ยิ่งหนี ยิ่งเจอ

961 Words
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายในใจของ "โบว์" เธอตื่นขึ้นตั้งแต่เช้ามืดในขณะที่แสงอาทิตย์ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า เสียงลมพัดใบมะม่วงดังสอดประสานกับเสียงไก่ขันจากบ้านใกล้เรือนเค้า โบว์ขยับตัวอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้ "แนน" ที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่น เธอรีบคว้าผ้าเช็ดตัวหายเข้าห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกายด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อหวังจะให้ความเย็นนั้นช่วยดับความร้อนรุ่มที่เกาะกินใจมาตลอดทั้งคืน เธอเลือกสวมชุดข้าราชการครูสีกากีที่เตรียมไว้ ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา แต่ก็เพียงพอจะปิดบังรอยคล้ำใต้ตาจากการนอนไม่หลับได้บ้าง โบว์สำรวจความเรียบร้อยในกระจก พยายามปั้นหน้าให้ดูปกติที่สุด ‘ต้องรีบไปก่อนที่เขาจะตื่น’ เธอคิดในใจพลางหยิบกระเป๋าสอนหนังสือและกุญแจรถยนต์คู่ใจ โบว์ค่อยๆ ก้าวลงบันไดไม้ทีละขั้น พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับ "ร้อยโทแมน" ในเวลาที่หัวใจยังอ่อนแอแบบนี้ การเจอหน้าเขาเมื่อเย็นวานมันหนักหนาเกินกว่าที่เธอจะรับไหวอีกครั้งในตอนเช้าที่บรรยากาศเงียบเชียบเช่นนี้ ทว่า... ทันทีที่เธอเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูหน้าบ้านเพื่อจะก้าวออกไปสู่ลานจอดรถ ประตูบ้านกลับถูกผลักเข้ามาจากด้านนอกพอดี "กึก!" โบว์ชะงักกึกอยู่กับที่ ร่างสูงใหญ่ในชุดกีฬาอาบไปด้วยหยาดเหงื่อปรากฎแก่สายตา แมนอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขี้ม้าตรากองทัพบกที่เปียกชุ่มจนแนบไปกับกล้ามเนื้อกำยำ กางเกงขาสั้นสีดำโชว์เรียวขาที่แข็งแรงจากการฝึกหนักและวิ่งออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าคมเข้มมีหยดน้ำเกาะพราว ลมหายใจของเขาหนักหน่วงและสม่ำเสมอจากการออกแรง ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงันตรงกรอบประตูพอดี... ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงนกกระจิบที่เริ่มออกหากินส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แต่สำหรับโบว์และแมน โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ กลิ่นอายของเหงื่อและกลิ่นสบู่จางๆ จากตัวเขาพุ่งเข้าปะทะโสตประสาทของโบว์จนเธอเผลอใจสั่น ความทรงจำในวันที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันในทุ่งนาสมัยเด็กๆ ซ้อนทับขึ้นมากับภาพนายทหารหนุ่มตรงหน้า แมนจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เขาเห็นความตื่นตระหนกในดวงตาของเธอ เห็นความประหม่าที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ชุดข้าราชการที่ดูสง่างาม มือของเขาที่จับลูกบิดประตูไว้แน่นแอบสั่นน้อยๆ แต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทราวกับสลักจากหิน วินาทีนั้นเนิ่นนานเหมือนเป็นชั่วโมง ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงกระแสความรู้สึกที่รุนแรงไหลวนอยู่ระหว่างกลาง เป็นความรักที่ยังไม่ตายแต่ต้องถูกฝังไว้ภายใต้เงื่อนไขของปัจจุบัน โบว์เป็นฝ่ายที่ดึงสติกลับมาได้ก่อน เธอรีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น พลางเบี่ยงตัวหลบไปชิดขอบประตู "ขอโทษค่ะ... เชิญผู้กองเข้ามาก่อนเลยค่ะ" เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ แมนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขยับกายกำยำเดินผ่านเธอเข้ามา กลิ่นไอความร้อนจากร่างกายของเขาเฉียดผ่านผิวของโบว์ไปเพียงนิดเดียวแต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว เขาไม่ได้พูดอะไร ไม่แม้แต่จะพยักหน้ารับ เขาเพียงแค่เดินผ่านเธอไปเหมือนคนไม่รู้จักกัน ทิ้งไว้เพียงไออุ่นจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ โบว์ไม่รอช้า เธอบังคับขาที่สั่นเทาของตัวเองให้รีบก้าวออกจากบ้าน มุ่งตรงไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้อย่างรวดเร็ว เธอเปิดประตูรถแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งข้างในทันที ก่อนจะปิดประตูดัง 'ปัง' เธอยังไม่สตาร์ทรถ... แต่กลับซบหน้าลงกับพวงมาลัย ลมหายใจหอบถี่ราวกับเพิ่งไปวิ่งแข่งมา "ใจเย็นๆ โบว์... ใจเย็นๆ" เธอบอกตัวเองซ้ำๆ พยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน น้ำตาเจ้ากรรมทำท่าจะไหลออกมาอีกครั้งแต่เธอก็กลั้นมันไว้สุดความสามารถ เธอต้องสงบสติอารมณ์ให้ได้ก่อนจะขับรถออกไปทำงานในฐานะ 'ครูโบว์' ที่เด็กๆ รัก ผ่านไปเกือบสิบนาที โบว์เงยหน้าขึ้นมองกระจกหลัง เธอเห็นแมนเดินออกมาที่ระเบียงชั้นบน เขาถอดเสื้อที่เปียกชุ่มออกเผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่มีรอยแผลเป็นจางๆ จากการฝึกฝน เขายืนนิ่งมองออกไปทางท้องทุ่งนาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง โบว์รีบหลบสายตาแล้วบิดกุญแจสตาร์ทรถทันที เสียงเครื่องยนต์ทำงานช่วยดึงเธอกลับมาสู่โลกความจริง เธอเหยียบคันเร่งแล้วขับรถออกจากรั้วบ้านไม้หลังนั้นไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของคนที่ยืนอยู่บนระเบียงนั้น... มองตามท้ายรถของเธอไปจนสุดลับสายตา แมนกำราวระเบียงไม้แน่นจนข้อนิ้วเป็นสีขาว เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ความอึมครึมในเช้านี้ไม่ได้หายไปพร้อมกับแสงแดด แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในอกของเขา ‘อีกนานแค่ไหน... ที่เราต้องออกแบบความห่างเหินแบบนี้ใส่กัน’ เขาถามตัวเองในใจ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวไปเข้ากรมทหารในฐานะร้อยโทผู้เคร่งครัดต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD