พื้นที่ ที่จำใจ

1339 Words
สายฝนยังคงกระหน่ำซัดกระจกหน้ารถอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังสนั่นเป็นระยะทำให้อากาศภายในรถยนต์คันเล็กที่เครื่องยนต์ดับสนิทเริ่มเย็นเยียบและชวนให้หายใจอึดอัด "ร้อยโทแมน" ในชุดเสื้อกันฝนสีขี้ม้าตรากองทัพเดินฝ่าความมืดและสายน้ำที่ไหลเชี่ยวเข้ามาเคาะกระจกฝั่งคนขับ เสียงกึกๆ ทำให้ "โบว์" ที่นั่งกำพวงมาลัยแน่นรีบกดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อสนทนา "รถเป็นอะไร?!" แมนตะโกนถามแข่งกับเสียงฝน คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความกังวล ใบหน้าคมคายเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝนที่สาดเข้ามา "ไม่รู้ค่ะ จู่ๆ เครื่องก็ดับไปเลย สตาร์ทไม่ติดแล้วค่ะ" โบว์ตะโกนตอบกลับไป น้ำเสียงปนไปด้วยความตื่นตระหนก แมนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะหันไปสั่งการ "ฝนตกหนักขนาดนี้ ซ่อมตรงนี้ไม่ได้หรอก ทัศนวิสัยแย่มาก จอดทิ้งไว้ข้างทางมันอันตราย... แนน! โบว์! ย้ายไปขึ้นรถพี่ก่อน เร็วเข้า!" "รับทราบค่ะกัปตัน!" "แนน" ที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ รีบคว้ากระเป๋าแล้วเปิดประตูรถฝั่งตนเองวิ่งฝ่าสายฝนไปขึ้นเบาะหลังรถกระบะของพี่ชายทันที ส่วนโบว์ทำได้เพียงดับสวิตช์กุญแจ คว้ากระเป๋าสอนหนังสือแล้วก้าวลงจากรถ ฝ่ามวลน้ำที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ร่างบางสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บขณะที่วิ่งไปขึ้นรถกระบะทรงสูงคันใหญ่ ก่อนที่แมนจะเดินกลับมาขึ้นรถ เขาจัดแจงดึงกิ่งไม้ใหญ่ข้างทางที่หักโค่นลงมาวางไว้ห่างจากท้ายรถของโบว์ประมาณยี่สิบเมตร พร้อมกับนำกรวยจราจรสีส้มสะท้อนแสงที่เขาเบิกติดรถไว้ประจำตำแหน่งมาตั้งวางไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนรถคันอื่นที่อาจจะขับผ่านมา ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุชนท้าย ท่าทีที่คล่องแคล่วและเด็ดขาดในแบบฉบับนายทหารทำให้โบว์ที่มองผ่านกระจกหลังรถกระบะรู้สึกวูบวาบในใจลึกๆ เขายังคงเป็นผู้ชายที่พึ่งพาได้เสมอในยามวิกฤต เมื่อแมนจัดการเสร็จสิ้น เขาก็เปิดประตูฝั่งคนขับก้าวขึ้นมานั่ง ประตูรถปิดลงพร้อมกับเสียงฝนที่เบาลงไปเปลาะหนึ่งเพราะตัวถังรถที่หนาแน่น แมนถอดเสื้อกันฝนออกเผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำด้านในที่เปียกชื้นเล็กน้อยตามแนวไหล่ เขาเปิดไฟในรถสลัวๆ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดระบบทำความร้อนเพื่อไล่ความหนาว โบว์ที่เพิ่งก้าวขึ้นมา ขยับจะเปิดประตูหลังเพื่อเข้าไปนั่งข้างๆ แนน แต่ทว่า... "อุ๊ย! โบว์ แกไปนั่งข้างหน้าคู่กับพี่แมนเถอะ เบาะหลังมันแคบ แถมแอร์ตกตรงนี้พอดี ฉันหนาวจะแย่แล้วเนี่ย ยิ่งเปียกฝนมาด้วย ขอนั่งขดตัวตรงนี้คนเดียวนะ" แนนรีบเอ่ยขัดพลางทำท่ากอดอกสั่นสะท้านและขยับไปชิดประตูอีกฝั่งเพื่อปิดทาง ในใจของแนนนั้น แอบวางแผนการบางอย่างไว้... ตลอดเวลาที่ผ่านมา แนนเห็นพี่ชายใช้ชีวิตโสดสนิทและเงียบเหงามานาน ส่วนเพื่อนสนิทอย่างโบว์ก็เป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวาน แนนคิดมาตลอดว่าอยากจะทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชัก เปิดโอกาสให้พี่ชายสุดขรึมได้ลองจีบครูสาวแสนดีคนนี้ดูบ้าง โดยที่แนนไม่ได้ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อยว่า ทั้งคู่มี "อดีตอันแสนลึกซึ้ง" ที่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจ โบว์ชะงักมือที่จับประตูหลัง ใบหน้าหวานซีดเผือดลงกว่าเดิม เธอมองหน้าแนนสลับกับมองแมนที่นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย สายตาของแมนที่มองผ่านกระจกมองหลังมายังเธอเรียบนิ่งทว่ามีกระแสบางอย่างที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ "ขึ้นมานั่งข้างหน้าเถอะครับ ทางข้างหน้ามันขรุขระ นั่งข้างหลังจะกระแทกเปล่าๆ" แมนเอ่ยเสียงทุ้มเรียบ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง สุดท้าย โบว์จำต้องปิดประตูเบาะหลังแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูหน้าฝั่งผู้โดยสาร ก้าวขึ้นไปนั่งคู่กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประตูรถปิดลง ความเงียบและความอึมครึมที่มากกว่าภายนอกรถพุ่งเข้าปกคลุมพื้นที่หน้ารถทันที รถกระบะคันใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนตัวฝ่าสายฝนและถนนดินเลนอย่างช้าๆ แสงไฟหน้ารถส่องทะลุม่านน้ำฝนไปข้างหน้า โบว์นั่งตัวลีบชิดประตูฝั่งซ้าย มือเรียวกระชับกระเป๋าสอนหนังสือไว้แนบตัก ราวกับมันเป็นเกราะป้องกันตัวเพียงชิ้นเดียวที่มี ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเพียงแค่เบรกมือคั่นกลางมันใกล้เกินไป ใกล้จนเธอได้กลิ่นไออุ่นจากร่างกายของเขา และกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ที่คุ้นเคยในอดีต "เอ้อ พี่แมน... โบว์เขาโสดนะพี่ เลิกเรียนก็กลับบ้าน ไม่เคยไปเที่ยวไหนเลย เป็นแม่ศรีเรือนสุดๆ ซ่อมบ้านเสร็จเมื่อไหร่ พี่แมนต้องไปช่วยขนของนะ ถือว่าตอบแทนที่โบว์เขาช่วยดูแลแนนที่โรงเรียนไง" แนนเริ่มเปิดฉากแซวจากเบาะหลัง ส่งยิ้มกริ่มผ่านกระจกมองหลังมาให้พี่ชาย คำพูดของแนนทำให้โบว์รู้สึกเหมือนลมหายใจจะสะดุด เธออยากจะหันไปห้ามเพื่อนแต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงนั่งนิ่ง แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีระเรื่อไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความอึดอัดและขื่นขมที่แล่นพล่านในอกเธอยังคงรักแมน และเธอก็รู้ว่าแมนเองก็รู้... แต่คำว่า 'จีบ' จากปากของแนนในตอนนี้ มันช่างบาดลึกและเยาะหยันสถานะที่เป็นอยู่เหลือเกิน แมนเหลือบสายตา มองกระจกข้างเห็นใบหน้าด้านข้างของโบว์ที่ดูนิ่งงันและแฝงไปด้วยความเจ็บปวด มือหนาที่กำพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้น เขาไม่ได้เอ่ยตอบรับหรือปฏิเสธคำพูดของน้องสาว ทำเพียงแค่ขับรถต่อไปในความเงียบ "พี่แมนนี่ล่ะก็... ทำเป็นนิ่งอีกละ แซวแค่นี้ทำเป็นเงียบ" แนนบ่นอุบเมื่อเห็นพี่ชายไม่เล่นด้วย ก่อนจะเอนตัวลงนอนราบกับเบาะหลังด้วยความเพลีย "งั้นฉันนอนละนะ ถึงบ้านแล้วปลุกด้วยล่ะ" เมื่อแนนเงียบเสียงลง ภายในรถก็เหลือเพียงเสียงที่ปัดน้ำฝนทำงานสม่ำเสมอ 'ปัด ปัด' และเสียงฝนตกกระทบตัวถัง ความเงียบงันหน้ารถบีบคั้นหัวใจของคนทั้งคู่จนแทบระเบิด แมนเปิดไฟเลี้ยวเข้าข้างทางชั่วครู่เมื่อถึงจุดที่น้ำท่วมขังขวางหน้า เพื่อประเมินระดับน้ำ ในจังหวะที่รถหยุดนิ่ง แมนเหลือบมองมาที่โบว์ เห็นเธอตัวสั่นน้อยๆ จากความหนาวของเสื้อผ้าที่ยังชื้นฝน เขาเอื้อมมือไปปรับช่องแอร์ให้เบนออกจากตัวเธอ ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมทหารตัวหนาที่พาดอยู่เบาะหลังส่งให้เธอ "เอาไปห่มซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย" น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุดันเหมือนเมื่อคืน แต่เต็มไปด้วยความอาทรที่ซ่อนไว้ไม่มิด โบว์มองเสื้อคลุมตัวนั้น... เสื้อคลุมลายพรางทหารที่คล้ายกับตัวที่เขาเคยห่มให้เธอในอดีต หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่ได้ เธออยากจะปฏิเสธ แต่ความหนาวเหน็บและสายตาที่เว้าวอนลึกๆ ของแมนทำให้เธอจับเสื้อตัวนั้นมาวางบนตักและคลุมกายไว้ "ขอบคุณค่ะ..." โบว์กระซิบแผ่วเบา รถกระบะเคลื่อนตัวต่อไปท่ามกลางพายุฝน ความรักของทั้งคู่ยังคงอยู่ตรงนั้น บนเบาะหน้ารถ ในพื้นที่จำกัดที่อบอวลไปด้วยความทรงจำและฝันสลาย แต่ในสถานะปัจจุบัน พวกเขาทำได้เพียงปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ออกแบบระยะห่างที่ไม่มีใครกล้าข้ามผ่านไป... ตลอดเส้นทางที่แสนยาวนานในค่ำคืนนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD