ยาที่ขม ไม่เท่ากับใจที่ขม

1172 Words
รถกระบะคันใหญ่เลี้ยวเข้าจอดที่หน้าร้านขายยาประจำอำเภอ แมนหยุดรถยนต์แล้วหันมามองคนข้างกายที่บัดนี้ฟุบหน้าลงกับคอนโซลรถด้วยความอ่อนเพลีย ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาที่สั่นเทาไปแตะเบาๆ ที่หน้าผากมน ไอร้อนจัดจากผิวเนื้อนวลส่งผ่านเข้ามาถึงฝ่ามือของเขา ไอร้อนจัดที่ส่งผ่านจากผิวเนื้อนวลข้ามมายังฝ่ามือหนาทำเอา "ร้อยโทแมน" ใจหายวูบ ขนาดยังไม่ได้ใช้ปรอทวัด ไข้ของ "โบว์" น่าจะพุ่งสูงจนเกือบแตะวิกฤต ใบหน้าหวานที่เคยผุดผ่องบัดนี้ซีดเซียว ทว่าพวงแก้มทั้งสองข้างกลับแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ของพิษไข้ ลมหายใจของเธอผ่อนเข้าออกสั้นและร้อนผ่าว ร่างบางขดตัวสั่นอยู่ภายใต้เสื้อคลุมทหารตัวหนาของเขาอย่างน่าเวทนา แมนชักมือกลับมาขยับพวงมาลัย ดึงเบรกมือให้เข้าที่ ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงไปฝ่าลมหนาวในยามพลบค่ำตรงดิ่งเข้าร้านขายยา ทหารหนุ่มผู้ไม่เคยยำเกรงต่ออริราชศัตรูในสมรภูมิ บัดนี้กลับมีสีหน้าลนลานตื่นตระหนกเพียงเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังไม่สบาย เขาปรึกษาเภสัชกรอย่างละเอียด แจกแจงอาการของโบว์ทุกอย่าง ก่อนจะได้ยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก และแผ่นเจลลดไข้มาหนึ่งชุดใหญ่ เมื่อกลับขึ้นมาบนรถ แมนจัดการฉีกซองเจลลดไข้สีฟ้าใสอย่างเบามือ เขาขยับตัวเข้าใกล้ร่างบางที่ยังคงนอนฟุบอยู่กับคอนโซลรถ มือหนาประคองดึงตัวเธอให้เอนกลับมาพิงกับเบาะนุ่มอย่างทะนุถนอม โบว์ครางประท้วงในลำคอแผ่วเบาด้วยความอึดอัด ดวงตาคู่สวยปรือปรอยขึ้นมองเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง "พี่แมน... โบว์ไม่กินยา โบว์จะกลับบ้าน..." เสียงของเธอแหบแห้งและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของคนละเมอ โบว์พยายามจะขยับตัวหนีซุกหน้าเข้าหาขอบประตูรถกระบะ ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงต้านทานฤทธิ์ไข้ทำให้ท่าทางของเธอในตอนนี้ดูเหมือนเด็กดื้อรั้นที่ไม่ยอมรับความจริง ความเจ็บระบมขมคอแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ความอวดดีและกำแพงทิฐิที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา ยังคงสั่งการให้เธอปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้ชายคนนี้ "อย่าเพิ่งดื้อเลยโบว์ ตัวร้อนขนาดนี้ถ้าไม่กินยาจะช็อกเอาได้นะ" แมนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนแทบเป็นคนละคนกับนายทหารผู้แข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อวันก่อน แววตาคมกริบที่มักจะนิ่งสนิทและดุดันอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับไหวระริกเต็มไปด้วยกระแสความห่วงใยและอาทรที่เปี่ยมล้นจนแทบทะลักทลายออกมา ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปใกล้ร่างบางจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเธอ กลิ่นไข้จางๆ ผสมกับกลิ่นละอองฝนที่ติดมากับตัวเธอ ยิ่งย้ำเตือนให้เขาต้องวางทิฐิทุกอย่างลงชั่วคราว "โบว์ดูแลตัวเองยังไง ให้ไข้สูงขนาดนี้" แมนพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือเล็กน้อย ขัดกับท่าทางสุขุมเด็ดขาดยามสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาสิ้นเชิง มือหนาขยับไปจับไหล่บางของเธออย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าหากเขาลงแรงมากเกินไป ร่างที่สั่นเทาและเปราะบางตรงหน้าจะแตกสลายลงไปต่อหน้าต่อตา เขารู้ดีว่าความดื้อรั้นของโบว์ในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะเธอไม่ชอบกินยา แต่เป็นเพราะเธอไม่อยากยอมรับสัมผัสและความผูกพันเก่าๆ ที่เขากำลังหยิบยื่นให้ต่างหาก ยิ่งเขาทำดีกับเธอมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งตอกย้ำความทรมานในสถานะที่เป็นอยู่มากเท่านั้น "พี่แมนปล่อยโบว์เถอะ... โบว์ไม่เป็นไรจริงๆ" โบว์ยังคงพยายามฝืนละล่ำละลักบอก ดึงเสื้อคลุมลายพรางตัวหนาของเขาขึ้นมาคลุมโปงจนมิดศีรษะเพื่อหลบซ่อนสายตาเว้าวอนของคู่กรณี แต่แมนไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับสาบเสื้อคลุมแล้วค่อยๆ ดึงมันลงมาเบาๆ เผยให้เห็นใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาและเหงื่อกาฬที่เริ่มซึมตามไรผม ดวงตาปรือปรอยของครูสาวมองสบประสานกับนัยน์ตาคมเข้มของนายทหารหนุ่มในระยะประชิด ความเงียบภายในรถถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกโหยหาที่อบอวลปนเปไปกับความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกในพื้นที่จำกัดแห่งนี้ เขาค่อยๆ แปะแผ่นเจลลดไข้ลงบนหน้าผากมนของเธอ ความเย็นฉ่ำของเจลทำให้โบว์สะดุ้งน้อยๆ และหลับตาลงแน่น แมนหันไปหยิบขวดน้ำแร่ที่เปิดฝาเตรียมไว้พร้อมกับเม็ดยาแก้ไข้ส่งให้เธอ ทว่ามือเรียวของโบว์ที่ยื่นมารับกลับสั่นเทาจนเกือบจะทำยาหล่น เห็นดังนั้น แมนจึงถือวิสาสะประคองแผ่นหลังบางของเธอไว้ ดันให้เธอลุกขึ้นนั่งตรงๆ ก่อนจะส่งยาเข้าปากเธอและจ่อขวดน้ำที่ริมฝีปากแห้งผาก โบว์จำใจกลืนยาลงคอช้าๆ หยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอและขื่นขมไหลซึมออกจากหางตาอีกครั้งเมื่อได้รับสัมผัสอันอบอุ่นที่เธอเคยโหยหา "เช็ดน้ำตาซะ... เดี๋ยวจะยิ่งคัดจมูก" แมนหยิบทิชชู่มาซับคราบน้ำตาบนแก้มเนียนให้อย่างเบามือที่สุด ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เปิดเผยอย่างลึกซึ้งในพื้นที่ลับสายตาคนแห่งนี้ โบว์เบนหน้าหนีฝ่ามือของเขาอย่างช้าๆ พลางดึงเสื้อคลุมลายพรางขึ้นมาห่มจนมิดถึงหน้าอก "ขอบคุณค่ะ... แล้วเรื่องรถของโบว์ล่ะคะ" "พี่โทรบอกอู่แล้ว ช่างเขาลากรถไปไว้ที่อู่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อเเช้า วันนี้เราไม่ต้องแวะไปดูแล้วล่ะ พี่จะพาโบว์กลับไปพักผ่อนที่บ้านเลย" แมนพูดพลางบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง แสงไฟหน้ารถส่องสว่างตัดความมืดของถนนสายเปลี่ยวมุ่งหน้ากลับสู่บ้านไม้หลังเก่า ตลอดทางกลับบ้าน แมนขับรถด้วยความนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาคอยเปิดไฟในรถสลัวเพื่อดูอาการของคนข้างกายเป็นระยะ ฤทธิ์ยาเริ่มกดประสาททำให้เธอค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ร่างบางเอียงซบไปกับกระจกข้างรถ สองมือยังคงกำสาบเสื้อทหารของเขาไว้แน่นคล้ายกับกลัวว่าความอบอุ่นนี้จะหายไป แมนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด ความขัดแย้งในอกตีกันยุ่งเหยิง ยาแก้ไข้ที่เขาเพิ่งให้เธอทานเข้าไปอาจจะช่วยรักษาอาการทางกายได้ แต่ "ยาขม" แห่งความจริงและสถานะอึมครึมระหว่างเขากับเธอนั้น... ยังไม่มีหมอคนไหนหรือตำราเล่มใดที่จะช่วยรักษาให้หายขาดได้เลย ยิ่งอยู่ใกล้ชิดกันในยามอ่อนแอ กำแพงหนาที่เขาสร้างขึ้นก็ดูเหมือนจะพร้อมพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD