ทางออกของความอึดอัด

1273 Words
เสียงกริ่งบอกเวลาพักกลางวันของโรงเรียนประถมศึกษาประจำจังหวัดดังขึ้นพร้อมกับเสียงเจี้ยวจ้าวของเด็กๆ ที่วิ่งกรูออกจากห้องเรียนเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร แต่สำหรับ "โบว์" ความอยากอาหารของเธอในวันนี้กลับติดลบ ครูสาวในชุดข้าราชการสีกากีเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปยังท้ายเขตโรงเรียน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักครูหลังเก่าชำรุดทรุดโทรมที่เธอควรจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้โบว์ต้องลอบถอนหายใจยาว แผ่นไม้กระดานที่รื้อทิ้งไว้ยังคงกองอยู่ที่เดิม สังกะสีมุงหลังคาที่ผุพังถูกถอดออกไปเพียงครึ่งเดียว ข้าวของเครื่องใช้ของช่างวางทิ้งไว้กระจัดกระจาย แต่กลับไร้เงาของคนงานแม้แต่คนเดียว มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้แห้งปลิวผ่านความเงียบงัน "ไม่มีความคืบหน้าเลยเหรอเนี่ย..." โบว์พึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกหนักใจ ใจของเธออยากจะโทรไปเร่ง ไปกราบกราน หรือทำอย่างไรก็ได้ให้ช่างรีบเข้ามาทำให้เสร็จเร็วที่สุด ยิ่งบ้านพักครูเสร็จไวเท่าไหร่ เธอระลึกดีว่าจะได้ย้ายออกจากบ้านของ "แมน" ได้เร็วเท่านั้น การต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกอึมครึมและอดีตที่คอยตามหลอกหลอนในบ้านหลังนั้นทุกเช้าสายบ่ายเย็น มันกำลังกัดกินพลังงานชีวิตของเธอจนแทบไม่เหลือ ตกเย็น วันนั้นบรรยากาศที่บ้านของแนนอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของแกงส้มฝีมือแม่ โต๊ะอาหารหินอ่อนใต้ถุนบ้านไม้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมหน้า พ่อและแม่ของแนนเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่ให้ความเอ็นดูโบว์เหมือนลูกสาวแท้ๆ การต้อนรับที่อบอุ่นชวนให้รู้สึกปลอดภัย แต่ความกังวลเรื่องบ้านพักก็ยังคงฉายชัดบนใบหน้าของครูสาว "เป็นอะไรไปล่ะลูกโบว์ ทำไมทำหน้าอมทุกข์แบบนั้น แกงส้มฝีมือแม่ไม่ถูกปากเหรอ?" แม่ของแนนเอ่ยทักด้วยความเป็นห่วงพลางตักเนื้อปลาชิ้นโตใส่จานให้ "เปล่าค่ะแม่ แกงส้มอร่อยมากค่ะ" โบว์รีบปฏิเสธพลางส่งยิ้มบาง "โบว์แค่คิดเรื่องบ้านพักครูน่ะค่ะ วันนี้ตอนกลางวันแวะไปดูมา ช่างยังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย ถ้ารื้อทิ้งไว้แบบนี้ โบว์กลัวว่าถ้าฝนตกหนักลงมาอีกรอบ ไม้โครงสร้างด้านในจะพังไปกันใหญ่" "โถ่ เอ๊ย... ช่างแถวบ้านเราก็แบบนี้แหละลูก รับงานซ้อนไปเรื่อย เผลอไม่ได้เป็นต้องทิ้งงาน" พ่อของแนนส่ายหัวพลางวางแก้วน้ำ "แล้วเขาบอกไหมว่าจะเข้ามาทำต่อวันไหน?" "โบว์ลองโทรตามแล้วค่ะ เขาบอกว่าติดงานด่วนที่วัดในตัวเมือง น่าจะอีกเกือบเดือนถึงจะกลับมาทำต่อได้ค่ะ" โบว์พูดเสียงแผ่ว ความท้อแท้ฉายชัดในแววตา เธอนึกภาพตัวเองที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแมนไปอีกเป็นเดือนแล้วรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "อ้าว พี่แมนกลับมาพอดีเลย!" แนนที่นั่งเคี้ยวข้าวอยู่เอ่ยทักเสียงดัง โบว์สะดุ้งน้อยๆ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ร่างสูงใหญ่ของ ร้อยโทแมน เดินเข้ามาใต้ถุนบ้าน เขายังคงอยู่ในชุดเครื่องแบบทหารบกครึ่งท่อน เสื้อเชิ้ตสีขี้ม้าถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกล่ำสัน ลำแขนแกร่งหิ้วถุงผลไม้และของสดที่แวะซื้อมาฝากคนในบ้าน แมนเดินเข้ามาวางของบนโต๊ะ สายตาคมกริบเหลือบมองโบว์ที่นั่งตัวตรงแน่วอยู่ข้างน้องสาวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนสายตาไปทางพ่อและแม่ "คุยเรื่องอะไรกันอยู่ครับ หน้าตาเคร่งเครียดกันเชียว" แมนเอ่ยถามน้ำเสียงทุ้มเรียบพลางลากเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับโบว์พอดี ระยะห่างเพียงแค่ความกว้างของโต๊ะอาหารทำให้โบว์ต้องก้มหน้าหลบสายตาอีกครั้ง "ก็เรื่องบ้านพักครูของยัยโบว์น่ะสิพี่แมน ช่างทิ้งงานหนีไปรับงานอื่นเฉยเลย โบว์เขาอยากรีบย้ายไปอยู่จะแย่แล้ว" แนนบ่นอุบก่อนจะทุบโต๊ะเบาๆ เหมือนนึกอะไรออก "เออ! จริงด้วย พี่แมน... ที่กองร้อยของพี่มีพวกทหารช่างบ้างไหมอ่า แบบที่ฝีมือดีๆ และรับงานนอกเวลาได้น่ะ แนนเห็นทหารบางคนเขาชอบรับจ๊อบเสริมซ่อมบ้านกันอยู่นะ พี่แมนลองช่วยหาสมัครพรรคพวกมาช่วยดูให้โบว์หน่อยได้ไหม เผื่อจะเสร็จเร็วขึ้น" คำพูดของแนนทำให้ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารทันที โบว์เบิกตากว้างลนลาน รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "มะ... ไม่เป็นไรหรอกแนน เกรงใจผู้กองเขา งานที่ค่ายก็เยอะอยู่แล้ว อย่าให้ต้องมาลำบากเรื่องของเราเลย" โบว์รีบเอ่ยขัด สรรพนาม 'ผู้กอง' ถูกขุดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างระยะห่างให้คนรอบข้างเห็น แมนนิ่งไป สายตาของเขาจ้องมองท่าทีรนรานของโบว์ที่พยายามปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขาอย่างสุดชีวิต ความรู้สึกตัดพ้อจางๆ แล่นผ่านแววตาคมคู่นั้น แต่เพียงครู่เดียวมันก็ถูกฉาบไว้ด้วยความเย็นชาตามเดิม เขายกน้ำขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะตอบ "ทหารช่างที่กองร้อยมีอยู่สองสามคน ฝีมือดี งานไม้ งานหลังคาทำได้หมด ช่วงนี้ไม่มีฝึกใหญ่อะไร ตอนเย็นหลังจากจำหน่ายยอดแล้ว พวกนั้นน่าจะพอมีเวลาว่างมารับงานเสริมได้" แมนพูดด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ "ถ้าเธอ... เอ่อ ถ้าครูโบว์อยากให้ช่วย เดี๋ยวพี่จะลองถามพวกมันให้" คำว่า 'ครูโบว์' ที่หลุดออกมาจากปากของแมนทำให้โบว์รู้สึกชาไปทั้งหน้า มันช่างดูห่างเหินและเป็นทางการเสียจนหัวใจดวงน้อยบีบรัด "จริงเหรอพี่แมน! ดีเลย แกเห็นไหมโบว์ ให้พี่แมนจัดการให้ แป๊บเดียวเสร็จแน่นอน ทหารทำงานไวจะตาย" แนนสนับสนุนอย่างตื่นเต้น โดยไม่รู้เลยว่ามีกระแสความอึดอัดแล่นพล่านอยู่ระหว่างพี่ชายและเพื่อนสนิท โบว์เม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ใจหนึ่งก็อยากปฏิเสธเพื่อไม่ต้องติดค้างอะไรกับเขา แต่อีกใจหนึ่ง ความเป็นจริงที่บ้านพักไม่คืบหน้าก็บีบคั้นให้เธอไม่มีทางเลือก ถ้าทหารช่างมาทำ บ้านอาจจะเสร็จในหนึ่งสัปดาห์ และเธอจะได้ไปจากที่นี่เสียที "ถ้าอย่างนั้น... รบกวน... รบกวนถามให้หน่อยนะคะ เรื่องค่าแรงหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ โบว์จัดการเองทั้งหมดค่ะ" โบว์ฝืนพูดพลางช้อนสายตาขึ้นสบตาแมนตรงๆ เป็นครั้งแรกในรอบวัน แมนสบตากลับ ดวงตาคู่เดิมที่เธอเคยหลงรักบัดนี้ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความอึมครึมที่อ่านไม่ออก เขาพยักหน้ารับคำเบาๆ "อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้ากรมแล้วจะจัดการให้" บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น แมนลุกเดินเลี่ยงขึ้นบ้านเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งให้โบว์นั่งใจสั่นอยู่ใต้ถุนบ้าน ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง การที่เขาเข้ามาช่วยครั้งนี้ มันจะช่วยให้เธอออกไปจากชีวิตเขาได้เร็วขึ้น หรือมันกำลังจะดึงรั้งให้ทั้งคู่ต้องขยับเข้ามาใกล้ชิดกันในวังวนของความลับที่ไม่มีใครกล้าเปิดเผยกันแน่... แต่ที่แน่ๆ การออกแบบชีวิตของเธอหลังจากนี้ ดูเหมือนจะหนีไม่พ้นเงาของชายที่ชื่อแมนอีกต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD