พายุกลางทาง

1213 Words
แสงแดดของวันใหม่เริ่มทำหน้าที่ แต่อากาศกลับอบอ้าวและเหนียวเหนอะหนะคล้ายกับมีเค้าลางของพายุฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่เช้า หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์และคำโกหกเรื่องตุ๊กแกในค่ำคืนที่ผ่านมา บรรยากาศระหว่าง "โบว์" และ "ร้อยโทแมน" ยิ่งทวีความอึมครึมจนแทบกลายเป็นความเย็นชาที่กรีดลึก ทั้งคู่ต่างทำหน้าที่ของตนเองโดยไม่มีการเฉียดเข้าหากันในบ้าน จนกระทั่งเวลาเลิกเรียนตอนเย็นมาถึง แมนทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับครอบครัวและน้องสาว เขาติดต่อทีมทหารช่างจากในกองร้อยซึ่งเป็นรุ่นน้องที่สนิทและฝีมือดีสามคน นัดหมายให้มาดูหน้างานที่บ้านพักครูหลังเก่าท้ายโรงเรียนเพื่อประเมินความเสียหาย โดยมีโบว์และ "แนน" ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อรถกระบะของทหารช่างและรถของแมนมาจอดเทียบ โบว์พยายามรักษาความสงบและปั้นสีหน้าให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยืนห่างจากแมนหลายก้าว ขยับไปหลบอยู่ข้างหลังแนนเพื่อใช้เพื่อนเป็นกำแพงกำบัง "สวัสดีครับครูโบว์ สวัสดีครับพี่แมน" จ่าสิบเอกหนุ่มที่เป็นหัวหน้าชุดทหารช่างเอ่ยทักทายพลางยกมือไหว้และหันไปวันทยหัตถ์ให้ผู้บังคับบัญชา "เออ ตามสบาย นอกเวลาราชการแล้ว ไม่ต้องมากพิธี" แมนพูดน้ำเสียงเรียบพลางเดินนำเข้าไปดูโครงสร้างบ้านพัก "ช่วยดูหน่อยว่าหลังคาที่รื้อทิ้งไว้กับไม้ฝาผนังต้องเปลี่ยนเยอะไหม ครูเขาอยากรีบย้ายเข้า" คำว่า 'ครูเขาอยากรีบย้ายเข้า' ทำให้โบว์ลอบเม้มริมฝีปาก เธอรู้ดีว่าแมนกำลังประชดถึงเรื่องที่เธออยากหนีหน้าเขาเมื่อคืน ทีมทหารช่างเดินสำรวจรอบบ้านอย่างคล่องแคล่ว ทุบเนื้อไม้ ปีนขึ้นไปส่องดูโครงหลังคาเหล็กและรอยสังกะสีที่ถูกทิ้งงานไว้ โบว์และแนนเดินตามอยู่ห่างๆ เพื่อฟังการประเมิน "โครงสร้างหลักยังดีอยู่ครับพี่แมน แต่ช่างเก่าเขาเลาะแผ่นหลังคาออกไปครึ่งหนึ่งแล้วทิ้งไว้ ถ้าน้ำฝนรั่วลงมาโดนฝ้าภายในจะพังหมด" จ่าสิบเอกอธิบายพลางชี้ให้ดูรอยด่างบนเพดาน "งานนี้ต้องรื้อสังกะสีเก่าออกทั้งหมดแล้วมุงแผ่นสังกะสีใหม่ ส่วนผนังไม้ที่ผุช่วงล่างตลิ่งซ่อมไม่ยากครับ พวกผมเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม ถ้าตกลง... วันเสาร์อาทิตย์นี้พวกผมลุยให้สองวันก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย เข้าอยู่ได้เลยครับ" "เสาร์อาทิตย์นี้เลยเหรอคะพี่?" แนนถามด้วยความดีใจ "ดีจัง โบว์จะได้ไม่ต้องทนอยู่บ้านพักพังๆ" "ครับ ถ้ารายการวัสดุตามนี้ ครูโบว์โอเคไหมครับ เดี๋ยวผมจะลิสต์รายการของให้พี่แมนช่วยสั่งร้านวัสดุในเมืองให้มาส่งพรุ่งนี้เลย" ทหารช่างหันมาถามเจ้าของบ้าน โบว์พยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น "โอเคค่ะ เรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดแจ้งโบว์ได้เลยนะคะ ขอบคุณพวกพี่ๆ มากจริงๆ ค่ะที่ยอมสละเวลามาช่วย" เธอจงใจเน้นคำขอบคุณไปที่ทีมช่าง โดยเลี่ยงที่จะสบตากับร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองทหารที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างๆ แมนมองท่าทางดีอกดีใจของโบว์ที่กำลังจะได้ย้ายออกจากบ้านเขาด้วยความรู้สึกขื่นในอก เขาหันไปสั่งงานทหารรุ่นน้อง "เออ งั้นตามนี้ วันเสาร์แปดโมงเช้าพวกแกเข้ามาลุยได้เลย เรื่องของเดี๋ยวข้าจัดการสั่งให้เอง" หลังจากตกลงราคาค่าแรงและรายการของเสร็จสิ้น ทีมทหารช่างก็ขอตัวกลับ ก้อนเมฆสีดำทมิฬที่สะสมตัวมาทั้งวันเริ่มเคลื่อนตัวเข้าบดบังแสงอาทิตย์จนมืดครึ้ม ลมกระโชกแรงพัดเอาเศษใบไม้ปลิวว่อน บ่งบอกว่าพายุฤดูร้อนกำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า "โบว์ แกขับรถยนต์มาใช่ไหม งั้นฉันขอติดรถกลับบ้านด้วยคนดิ ฟ้ามืดน่ากลัวมากเลย" แนนหันไปบอกเพื่อน "ได้สิแนน งั้นเรารีบไปที่รถเถอะ ท่าทางฝนจะตกหนัก" โบว์รีบเอ่ยชวน แต่อดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปมองแมนที่กำลังเดินแยกไปที่รถกระบะของเขาเพียงลำพัง และเป็นไปตามคาด ทันทีที่รถยนต์คันเล็กของโบว์เคลื่อนตัวออกจากประตูโรงเรียนได้ไม่ถึงกิโลเมตร เม็ดฝนขนาดใหญ่ก็ร่วงกราวลงมากระทบกระจกหน้าอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุพัดกระหน่ำจนต้นไม้ข้างทางเอนลู่ ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงเหลือไม่ถึงห้าเมตร โบว์ต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนเบอร์แรงที่สุดและประคองพวงมาลัยด้วยความระมัดระวัง "ฝนตกน่ากลัวชะมัดเลยแก มองไม่เห็นทางเลย" แนนบ่นพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ‘ครืด... กึก... ปัง!’ จู่ๆ เสียงเครื่องยนต์รถของโบว์ก็ครางกระตุกอย่างรุนแรง พวงมาลัยหนักอึ้งขึ้นมาทันที ก่อนที่ระบบไฟหน้าปัดจะดับวูบลงพร้อมกับเครื่องยนต์ที่ดับสนิท รถยนต์คันเล็กสูญเสียการควบคุมและค่อยๆ ไหลไปจอดนิ่งสนิทอยู่ข้างทาง ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาดังสนั่นราวกับจะถล่มลงมา "อ้าว! โบว์ รถเป็นอะไรอ่ะ ดับทำไม" แนนร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ โบว์พยายามบิดกุญแจสตาร์ทรถซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มีเพียงเสียง 'แชะ แชะ' ของไดสตาร์ทที่พยายามทำงานแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ "ไม่รู้เหมือนกันแก จู่ๆ เครื่องก็ดับไปเลย สตาร์ทไม่ติดด้วย" โบว์เริ่มลนลาน ความมืดรอบตัวและเสียงพายุฝนทำให้สถานการณ์ยิ่งดูแย่ลงไปอีก เธอกดสัญญาณไฟฉุกเฉินทิ้งไว้ รถจอดเสียอยู่ข้างทางเปลี่ยวขนานไปกับทุ่งนาที่ไม่มีบ้านคนเลยสักหลัง ความกลัวและความอึดอัดเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจ โบว์พยายามตั้งสติหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรหาอู่ซ่อมรถ แต่บนหน้าจอกลับขึ้นสถานะ 'ไม่มีสัญญาณ' เนื่องจากพายุฝนที่บดบังสัญญาณโทรศัพท์จนหมดสิ้น "แนน โทรศัพท์แกมีคลื่นไหม ของเราไม่มีสัญญาณเลย" โบว์หันไปถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แนนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะส่ายหน้าหน้าเสีย "ไม่มีเหมือนกันแก ทำไงดีเนี่ย ติดอยู่กลางทางฝนก็ตกหนักขนาดนี้ อู่รถก็คงปิดหมดแล้ว" ท่ามกลางความสิ้นหวังและความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินกะพริบวับแวม จู่ๆ แสงไฟหน้ารถคันใหญ่จากด้านหลังก็ส่องสว่างวาบเข้ามาในตัวรถ รถกระบะทรงสูงขับเคลื่อนสี่ล้อสีเข้มแล่นเข้ามาจอดต่อท้ายรถของโบว์อย่างช้าๆ ก่อนที่ประตูฝั่งคนขับจะเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดกันฝนที่ก้าวลงมาฝ่าสายฝนตรงดิ่งมายังรถของเธอ โบว์หัวใจเต้นระรัวเมื่อจำได้ทันทีว่าเป็นใคร... ร้อยโทแมน ที่ขับรถตามหลังมานั่นเอง โชคชะตาแกล้งออกแบบให้เธอต้องพึ่งพาเขาอีกครั้ง ในเวลาที่เธอพยายามจะหนีจากเขาให้ไกลที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD