งานที่เลี่ยงไม่ได้

1165 Words
ท่ามกลางเสียงร่ำไห้และบรรยากาศแห่งความแหลกสลายในห้องนอน แสงไฟหน้ารถยนต์คันหนึ่งก็สาดเข้ามาทางหน้าต่างพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงใต้ถุนบ้าน แมนสะดุ้งดึงสติกลับคืนมาในทันที หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เขารีบขยับถอยห่างจากเตียงนอนของโบว์ ข่มก้อนความสะอื้นและแววตาอาวรณ์ให้จมลึกลงไปภายใต้หน้ากากข้าราชการทหารผู้เคร่งขรึมตามเดิม เขาเอื้อมมือไปปรับผ้าห่มให้ครูสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผละตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาใต้แสงจันทร์สลัว ทันทีที่แมนก้าวพ้นประตูห้องนอนของโบว์ออกมาที่โถงทางเดินไม้ชั้นบน เขาก็เผชิญหน้ากับ "แนน" ที่กำลังเดินถือกระเป๋าและถุงขนมก้าวขึ้นบันไดมาพอดี แนนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นพี่ชายเดินออกมาจากฝั่งห้องนอนของเพื่อนสนิทในยามวิกฤตเช่นนี้ "อ้าวพี่แมน... โบว์เป็นยังไงบ้าง ซ่อมรถเสร็จหรือยัง?" แนนเอ่ยถามด้วยความสงสัย "รถลากเข้าอู่ไปแล้ว วันนี้ไม่ได้ดูอาการ" แมนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งสนิทจนน่าใจหาย ไม่มีร่องรอยของพายุอารมณ์เมื่อครู่หลงเหลืออยู่เลย "ตอนนี้โบว์ไม่สบายมาก ไข้ขึ้นสูง พี่ให้กินยาแล้วเพิ่งหลับไป... แนนเข้าไปดูเพื่อนเถอะ เช็ดตัวและคอยดูให้กินยาด้วย ดูแลเพื่อนให้ดีๆ" "ฮะ? โบว์ไข้ขึ้นเหรอ!" แนนตื่นตระหนก รีบวางถุงขนมลงบนโต๊ะไม้แล้ววิ่งถอดรองเท้าตรงดิ่งเข้าห้องนอนไปทันที แมนมองตามหลังน้องสาวไปจนประตูห้องปิดลงอีกครั้ง เขาถอนหายใจยาวเหยียด สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง ค่ำคืนนั้นผ่านพ้นไปพร้อมกับความเงียบงันและรอยร้าวที่ยิ่งขยายวงกว้างในใจของคนทั้งคู หลังจากคืนอันทุกข์ทรมานนั้น โบว์ก็ถูกพิษไข้เล่นงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรม ใบหน้าหวานซูบซีดและไร้เรี่ยวแรงจนไม่สามารถไปสอนหนังสือที่โรงเรียนได้หลายวัน แนนต้องคอยรับหน้าที่ส่งใบลาป่วยและอยู่ดูแลประคับประคองเพื่อนสนิทในช่วงเช้าและเย็น ส่วนแมน... เขาเลือกที่จะออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดและกลับเข้ามาในเวลาดึกสงัดเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะทำให้โบว์ต้องสะเทือนใจเพิ่มขึ้น ตลอดเวลาที่นอนซมอยู่บนเตียง โบว์ทำได้เพียงมองเพดานห้องและปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลริน ความอบอุ่นจากอ้อมกอดและไออุ่นในคืนนั้นยังคงฝังแน่นอยู่ในความรู้สึก มันกลายยาพิษที่เคลือบน้ำตาล คอยตอกย้ำว่าเธอยังคงรักเขา และเขาก็ยังคงส่งผลต่อหัวใจของเธออย่างรุนแรงจนน่ากลัว ‘ต้องรีบไป... ต้องรีบย้ายออกไปให้เร็วที่สุด’ คำนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเธอทุกลมหายใจ จนกระทั่งวันเสาร์คืบคลานมาถึง... วันที่แมนนัดหมายกับทีมทหารช่างจากกองร้อยเพื่อให้เข้ามาเริ่มงานซ่อมแซมหลังคาและฝาผนังบ้านพักครูท้ายโรงเรียนเป็นวันแรก เช้าวันนั้น โบว์ฝืนร่างกายที่พึ่งจะสร่างไข้ลุกขึ้นมาแต่งตัวในชุดลำลองกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตสีอ่อน ใบหน้าของเธอคืนความสดใสมาเพียงเล็กน้อยแต่ดวงตายังคงหม่นแสง เธอจำเป็นต้องเดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อดูหน้างานและจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายรวมถึงจัดหาอาหารกลางวันเลี้ยงดูทีมช่างตามมารยาท ทว่า... อุปสรรคชิ้นใหญ่คือรถยนต์ของเธอยังคงจอดซ่อมอยู่ที่อู่ในเมืองและยังไม่เสร็จสมบูรณ์ "โบว์ แกจะไปโรงเรียนยังไงอ่ะ รถยังซ่อมไม่เสร็จเลย" แนนเอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งม้วนผมอยู่หน้ากระจก "เออ... ให้พี่แมนไปส่งดิ รายนั้นเขากำลังจะเข้ากรมไปเบิกของมาให้ช่างพอดี ทางผ่านโรงเรียนอยู่แล้ว" โบว์ใจหายวาบเมื่อได้ยินชื่อนั้น ความทรงจำและคำตัดพ้อในห้องนอนยังคงสดใหม่จนเธอไม่กล้าสู้หน้าเขา "ไม่เป็นไรแนน... โบว์ว่าจะเรียกวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย โบว์เกรงใจผู้กอง" "เกรงใจอะไรกันคนบ้านเดียวกันแท้ๆ อีกอย่างแกเพิ่งหายไข้ จะไปนั่งตากลมตากแดดบนมอเตอร์ไซค์ให้ไข้กลับหรือไง" แนนไม่ฟังคำทัดทาน ร้องตะโกนลงไปใต้ถุนบ้านทันที "พี่แมน! พี่แมนขากลับข้ามไปกรม แวะส่งยัยโบว์ที่โรงเรียนหน่อยดิ รถโบว์ยังไม่เสร็จ!" เสียงทุ้มเรียบตอบกลับมาจากด้านล่างสั้น ๆ "เออ ให้รีบลงมา ช่างจะถึงหน้างานแล้ว" โบว์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างจำใจ ความเป็นจริงบีบคั้นให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอกระชับกระเป๋าถือเดินลงบันไดบ้านไม้มาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ที่ลานปูนใต้ถุนบ้าน แมนในชุดลำลองเสื้อยืดสีดำและกางเกงขายาวทหารกำลังติดเครื่องยนต์รถกระบะรออยู่แล้ว สายตาคู่คมกริบเหลือบมองร่างบางที่เดินก้าวเข้ามา เขาสังเกตเห็นความซูบเซียวบนใบหน้าเธอและแววตาที่พยายามหลบเลี่ยง "ขึ้นรถเถอะ" แมนพูดเสียงเรียบพลางเปิดประตูฝั่งคนขับก้าวขึ้นไป โบว์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งคู่กับเขาอีกครั้ง ประตูรถปิดลงพร้อมกับความเงียบสนิทที่แล่นเข้าจับจองพื้นที่หน้ารถในทันที รถกระบะคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากเขตรั้วบ้าน มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักเพื่อไปยังโรงเรียนประถมศึกษา ตลอดเส้นทางไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้น มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานสม่ำเสมอและความอึมครึมที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นกำแพงล่องหน โบว์นั่งตัวตรง ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกกระจกข้าง ดูทิวทัศน์ทุ่งนาสลับกับทิวมะพร้าวที่วิ่งผ่านไปเรื่อย ๆ มือเรียวกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ในขณะที่แมนบังคับพวงมาลัยด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองกระจกข้างเพื่อดูภาพสะท้อนใบหน้าหวานของเธออยู่เป็นระยะ ความเงียบในรถครั้งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยโทสะเหมือนวันก่อนๆ แต่มันอบอวลไปด้วยความอัดอั้น ขื่นขม และความเกรงใจในสถานะที่เป็นอยู่ หลังจากที่ความรู้สึกส่วนลึกถูกเปิดเผยออกมาในคืนที่เธอป่วย ทางผ่านชีวิตของคนทั้งคู่บัดนี้ขนานกันไปบนเส้นทางเดียวกัน ทว่ากลับมีระยะห่างทางความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครกล้าข้ามผ่าน รถกระบะแล่นมาจนถึงหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนป้ายชื่อเด่นชัด โบว์เตรียมตัวที่จะเปิดประตูลงทันทีที่รถจอดสนิท เพื่อจบชั่วโมงแห่งความอึดอัดนี้เสียที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD