หยดน้ำตาในความมืด

1196 Words
ค่ำคืนภายในบ้านไม้หลังเก่าของครอบครัวแมนเงียบสงัด มีเพียงเสียงพัดลมเพดานที่หมุนวนส่งเสียงดัง ‘อ๊อดแอด’ สม่ำเสมอ แสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาทำให้ภายในห้องนอนเห็นเป็นเงาลางๆ "โบว์" นอนหงายลืมตาโพลงมองเพดานไม้ที่เริ่มมีรอยด่างดำตามกาลเวลา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่ตั้งอยู่หน้าพระพุทธรูปในบ้าน และกลิ่นอายของบ้านไม้ชนบท ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงกลับไปในกรงแห่งความทรงจำเมื่อ 5 ปีก่อน ในหัวของเธอตอนนี้ไม่ได้มีเพียงความเงียบ แต่มันกึกก้องไปด้วยภาพในอดีตที่พรั่งพรูเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย... ภาพของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนเตรียมทหารที่เคยแอบปั่นจักรยานมาดักรอเธอที่หน้าโรงเรียนในจังหวัดทางภาคกลาง ภาพที่เขาเคยถอดเสื้อคลุมทหารตัวหนามาสวมให้เธอในวันที่ฝนหลงฤดูพัดกระหน่ำจนเธอตัวสั่นเทา กลิ่นหอมสะอาดๆ ของสบู่ที่ติดอยู่บนเสื้อตัวนั้นยังคงติดอยู่ในใจเธอไม่เคยจางหาย “โบว์... รอพี่นะ อีกไม่กี่ปีพี่ก็จะจบแล้ว เราจะมีบ้านหลังเล็กๆ ด้วยกัน โบว์อยากเป็นครู พี่ก็จะสนับสนุนโบว์ทุกอย่าง” เสียงทุ้มของแมนในวัยหนุ่มกระซิบที่ข้างหูในวันที่เขานำดอกหญ้ามาทัดหูให้เธอที่ริมตลิ่งแม่น้ำในวันวานยังคงแจ่มชัด ในวันนั้น ความรักช่างดูง่ายดายและเต็มไปด้วยความหวัง โบว์จำได้ดีว่าเธอเคยยิ้มกว้างจนตาปิดเพียงแค่เห็นหน้าเขาที่มารอรับหลังเลิกเรียน เธอเคยเชื่อว่าขอเพียงมี 'พี่แมน' อยู่ข้างๆ โลกใบนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัว แต่แล้วภาพเหล่านั้นก็ตัดสลับมาที่เหตุการณ์เมื่อเย็น... ภาพของ แมน นายทหารหนุ่มที่ดูแข็งกร้าวและเย็นชา สายตาที่เคยมองเธอด้วยความรักกลับกลายเป็นความว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยมีอดีตร่วมกัน คำทักทายที่แสนสั้นและห่างเหินทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางลมหนาว "ฮึก..." เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้หลุดออกมาแผ่วเบา หยดน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินจากหางตาอาบขมับจนซึมลงไปในหมอน ความเจ็บปวดที่รุนแรงที่สุดไม่ใช่การไม่ได้เจอกัน แต่คือการที่วันนี้เขาอยู่ห่างออกไปเพียงแค่กำแพงห้องกั้น แต่เขากลับเลือกที่จะสวมหน้ากากทหารผู้เคร่งครัดและปฏิเสธตัวตนของเธออย่างสิ้นเชิง โบว์พยายามหลับตาลงเพื่อขับไล่ภาพเหล่านั้น แต่ยิ่งหลับตาก็ยิ่งชัดเจน ความทรงจำที่แสนหวานในวันวานกลายเป็นดาบสองคมที่กลับมาทิ่มแทงเธอในวันที่ต้องมาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันในฐานะ "เพื่อนของน้องสาว" "โบว์... แกเป็นอะไรหรือเปล่า?" เสียงงัวเงียของ "แนน" ที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆ ดังขึ้น โบว์สะดุ้งสุดตัว เธอรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างรวดเร็วและพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แต่ในความเงียบสงัด ความผิดปกตินั้นปิดบังไม่ได้เลยสำหรับเพื่อนสนิทที่คลุกคลีกันมานาน แนนลุกขึ้นนั่งพลางเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง แสงสีนวลสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาที่แดงก่ำและรอยคราบน้ำตาบนใบหน้าของโบว์ที่พยายามหลบสายตา "โบว์! แกเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม" แนนถามด้วยความเป็นห่วงพลางขยับมานั่งข้างๆ "หรือว่าแกคิดถึงบ้าน? หรือว่ามีเรื่องอะไรที่โรงเรียนแกล้งแก บอกฉันมาสิ" โบว์รีบก้มหน้า ส่ายหัวไปมาอย่างรวดเร็ว "เปล่า... เปล่าหรอกแนน เราแค่... เราแค่ฝันร้ายน่ะ" "ฝันร้ายจนร้องไห้หนักขนาดนี้เลยเหรอ?" แนนขมวดคิ้ว มือเรียวเอื้อมไปกุมมือเพื่อนไว้ "หรือว่าเป็นเพราะพี่แมน? พี่ชายฉันพูดอะไรไม่ดีใส่แกตอนเจอกันหรือเปล่า รายนั้นน่ะปากหนัก เย็นชาจนคนเขาเข้าใจผิดกันไปหมด หรือเขาทำท่าทางดุใส่แก?" คำถามของแนนเหมือนเข็มที่แทงลงบนแผลสด โบว์ใจสั่นระรัว เธอจะบอกแนนได้อย่างไรว่าพี่ชายที่แนนภาคภูมิใจ คือคนเดียวกับที่เป็นเจ้าของสัญญาใจในอดีตของเธอ เธอจะบอกได้อย่างไรว่าความเย็นชาของแมนในวันนี้ มันคือพิษร้ายที่กำลังกัดกินใจเธออยู่จนทนไม่ไหว "พี่แมนไม่ได้ทำอะไรหรอกแนน... เขา... เขาดูเป็นผู้ใหญ่ดีออก" โบว์ฝืนพูดน้ำเสียงสั่นเครือ คำว่า 'ผู้ใหญ่' ที่สื่อถึงกำแพงหนาชันทำให้เธอรู้สึกขมขื่นในลำคอ "นั่นแหละพี่ชายฉัน ตั้งแต่บรรจุเป็นร้อยโทเขาก็ยิ่งเงียบขรึม เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ" แนนถอนหายใจพลางตบไหล่เพื่อน "อย่าไปคิดมากเลยนะพี่แมนเขาคงเครียดเรื่องที่ค่าย พักผ่อนเถอะโบว์ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า เดี๋ยวฉันจะบอกพี่แมนให้ว่าอย่าทำตัวนิ่งเป็นหินใส่เพื่อนฉันมากนัก เดี๋ยวเพื่อนฉันจะกลัวจนหนีกลับบ้านพักครูที่พังๆ ไปเสียก่อน" โบว์พยักหน้าเบาๆ พลางเอนตัวลงนอนอีกครั้ง แนนปิดไฟและกลับลงไปนอนตามเดิม ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้น้ำตาของโบว์กลับไหลออกมามากกว่าเดิม เธอทำได้เพียงปล่อยให้มันซึมลงไปในหมอนอย่างเงียบเชียบที่สุด เพื่อไม่ให้เพื่อนสาวต้องตื่นขึ้นมาถามไถ่อีก ในขณะเดียวกัน ที่ระเบียงไม้นอกห้อง... ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองของแมนยืนพิงพนักไม้ มือของเขากำพนักพิงไว้แน่นจนเส้นเลือดปูด เขาไม่ได้หลับ เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ได้ยินเสียงสะอื้นแรกของโบว์ แมนหลับตาลง ความรู้สึกอึดอัดพุ่งขึ้นมาจนจุกอก เขาได้ยินเสียงสนทนาเบาๆ ระหว่างน้องสาวกับผู้หญิงที่เป็นรักแท้เพียงคนเดียวของเขา และเขารู้ดีว่าน้ำตานั้นไหลออกมาเพราะใคร เขามองผ่านความมืดไปยังประตูห้องนอนที่กั้นเขาไว้จากเธอ ความจริงที่ทั้งคู่ยังรักกันมันตะโกนก้องอยู่ในใจของเขาพอๆ กับเธอ แต่เพราะสถานะปัจจุบันที่เขาเป็นทหาร มีครอบครัวที่ต้องดูแล และความลับเรื่องความสัมพันธ์ในอดีตที่เขาเกรงว่าจะทำให้แนนหรือพ่อแม่ต้องเสียใจ ทำให้เขาเลือกที่จะออกแบบเส้นทางนี้... เส้นทางที่ต้องทำเป็นคนไม่รู้จักกัน "พี่ขอโทษนะโบว์..." เขารำพึงกับตัวเองแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ท่ามกลางลมพัดเอื่อยที่หอบเอาความเหงาและความอึมครึมปกคลุมบ้านหลังนี้ไปตลอดทั้งคืน คืนนั้น ทั้งคู่ต่างจมอยู่กับพายุความทรงจำที่แสนหวานและขมขื่น โดยมีเพียงกำแพงไม้บางๆ กั้นกลาง และความรักที่ยังคงมีอยู่เต็มอกแต่ไม่สามารถแสดงออกไปได้แม้เพียงนิดเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD