิดทำให้เธอไม่พอใจมีแต่ถูกไล่ออกอย่างเดียว ไม่มีแม้แต่จะได้แก้ตัว
“เรารู้ แต่แกจะยอมแบบนี้ไปตลอดไม่ได้นะเว้ย”
“เอ่อ…”
“ไม่สนอ่ะ ถ้าวันนี้เธอยังยอมอีก ก็ไม่ต้องมาคุยกับเราแล้ว เราไม่อยากมีเพื่อนขี้กลัว” น้ำชาพูดออกมาอย่างงอน ๆ แต่ท่าทีของเธอกลับทำให้พรพระพายหนักใจมากกว่าเดิม
“ก็ได้ ไม่ทำก็ไม่ทำ”
“ดีมาก วันนี้อยากกินอะไรบอกเรามาเลยเดี๋ยวเลี้ยงเอง”
“อะไรก็ได้” สองสาวพูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยที่พรพระพายไม่แม้แต่จะสนใจเรื่องงานที่เบลนำมาวางเอาไว้เลย
อีกด้านของเมือง
สายฟ้าที่ต้องไปตรวจคนไข้ของตนเองที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุกลับมาที่บ้านช่วงสายของวัน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินกลับไปยังห้องนอนของตนเองแล้ว เขาก็ไม่เจอกับพรพระพาย
“ไปตามสืบเรื่องของพรพระพายมาให้ผมหน่อย” สายฟ้ายกสายโทรศัพท์ต่อหาลูกน้องคนสนิทอย่างทิวาก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
(“ครับ”)
คุณคิดว่าจะรอดจากน้ำมือของผมเหรอ คุณพรพระพาย
สายฟ้าเดินกลับเข้าไปอาบน้ำด้วยใบหน้ายิ้มร้ายอย่างเจ้าเล่ห์ ซึ่งเขาใช้เวลาในการอาบน้ำนานถึง 1 ชั่วโมง ก่อนเดินกลับมาเช็กโทรศัพท์อีกครั้ง ก็พบว่าลูกน้องของตนเองอย่างทิวาได้ส่งข้อมูลมาให้กับเขาแล้ว
พรพระพาย ทำงานที่บริษัทขายเครื่องมือการแพทย์ น่าสนใจดีนิ
สายฟ้านั่งอ่านประวัติส่วนตัวของพรพระพายจนละเอียดถี่ถ้วน เขาก็เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มผิดวิสัยของหมอที่เคร่งขรึม
“คุณสายฟ้าจะไปไหนครับ นัดดูรถตอนเย็นไม่ใช่เหรอครับ” ทิวาเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย
“ไปดูว่าที่ภรรยาทำงาน” ทิวาถึงกับนิ่งงันเพราะคำพูดของผู้เป็นเจ้านาย เขาไปแต่มองตามด้วยความสงสัยก่อนจะรีบเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างรีบร้อน
ทางด้านของพรพระพาย
ช่วงเที่ยงของวันหญิงสาวได้ไปทานอาหารกับเพื่อนสนิทอย่างน้ำชาด้านนอก พอกลับมาเธอก็เจอกับเบลที่ยืนรออยู่ตรงโต๊ะทำงาน
“อย่าไปกลัว” น้ำชาเอ่ยกระซิบออกมาก่อนจะพยักหน้าให้เพื่อนเล็กน้อย
“ฉันให้เธอทำงานแล้วเธอไปไหนมา” เบลถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ไปทานอาหารมาค่ะ”
“แล้วงานฉันล่ะ”
“ก็นั่นไงคะ” น้ำชาชี้ไปยังกองเอกสารอย่างไม่คิดเกรงกลัวอีกฝ่าย
“นี่เธอกำลังลองดีอยู่ใช่ไหม ฉันบอกว่างานต้องใช้ช่วงบ่าย แล้วนี่อะไรไม่ยอมทำแต่ออกไปข้างนอก”
“งานนี้มันเป็นความรับผิดชอบของคุณไม่ใช่เหรอคะ ไม่ใช่ของฉัน แล้วทำไมฉันต้องทำ” พรพระพายที่ไม่เคยคิดจะต่อกรกับเบลเลยสักครั้งเอ่ยถามออกมาทันที
“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม”
“ได้ อย่างนั้นเธอสองคนรอรับสิ่งที่ทำได้เลย” เบลเดินตรงไปยังห้องของผู้จัดการแผนกด้วยความโมโห ท่าทีของเธอตอนนี้ทำให้พรพระพายรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่น้อย
“น้ำชาเราทำแบบนี้มันจะดีเหรอ ฉันกลัวโดนไล่ออก”
“โดนก็โดนสิ ยังไงเรื่องนี้ฉันก็ไม่ยอม” น้ำชาเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ เธอจะไม่ยอมทนต่อเรื่องนี้อีกต่อไป
“งั้นก็เตรียมลาออกได้เลย” พรพระพายคอตกทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังจะโดนไล่ออก
ซึ่งในระหว่างที่ทั้งสองกำลังปรึกษากันอยู่นั้น ผู้จัดการแผนกก็เดินออกมาจากห้องทำงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาเดินตรงเขาไปหาทั้งสองสาวโดยที่เบลกำลังเดินตาม สิ่งที่เกิดขึ้นใสตอนนี้เรียกความสนใจของเหล่าผู้คนภายในแผนกได้เป็นอย่างดี ทำให้ทุกคนต่างมองมายังทั้งสองตาเดียวกัน
“ที่พวกคุณทั้งสองทำมันหมายความว่ายังไง” ผู้จัดการเดินเข้ามาถามหญิงสาวทั้งสองอย่างไม่พอใจ
“ก็หมายความตามที่ทำค่ะ งานที่คุณเบลเอามาให้พวกเราเป็นงานที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของเรา” น้ำชาเอ่ยตอบออกมาแทนการให้พรพระพายเอ่ย
“แต่พวกคุณก็ควรมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมงาน”
“มีได้ค่ะ แต่นี่มันเกินไปนะคะ เล่นไม่ยอมทำแล้วโยนมาให้คนอื่นแบบนี้” น้ำชาเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ
“นี่พวกเธอ”
“ยังไงงานพวกนั้นพวกเธอก็ต้องรับผิดชอบ งานไม่เสร็จก็ถือว่าพวกเธอต้องรับผิดชอบ”
“ได้ยังไง ในเมื่องานไม่เสร็จเพราะคุณเบลไม่ยอมทำ มาโทษพวกเราแบบนี้ไม่ได้นะ” พรพระพายพูดออกมาอย่างไม่พอใจ
“แล้วยังไง งานมันอยู่ตรงโต๊ะพวกเธอ ไม่ทำก็ไปลาออก” ผู้จัดการเอ่ยอย่างไม่สนใจทั้งสอง ทำให้ตอนนี้พรพระพายและน้ำชามองหน้ากันอย่างหนักใจ
“ผมเพิ่งรู้ว่าบริษัทพวกคุณมีนโยบายแบบนี้ด้วย”