เวลาที่ยืดออก

1553 Words
รถกระบะคันใหญ่ของ ร้อยโทแมน เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่ท้ายเขตโรงเรียน บริเวณหน้าบ้านพักครูหลังเก่าชำรุดทรุดโทรม ทันทีที่ล้อรถหยุดหมุน "โบว์" ก็รีบผลักประตูรถและก้าวขาลงไปทันทีราวกับต้องการหลุดพ้นจากบรรยากาศอันแสนอึดอัดหน้าระเบียงคอนโซลรถที่เธอต้องนั่งเผชิญหน้ากับความเงียบร่วมกับเขามาตลอดทาง เสียงค้อนตอกตะปูและเสียงเลื่อยไม้ดังระงมไปทั่วบริเวณ ทีมทหารช่างสามคนในชุดลำลองกางเกงทหารเสื้อยืดสีขี้ม้ากำลังขะมักเขม้นกับการรื้อสังกะสีและเศษไม้ผุพังลงมาจากตัวบ้าน กลิ่นอับของเนื้อไม้ที่ชื้นฝนโชยเข้าปะทะจมูก โบว์ปรับสีหน้าข่มความอ่อนเพลียที่ยังหลงเหลือจากพิษไข้ ยิ้มทักทายพี่ๆ ทหารช่างที่อุตส่าห์มาลุยงานให้ตั้งแต่เช้า "สวัสดีค่ะพี่ๆ เป็นยังไงบ้างคะ ทานข้าวเช้ากันมาหรือยัง" โบว์เอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนหวานพลางวางถุงสัมภาระที่มีทั้งน้ำดื่มและขนมลงบนโต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้ "เรียบร้อยแล้วครับครูโบว์ พวกผมฟาดข้าวมันไก่หน้าค่ายมาเต็มคราบแล้ว" จ่าสิบเอกหัวหน้าชุดช่างหันมาพยักหน้ารับพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะกระโดดลงมาจากนั่งร้านไม้ไผ่เพื่อเข้ามาคุยรายละเอียดหน้างาน ในจังหวะนั้นเอง แมนเดินตามมาสมทบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังโบว์ ระยะห่างที่ใกล้กันทำให้โบว์รู้สึกได้ถึงกระแสความนิ่งขรึมที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เธอแสร้งทำเป็นขยับเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะและหันไปสนใจจ่าช่างแทน "เป็นไงบ้างไอ้จ่า แกะหลังคาออกมาแล้วเจออะไรเพิ่มไหม" แมนเอ่ยถามเสียงทุ้มเรียบเป็นงานเป็นการ สายตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างด้านบน จ่าสิบเอกมีสีหน้าหนักใจขึ้นมาทันที เขาถอนหายใจยาวก่อนจะชี้มือขึ้นไปบนโครงหลังคาเหล็กที่บัดนี้ไร้สังกะสีปกคลุม "คืออย่างนี้ครับพี่แมน ตอนแรกพวกผมคิดว่าแค่เปลี่ยนสังกะสีกับซ่อมผนังไม้นิดหน่อยก็จบ แต่พายุฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักเมื่อคืนวันก่อนมันดันซัดเอาแผ่นสังกะสีที่ช่างชุดเก่ารื้อค้างไว้เปิดเปิงหมดเลยครับ น้ำฝนปริมาณมหาศาลมันเลยไหลซึมเข้าท่อสายไฟเก่า แถมทำให้คานไม้เนื้ออ่อนด้านในที่โดนน้ำขังยันเช้าเกิดอาการบวมและผุพังเพิ่มขึ้นอีกหลายจุดเลยครับ" คำรายงานนั้นทำให้โบว์หัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเริ่มแล่นพล่าน "แล้ว... มันเสียหายมากไหมคะพี่" โบว์รีบถาม น้ำเสียงปนไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ถ้าพูดกันตามตรงนะครับครูโบว์ โครงหลังคาบางส่วนต้องรื้อทำระบบคานรับน้ำหนักใหม่หมดเลยครับ ไม่งั้นถ้ามุงสังกะสีแผ่นใหม่เข้าไป อนาคตมันจะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วถล่มลงมา ยิ่งเรื่องระบบไฟฟ้ายิ่งอันตรายครับ สายไฟเก่ามันชื้นน้ำหมดแล้ว ต้องเดินสายร้อยท่อใหม่ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย" จ่าสิบเอกอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางพลิกสมุดจดรายการวัสดุและพิมพ์เขียวคร่าวๆ ให้ดูประกอบ ทหารช่างหนุ่มชี้มือไปยังส่วนยอดของตัวบ้านที่ไร้เงาสังกะสีบังแดดบังฝน "เห็นรอยด่างตรงนั้นไหมครับครูโบว์ ฝนรอบที่แล้วมันแรงมาก ถ้าน้ำขังจนเนื้อไม้เปื่อยแบบนี้ มุงทับไปเลยไม่เกินปีได้พังลงมาแน่ๆ ครับ" โบว์มองตามปลายนิ้วของช่างด้วยหัวใจที่เริ่มดิ่งวูบ ลำคอเหนียวหนืดจนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แล้ว... แล้วถ้าพวกพี่ช่วยกันลุยเร่งงานให้หน่อยล่ะคะ พอจะเสร็จทันวันอาทิตย์นี้ไหม โบว์... โบว์พร้อมจ่ายค่าแรงเพิ่มให้เป็นพิเศษเลยค่ะ" เธอละล่ำละลักถามด้วยความหวังอันริบหรี่ น้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยแฝงไปด้วยความเว้าวอนและร้อนรนจนจ่าช่างถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจ แมนที่ยืนอยู่ด้านหลังมองแผ่นหลังบางที่กำลังสั่นเทาเพราะความวิตกกังวลนั้นด้วยสายตาที่ท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกขื่นขม เขารู้ดีว่าความรีบร้อนของเธอไม่ใช่เพราะอยากได้บ้านใหม่ แต่เป็นเพราะเธอต้องการหนีออกไปให้พ้นจากอ้อมอกของเขาต่างหาก จ่าสิบเอกส่ายหน้าช้าๆ อย่างจนใจ "ต่อให้พวกผมไม่นอนลุยงานกันยันเช้าก็ไม่ทันครับครูโบว์ งานโครงสร้างไม้กับงานไฟฟ้ายืนพื้นยังไงก็เร่งไม่ได้จริงๆ ครับ ความปลอดภัยต้องมาเป็นที่หนึ่ง" ช่างหนุ่มหันไปสบตาผู้บังคับบัญชาเพื่อขอแนวร่วม "สรุปคือ... จากเดิมที่พวกผมกะจะลุยให้เสร็จภายในเสาร์อาทิตย์นี้ งานมันต้องล่าช้าออกไปอีกอย่างน้อย 'หนึ่งสัปดาห์' ครับพี่แมน เพราะต้องรอสั่งไม้คานชุดใหม่จากโรงไม้ในเมือง และต้องรอให้โครงสร้างไม้ด้านในที่อมน้ำอยู่ตอนนี้แห้งสนิทก่อน ถึงจะเริ่มมุงหลังคาแผ่นใหม่ได้ครับ" "อีกหนึ่งสัปดาห์เลยเหรอคะ..." คำว่าหนึ่งสัปดาห์จากปากของช่างหลุดออกมาคล้ายกับเสียงพิพากษา โบว์อุทานออกมาแผ่วเบาราวกับคนหมดแรง ดวงตาคู่สวยสั่นระริกและเบิกกว้างขึ้นด้วยความรู้สึกอึดอัดที่แล่นพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนแทบหายใจไม่ออก สมองของเธอหมุนคว้าง ทวนคำแสนโหดร้ายนั้นซ้ำๆ ในใจ หนึ่งสัปดาห์... มันยาวนานราวกับหนึ่งปีในความรู้สึกของเธอ "ไอ้จ่า... ไม่มีวิธีที่เร็วกว่านี้แล้วข้ามขั้นตอนบางอย่างไปก่อนเลยเหรอ" แมนแสร้งเอ่ยถามแทรกขึ้นมา น้ำเสียงทุ้มเรียบของเขาเบาลง คล้ายต้องการหยั่งเชิงทหารรุ่นน้องเพื่อช่วยหาทางออกให้กับความอึดอัดของหญิงสาว "ไม่ได้จริงๆ ครับพี่แมน" จ่าสิบเอกยืนยันขันแข็ง "ข้ามขั้นตอนไฟฟ้ารั่วขึ้นมา คราวนี้เรื่องใหญ่กว่าเดิมแน่ครับ สัปดาห์หน้าเสร็จชัวร์ครับครูโบว์ อดทนรออีกแค่อาทิตย์เดียวเองครับ บ้านพักครูจะน่าอยู่เหมือนใหม่เลย" ช่างหนุ่มพยายามพูดให้กำลังใจโดยไม่รู้เลยว่าคำว่า 'อดทนรออีกแค่อาทิตย์เดียว' นั้น กำลังบีบเค้นหัวใจของครูสาวให้แหลกสลายลงไปในพริบตา โบว์อุทานออกมาแผ่วเบา ใบหน้าหวานที่พึ่งสร่างไข้กลับมาซีดเผือดลงอีกครั้งในทันตา ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า คำว่า 'หนึ่งสัปดาห์' สำหรับคนอื่นอาจดูเป็นเวลาเพียงสั้น ๆ แต่สำหรับโบว์ในตอนนี้ มันคือการต่อเวลาแห่งความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสออกไปอีกเจ็ดวันเต็มๆ เจ็ดวัน... ที่เธอต้องทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับชายที่ชื่อแมน เจ็ดวัน... ที่เธอต้องตื่นมาสบตากับอดีตคนรักที่แสร้งทำเป็นคนแปลกหน้าในตอนกลางวัน และเจ็ดวัน... ที่เธอต้องแบกรับความทรงจำอันแสนวาบหวามปนเปความแหลกสลายในคืนที่เธอป่วยยามที่อยู่ใต้ร่มไม้หลังนั้น โบว์ต้องลอบกลืนก้อนเนื้อความอัดอั้นลงคออย่างสุดความสามารถ มือเรียวที่กำสายกระเป๋าแน่นจนสั่นระริก เธอกลั้นใจเพื่อไล่ความรู้สึกอึดอัดที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อไม่ให้ใครเห็นหยาดน้ำตาที่จวนเจียนจะไหล แมนจับจ้องท่าทีที่เปลี่ยนไปของครูสาวอย่างไม่วางตา เขาเห็นความสั่นเทาในแววตาของเธอ เห็นความโดดเดี่ยวและทางตันที่เธอกำลังเผชิญ หัวใจของหนุ่มทหารบกบีบรัดจนเจ็บแปลบ เขารู้ดีที่สุดว่าโบว์อยากหนีไปจากเขาใจจะขาด การที่งานซ่อมบ้านต้องเลื่อนออกไปแบบนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการขังเธอไว้ในกรงขังแห่งความทรงจำร่วมกับเขาเพิ่มขึ้นอีก "เออ... ถ้ามันจำเป็นเรื่องความปลอดภัยก็ต้องตามนั้นไอ้จ่า เรื่องไม้คานกับสายไฟเดี๋ยวข้าจัดการสั่งเพิ่มให้เอง เงินขาดเหลือเท่าไหร่มาเบิกที่ข้าก่อน" แมนเอ่ยเสียงเรียบพยายามตัดบทเพื่อไม่ให้บรรยากาศรอบตัวมันดิ่งลงไปมากกว่านี้ "ขอบคุณครับพี่แมน งั้นพวกผมลุยเก็บหน้างานส่วนที่เหลือไว้รอของเลยนะครับ" จ่าสิบเอกรับคำก่อนจะแยกตัวกลับไปทำงานต่อ บรรยากาศใต้ร่มไม้กลับคืนสู่ความเงียบงันและอึมครึมอีกครั้ง โบว์ยืนนิ่งหันหลังให้แมน ลมยอดไม้พัดโชยมาพาเอาเศษฝุ่นปลิวผ่าน แต่ไม่ได้ช่วยลดทอนความอึดอัดในอกของเธอลงเลยแม้แต่น้อย ความหวังที่จะได้โบยบินออกไปจากชีวิตของเขาในวันจันทร์นี้... ถูกกำแพงเวลาที่ชื่อความจริงบดขยี้ลงไปในพริบตา และเธอไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องก้าวเดินกลับขึ้นรถคันเดิม เพื่อกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงอันขื่นขมที่บ้านหลังนั้นต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์เต็ม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD