ตอนที่8.โรงประมูล

3843 Words
ตอนที่8:โรงประมูล หลังจากการทดสอบในวันก่อนผ่านไป พรุ่งนี้เป็นวันหยุด วันนี้ฤทธาและเพื่อน ๆ ทั้งห้าคนนัดรวมตัวกันที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เพื่อฉลองให้กับชัยชนะของฤทธาที่คว้าอันดับหนึ่ง รวมถึงเรโซ่และยอนมินที่ติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของชั้นปี "ข้าขออวยพรให้เรามีเส้นทางยุทธที่รุ่งเรือง! หมดจอก" เรโซ่ยกจอกสุราที่เป็นเพียงน้ำสมุนไพรขึ้นดื่ม พร้อมกับเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ “ข้ารู้สึกเมามาก คงดื่มต่ออีกไม่ไหวแล้ว” ซูคิมท่าทางโงนเงนบอกกับกลุ่มเพื่อน ทุกคนมองซูคิมแต่ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบไปพักนึง “อ้าว…เงียบกริบ ข้าแค่อยากลองพูดแบบนี้สักครั้งน่ะ เห็นพวกผู้ใหญ่ชอบพูดกัน” ซูคิมอธิบาย แล้วทั้งหมดก็หัวเราะพร้อมกัน หลังจากที่แกล้งไม่ขำในตอนแรก “ไว้มีโอกาสตอนที่โตกันแล้ว พวกเรามาดื่มด้วยกันนะ” ยอนมินยกแก้วน้ำชาขึ้นมา ทุกคนยกตาม ระหว่างที่กำลังกินอาหาร ฤทธาก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย "พี่ซู พี่จิมมี่... ข้ามีคำถาม อาจารย์เกาเคยบอกข้าว่า ข้ามี ปราณยุทธคู่ มันหมายความว่าอะไรหรือ?" ซูขมวดคิ้วก่อนจะส่ายหน้า "ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก..." จิมมี่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "หมายถึงเจ้าสามารถใช้ได้ทั้งปราณวิญญาณและปราณยุทธพร้อมกัน ซึ่งหาได้ยากมากในหมู่นักยุทธ์ทั่วไป" ฤทธาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะกล่าว "แต่ข้ามีแค่ปราณธาตุแสงเท่านั้นนี่..." "อาจารย์เกาคงมีเหตุผลที่พูดเช่นนั้น เจ้าลองไปถามท่านดูสิ" ซูเสนอความเห็น ฤทธาจึงเก็บคำถามนี้ไว้ในใจ “ข้ากับจิมมี่มีเรื่องจะสารภาพ จริงๆ ข้าสองคนเป็นศิษย์ฝ่ายใน พวกข้าอยากเตรียมทีมเลยขอให้อาจารย์เกาช่วย” ซูคิมบอกความจริงออกมา รุ่นน้องทั้งสามตกใจ “โอ้โห!!! ศิษย์ฝ่ายในมันคืออะไรเหรอ” ฤทธาถามอย่างงงๆ เร่โซ่บอก “เจ้าบ้า ยังไม่รู้ความหมายเลยจะโอ้โหทำไม” แล้วทุกคนก็หัวเราะ “พวกเจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องนี้หรอก ข้าแค่อยากถามว่า พวกเจ้าสามคนยินดีมาร่วมทีมกับพวกข้าหรือไม่” จิมมี่ถามด้วยท่าทางจริงจัง ซูคิมพยักหน้ารับ “แน่นอนอยู่แล้วแม้ข้าจะยังไม่รู้อะไร แต่ข้าเชื่อในตัวพวกท่าน” ยอนมินบอกด้วยความมั่นใจ “ใช่” เรโซ่และฤทธาพูดพร้อมกัน “ดี พวกเจ้าแค่ตั้งใจฝึก จนครบปี ข้าว่ายังไงพวกเจ้าก็ได้เข้าฝ่ายในแน่นอน พออยู่ปีสองแล้ว เราค่อยเริ่มคุยเรื่องทีมกันอีกครั้ง” จิมมี่บอกศิษย์น้องทั้งสาม หลังจากกินเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน คืนนี้ศิษย์พี่ซูกับฤทธาจะลองไปดูการประมูลกันเป็นครั้งแรก เสร็จแล้วจะไปนอนค้างบ้านพี่ซู ขณะกำลังเดินไปโรงประมูล ฤทธานึกถึงตอนก่อนออกมาชีต้าร์ให้เขาเอาของไปประเมิน “เจ้าเอานี่ไปให้พ่อค้านั่นประเมิน ถ้าประมูลได้ก็ให้ประมูล ข้าแค่อยากรู้ราคาตลาดตอนนี้ ส่วนหินวิญญาณเจ้าก็เก็บไว้แล้วกัน” ฤทธารับปากชีต้าร์ “ศิษย์พี่ก่อนไปที่โรงประมูล ข้าอยากเอาของไปประเมินสักอัน” ฤทธาบอก “เอาสิ” ซูคิมก็อยากรู้อีกแล้วว่าเขาจะเอาอะไรออกมาอีก พอทั้งคู่เดินมาถึงร้าน ก็ไม่เห็นหลงจู๊คนก่อน เด็กในร้านถาม ฤทธาจึงบอกว่ามีของมาให้ประเมิน พอเข้าไปในร้านเสร็จฤทธาก็เห็นเด็กรับใช้คนสนิทของหลงจู๊เข้ามาหา “ข้าจำท่านได้ แต่ตอนนี้นายข้ากำลังเตรียมงานประมูล ท่านนำอะไรมาหรือขอรับ” เขาถามอย่างสุภาพ ฤทธาก็เอาของที่ชีต้าร์ฝากออกมา “แกนพลังงาน!” คนรับใช้อุทานออกมา “ข้าจะไปตามหลงจู๊มา พวกท่านรอสักครู่นะขอรับ” แล้วเขารีบวิ่งเข้าไปในร้าน “แกนพลังงานขั้นสูงนี่เจ้าไปเอามาจากไหน?” ศิษย์พี่ซูถามอย่างสงสัย “ของเก่าที่บ้านน่ะ ตั้งแต่รุ่นปู่แล้วเขาให้มาขายไว้ทำทุน” ฤทธาตอบตามที่ชีต้าร์บอกมาก่อนหน้านี้ ขณะที่พี่ซูกับฤทธาคุยกัน หลงจู๊ก็วิ่งมาถึงพอดี ฤทธากับศิษย์พี่ซูประคองหมัด “คารวะท่านหลงจู๊” ฤทธาบอกอย่างนอบน้อม “คารวะนายท่านทั้งสอง โอ…นี่น่ะรึ ของที่ท่านอยากให้ประเมิน” หลงจู๊หยิบแกนพลังงานขึ้นพิจารณาดู ตาลุกวาว “แกนพลังงานขั้นสูงการสร้างแบบประณีต ช่างวิศวกรรมอะไหล่ระดับห้าขึ้นไป ตอนข้ามาถึงได้ยินว่าของตกทอดจากรุ่นปู่ ให้เอามาขายหรือขอรับ” หลงจู๊ถามอย่างตื่นเต้น “เป็นเช่นนั้นขอรับ” ฤทธาตอบ *ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ กับเจ้าหนูคนนี้* หลงจู๊คิด แกนพลังงานระดับห้าเป็นระดับสูงสุด สร้างยากที่สุด หายากที่สุดแล้วในยุคนี้ “ท่านสนใจเอาเข้าประมูลหรือไม่ ปรกติของที่จะประมูลจะต้องส่งมาประเมินก่อนเที่ยง แต่นี่ข้าให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะของชิ้นนี้ น่าจะเป็นที่ต้องการ ราคาจะเริ่มที่หนึ่งแสนศิลาวิญญาณ” พี่ซูกับเด็กรับใช้มีสีหน้าตกใจทั้งคู่ “ได้สิ ข้าก็อยากดูการประมูลด้วยเช่นกัน” ฤทธาไม่ได้คิดอะไรเขาแค่อยากดูการประมูล ฤทธาคิด *หินวิญญาณนั้นเป็นของชีต้าร์ ข้าแค่อยากดูการประมูลแค่นั้น* “เชิญตามข้ามา” หลงจู๊เดินนำฤทธาไปทางหลังร้าน ที่จริงแล้วทั้งสองร้านหันหลังชนกัน มีทางลับถึงกัน แต่ถนนหน้าโรงประมูลเป็นเขตเมืองชั้นใน หลงจู๊พาทุกคนมาที่โรงประมูล “ท่านจะมีเงินทุนตามราคาเริ่มจากของที่ท่านฝากประมูล เผื่อท่านอยากประมูลอะไร ข้าจะให้คนของข้าอยู่ช่วยดูแลท่าน พาไปห้องรับรองของข้าที่ชั้นสอง ข้าขอตัวไปดูงานก่อนขอรับ” หลงจู๊ขอตัวจากไป เด็กรับใช้เดินนำทั้งสองขึ้นข้างบน ระหว่างเดินเขาก็อธิบายหลักการของโรงประมูลให้ฟัง “ของที่ท่านฝากประมูลจะถูกหักห้าเปอร์เซ็นต์ให้ทางโรงประมูล กำไรที่ท่านทำให้โรงประมูลจะถูกเก็บไว้เป็นข้อมูลในบัตรของท่าน เพื่อใช้เป็นส่วนลดในร้านและเป็นแต้มคุณูปการกับทางสมาคม เพื่อสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกหลายอย่าง ท่านต้องรอท่านหลงจู๊มาบอกอีกทีขอรับ” เด็กรับใช้พาทั้งสองเข้าไปที่ห้องๆหนึ่งมีชุดรับแขกให้นั่งมองลงไปเห็นเวทีด้านล่าง ผู้คนด้านล่างมีที่นั่งเป็นโต๊ะไป โต๊ะละสองสามคน มีอาหารและเครื่องดื่มพร้อม ทุกคนกำลังนั่งคุยกัน ทันใดนั้นพิธีกรก็ขึ้นมาบนเวที เปิดงานประมูล “พวกท่านอยากรับอาหารหรือเครื่องดื่มหรือไม่ขอรับ” เด็กรับใช้ถามหนุ่มน้อยทั้งสอง “ไม่ล่ะพวกเรากินกันมาแล้ว แค่น้ำชานี่ก็พอ” พี่ซูบอกพร้อมกับรินน้ำชาให้ฤทธา “พี่ไม่ต้องพูดสุภาพกับข้าขนาดนั้นหรอกครับ พวกข้ายังเด็กกันอยู่เลย” ฤทธาหันไปยิ้มแล้วบอกเด็กรับใช้คนนั้น “ไม่ได้หรอกขอรับ ข้าเป็นทาส ได้มาเป็นเด็กรับใช้ของนายท่านข้าก็พอใจมากแล้วขอรับ” เด็กรับใช้ยังพูดแบบสุภาพ “เขาทำหน้าที่เขา เจ้าก็อย่าไปคิดอะไรมากเลย” พี่ซูบอกฤทธา ฤทธาพยักหน้าเข้าใจ ที่ๆเขาจากมาไม่มีทาส ไม่มีชนชั้น ถึงเขาพยายามปรับตัวอยู่ ก็ยังไม่ชินสักที “ของชิ้นแรก ยันต์เคลื่อนที่พริบตาขั้นสาม ในระยะมองเห็น ท่านสามารถเคลื่อนที่ไปทางด้านหน้าของท่านจุดไหนก็ได้ที่ท่านนึก ได้ไกลสุดถึงหนึ่งกิโลเมตรหนึ่งชุด มียี่สิบใบ ราคาเริ่มที่หนึ่งแสนเหรียญวิญญาณกลาง” พิธีกรเริ่มเปิดประมูล คนข้างล่างเริ่มยกมือกันแข่งราคา “ของพวกนี้มีประโยชน์กับพวกทหารและพวกนายพรานน่ะ เอาไว้หนีตายได้ ถือว่ามีประโยชน์ทีเดียว” พี่ซูอธิบายให้ฤทธาฟัง “ถ้าอยู่ระดับหกขึ้นไปก็ไม่ต้องใช้แล้ว” ฤทธาพยักหน้าเข้าใจ “เขาประมูลกันกี่ชิ้น ใช้เวลานานหรือไม่ในแต่ละครั้ง” ฤทธาถามคนรับใช้อย่างสนใจ “มีของประมาณยี่สิบชิ้นในแต่ละครั้ง ใช้เวลาประมาณ หนึ่งชั่วโมงครับ ถ้าไม่ยืดเยื้อ ของสิบเจ็ดชิ้นมีป้ายบอกที่หน้าโรงประมูลอยู่แล้ว คนที่มาร่วมประมูล ต่างคนก็เล็งไว้แล้วว่าจะซื้ออะไร เลยใช้เวลาไม่นานครับ ทุกคนอยากดูสามชิ้นสุดท้ายกันทั้งนั้น” เด็กรับใช้อธิบาย “ชิ้นที่สองเป็นของสะสม เสื้อคลุมของโจรสลัดชื่อดังในอดีต ไห่หวัง เจิ้งไห่ สวยงาม กันการโจมตีได้ระดับหนึ่ง โดนไฟไม่เป็นไร ถึงผ่านมาเกือบห้าร้อยปีแล้ว ก็ยังดูใหม่อยู่เลย ราคาเริ่มที่สองแสนเหรียญวิญญาณกลาง” *ฤทธาประมูลอันนี้มาให้ได้* เสียงชีต้าร์ดังเข้ามาในหัวฤทธา “ถ้าข้าอยากได้ชิ้นนี้ต้องทำอย่างไร” ฤทธาหันไปถามคนรับใช้ “ข้าจะประมูลให้ขอรับ ท่านตั้งราคาไว้มั้ยครับ” เขาถามอย่างตื่นเต้น “จนกว่าจะได้” ฤทธาตอบสั้นๆ เขาแค่ทำตามชีต้าร์บอกไม่ได้คิดอะไร ประมูลเพิ่มครั้งสองหมื่น ตอนนี้มาถึงสามแสนแล้ว มีคนให้สามแสนห้า “เพิ่มไปห้าแสนเลย” ฤทธาบอกเด็กรับใช้ *ของชีต้าร์อยู่แล้วจะได้จบไวๆ ฮ่าๆ ชีต้าร์อย่าว่าข้านะ เจ้าอยากได้เองนะ* ฤทธาคิดในใจว่าชีต้าร์ต้องบ่นแน่ ราคาจบที่ห้าแสนหินวิญญาณกลางไม่มีใครเพิ่ม การประมูลดำเนินต่อไปจนถึงสามชิ้นสุดท้าย “เอาล่ะครับ เราเดินทางมาถึงสามชิ้นสุดท้ายแล้ว และตอนนี้ขอเชิญพบกับ หลงจู๊เซียนหลิวครับ” พิธีกรแนะนำ เสียงทุกคนปรบมือ “ข้าเกือบลืมชื่อเขาไปแล้ว หลงจู๊เซียนหลิว เป็นคนเดียวในเมืองที่ทุกคนเรียกว่าหลงจู๊โดยไม่ตามด้วยชื่อ” ซูคิมบอกฤทธา หลงจู๊เดินออกมา พร้อมมีคนเข็นรถที่มีผ้าคลุมของไว้สามชิ้นตามมา “เอาล่ะครับ ของสามชิ้นสุดท้ายของวันนี้ ผมจะเริ่มจากสิ่งที่ทุกคนจะต้องพอใจแน่นอน นั่นคือสิ่งนี้ครับ” เขาเปิดผ้าและยกแกนพลังงานขึ้นมา “แกนพลังงานระดับห้าครับ” เสียงในโรงประมูลฮือฮา “ไม่ใช่แกนพลังงานขั้นสูงธรรมดา มันคือแกนพลังงาน วิศวกรรมระดับปรมาจารย์ครับทุกท่าน” เสียงหลงจู๊ดังขึ้นกว่าเดิม ทำให้ในห้องประมูล ฮือฮาขึ้นกว่าเดิม ทั้งฤทธาและซูคิมตื่นเต้นตาม ทั้งสองมองหน้ากัน “ข้าก็ไม่รู้อะไรมากกว่าเจ้าแล้วตอนนี้” ซูคิมไม่รู้อธิบายยังไงเช่นกัน “นั่นหมายความว่าอะไร แกนนี้อันเดียว สามารถยกระดับค่ายกลป้องกันระดับสาม เป็นระดับสี่ได้เลย ส่วนค่ายกลระดับสี่ก็จะเป็นระดับสี่ขั้นสูง ถ้าท่านมีอยู่แล้วสามอัน ซื้ออันนี้ไปอีกอัน ท่านก็จะมีค่ายกลระดับห้าได้เลยทีเดียว ถ้าไม่ใช้ค่ายกลป้องกันก็ใช้กับวงเวทเคลื่อนย้ายหรือใส่หุ่นเชิดขั้นสูงก็สุดแล้วแต่ แต่รับรองว่าคุ้มแน่นอนกับราคาเริ่มต้นที่ หนึ่งแสนศิลาวิญญาณครับ เพิ่มครั้งละหนึ่งหมื่นศิลาวิญญาณครับ เริ่มประมูล” สิ้นเสียงหลงจู๊ ก็มีเสียงดังมาจากชั้นสอง “หนึ่งแสนสองหมื่น” ด้านล่างต่างพากันเงียบกริบ แต่หลงจู๊ซึ่งชินกับบรรยากาศแบบนี้แล้วก็พูดต่อทันที “โอ้ หนึ่งแสนสองหมื่นครับมีใครให้เพิ่มมั้ยครับ แสนสองหมื่นครั้งที่หนึ่ง “สองแสน” คราวนี้อีกเสียงหนึ่งจากชั้นสองดังขึ้น ฤทธารู้สึกว่าดังมาจากฝั่งตรงข้ามเลยมองดู “พวกราชวงศ์” ศิษย์พี่ซูกระซิบ “อีกฝั่งล่ะ ศิษย์พี่รู้หรือไม่” “ไม่รู้สิ” ซูคิมบอก สองแสนครับ สองแสนครั้งที่หนึ่ง มีใครให้เพิ่มหรือไม่ขอรับ” หลงจู๊ยังคงดำเนินการต่อไป “สองแสนห้าหมื่น” เสียงชั้นสองฝั่งเดียวกับฤทธาดังขึ้นอีก ผู้คนด้านล่างฮือฮาเบาๆ “สองแสนห้าแล้วครับ สองแสนห้าครั้งที่หนึ่ง มีใครให้เพิ่มหรือไม่ครับ สองแส…” หลงจู๊พูดยังไม่ทันจบ “ห้าแสน” คราวนี้ทั้งโรงประมูลฮือฮา “โอ้ โห้ ห้าแสนแล้วครับ ห้าแสนศิลาวิญญาณมีใครให้เพิ่มมั้ยครับ ห้าแสนครั้งที่หนึ่ง ห้าแสนครั้งที่สอง” ชั้นสองข้างห้องฤทธายังเงียบ “ห้าแสนครั้งที่สาม….ปิดประมูลครับ แกนพลังงานชิ้นนี้เป็นของห้องพิเศษ1 เป็นที่เรียบร้อย เอาละครับของชิ้นต่อไป เขาเปิดผ้า” “เป็นอาวุธวิญญาณครับ กระบี่เทียนจ้าว ของตระกูลจ้าว ตระกูลแม่ทัพของทวีปหลงจิ้ง เปิดราคาที่สองแสนศิลาวิญญาณครับ” หลงจู๊เปิดประมูลชิ้นที่สอง ชั้นสองยังเงียบ เหมือนรอห้องพิเศษหนึ่ง แต่พอเห็นห้องพิเศษหนึ่งเงียบ ก็เริ่มมีเสียงจากชั้นสอง ห้องอื่นๆ เริ่มแข่งกัน แล้วการประมูลก็ดำเนินไปจนจบ แต่ทางฤทธากับพี่ซูคุยกันแล้วว่ารอต่อไปคงจะดึก จึงขอตัวกลับกันก่อนตั้งแต่ประมูลแกนพลังงานจบ ฝากให้คนรับใช้บอกหลงจู๊ว่าพรุ่งนี้บ่ายจะแวะมาที่ร้าน แล้วทั้งสองเดินทางไปบ้านซูคิม เช้าวันต่อมา ฤทธาตื่นมาที่ห้องของศิษย์พี่ พบว่าศิษย์พี่ก็ตื่นแล้วเช่นกัน “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ ออกไปยืดเส้นยืดสายกันมั้ย เดี๋ยวกินข้าวเสร็จข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวหลายที่เลย” ซูคิมบอกศิษย์น้องของเขา “ได้สิศิษย์พี่” ทั้งคู่พับผ้าเสร็จก็ลุกออกไปด้านนอก บ้านซูคิมถือเป็นครอบครัวใหญ่ บ้านอยู่ในเมืองชั้นในทางทิศเหนือ มีพี่สาวและพี่ชายอย่างละคน ซูคิมเป็นคนสุดท้อง ที่ลานกว้างทั้งคู่ออกกำลังกายกันเบาๆ ฤทธามองไปยัง อาคารสูงใหญ่สวยงามไกลๆ ทางทิศเหนือ “นั่นราชวังน่ะมีค่ายกลบังตาไว้ จริงๆแล้วใหญ่โตกว่าที่เห็นอีก เดี๋ยวข้าจะพาไปเที่ยวเมืองชั้นนอก ทางทิศนั่นแหละ” ซูคิมบอกฤทธา “เด็กๆ เสร็จแล้วมากินข้าวนะ” เสียงหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีออกมาบอกแล้วหันหลังกลับเข้าครัวไป ฤทธามองตาม “แม่ข้าน่ะ” ซูคิมบอกฤทธา ฤทธานั่งร่วมโต๊ะอาหาร ที่มีพ่อแม่ พี่ชาย พี่สาวของศิษย์พี่ซู ทุกคนเป็นกันเองกับฤทธามาก เสร็จแล้วก็พากันออกไปเที่ยวตามที่ต่างๆ สำนักสาขาประจำเมืองหลวง โรงเรียนเตรียมทหาร ที่ทำการหอคอยวิญญาณยุทธ์สมาคมการค้า “เจ้าคงพอรู้เรื่องสำนักสาขาบ้างแล้วใช่มั้ย” ซูคิมถามฤทธา “พอรู้ครับ พวกนั้นคือคนระดับกลาง ไม่สามารถฝึกถึงระดับเจ็ดได้ แม่ข้าก็เช่นกัน” ฤทธาอธิบายสิ่งที่รู้ “ถูกต้อง ถ้าพูดถึงสัดส่วนของมนุษย์ทั้งหมด พวกสำนักใหญ่ถือว่าเป็นแค่หนึ่งในสิบส่วนแค่นั้นเอง อาจารย์ข้าบอกเสมอว่า จะต่อสู้กับพวกปีศาจ เราต้องใช้เก้าส่วนที่มี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกด้าน และในสงครามกำลังหลักของเราก็คือชนชั้นกลาง” ซูคิมอธิบาย ฤทธาฟังอย่างตั้งใจ จนมาถึงร้านขายอุปกรณ์ เด็กรับใช้ที่รออยู่ พาทั้งสองไปด้านในร้านส่วนห้องรับแขก ให้นั่งรอที่นั่น พร้อมออกไปบอกทางหลงจู๊ “เจ้าจะเป็นเศรษฐีแล้ว” ศิษย์พี่ซูแกล้งหยอกฤทธา “มันไม่ใช่ของข้าน่ะสิ เขาฝากข้ามา” ฤทธายิ้มแห้งๆ จริงๆ เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่ามันเป็นของชีต้าร์ แล้วก็มีกลุ่มคนเดินมา มีหลงจู๊ เด็กรับใช้ ชายหนุ่มและชายชราอีกคน ฤทธากับซูคิมประคองหมัดคารวะ “ท่านลูกค้า ท่านนี้คือหัวหน้าโรงประมูลเทียนมิ่ง แล้วนี่คือผู้ช่วยของข้าต้าหวังอยากให้รู้จักกันไว้” หลงจู๊แนะนำให้ฤทธากับซูคิมรู้จัก “ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ ข้าชื่อฤทธาและนี่ศิษย์พี่ของข้าซูคิม” ฤทธาแนะนำตัว ฤทธาจำผู้ช่วยต้าหวังได้ เขาคือพิธีกรงานประมูลเมื่อคืน “ยินดีมากๆ คนหนุ่มอนาคตไกล เมื่อคืนมีแต่คนอยากจะรู้จักท่าน แต่ทางเราก็ปิดข้อมูลให้ลูกค้าแล้ว ตามกฎของโรงประมูล หากลูกค้าไม่อนุญาตเราก็จะไม่เปิดเผย แต่มีทางราชวงศ์ฝากถามมาว่าลูกค้าพอจะแกนพลังงานแบบนี้อีกหรือไม่” หัวหน้าโรงประมูลสอบถามอย่างสุภาพ *ชีต้าร์นี่คาดการณ์เก่งจริงๆ * ฤทธานึกตอนที่คุยกับชีต้าร์ว่า หากมีคนมาถามแบบนี้ให้ตอบไปว่า “นี่เป็นของปรมาจารย์นักสร้างในอดีต รุ่นปู่ข้าได้มาแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นครับ” ฤทธาตอบแบบที่ชีต้าร์แนะนำ “ไม่เป็นไรครับท่านลูกค้า ข้าแค่ถามตามที่เขาฝากมา” หัวหน้าโรงประมูลตอบอย่างเกรงใจ “ไม่ทราบว่าทางราชวงศ์ต้องการไปทำอะไรหรือขอรับ ข้าถามได้หรือไม่ขอรับ” ฤทธาถามเพราะอยากรู้จริงๆ “ได้สิขอรับ ทางนั้นไม่ได้ปิดบังอะไร แถมบอกมาด้วยว่า ถ้าท่านอยากรู้ให้ตอบไปตามความจริง” เขาพูดเสร็จผายมือเชิญฤทธาและซูคิมนั่งลง หลังจากที่ลุกขึ้นแนะนำตัวกันมาพักหนึ่ง แล้วพูดต่อ “ท่านจำการประมูลเมื่อคืนได้ใช่มั้ยขอรับ ปรกติท่าทางราชวงศ์ประมูลจะไม่ค่อยมีใครแข่งด้วย แต่เมื่อคืนมีคนของทวีปทางตะวันตกอาณาจักรเทียนหวัง ผู้อาวุโสของสำนักเทียนหลงมาประมูลด้วย ทางนั้นกำลังมีศึกหนักจึงอยากได้แกนพลังงานนี้ ส่วนทางองค์ชายใหญ่ก็ประมูลไปเพื่อจะมอบให้อาณาจักรเทียนหวัง ไม่อยากให้ทางนั้นสิ้นเปลือง สุดท้ายทางนั้นก็เข้าใจ แล้วได้ส่งมอบไปแล้ว ทั้งหมดก็มีแค่นี้” หัวหน้าโรงประมูลเล่าอย่างละเอียด ฤทธารู้สึกชื่นชมองค์ชายใหญ่อยู่ในใจ “องค์ชายใหญ่ท่านนั้นใจดีจัง ถึงข้าอยากช่วย คงทำอะไรไม่ได้มาก แต่ถ้ามีข่าวอะไร ข้าจะบอกทางหลงจู๊แล้วกันขอรับ” ฤทธาตอบอย่างนอบน้อม “ขอบคุณท่านลูกค้ามาก แล้วนี่คือของๆท่าน ในนั้นมีหินวิญญาณกับของที่ท่านประมูล บัตรชั้นสูงของสมาคมการค้าที่มีชื่อท่านและของขวัญพบหน้าของทั้งหมดอยู่ในแหวนนี้แล้ว โปรดตรวจสอบดู ส่วนแหวนนี้ข้าให้เป็นของขวัญกับการสอบได้อันดับที่หนึ่งของท่าน” หัวหน้าโรงประมูลมอบแหวนมิติให้ฤทธา “ข้าคงต้องขอตัวไปรายงานให้ทางราชวงศ์ทราบก่อน เชิญท่านกับหลงจู๊พูดคุยกันตามสะดวก” หัวหน้าโรงประมูลขอตัว “ขอบคุณท่านมากครับ” ฤทธากับซูคิมประคองหมัดคารวะส่งหัวหน้าโรงประมูล “ท่านลูกค้า ตรวจของในแหวนก่อน แล้วข้าต้องขอขอบคุณท่าน ท่านสร้างผลงานให้ข้าและหัวหน้าโรงประมูลอย่างมาก ตอนนี้ข้าได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยของหัวหน้าโรงประมูลแล้ว ส่วนผู้ช่วยของข้าจะมาเป็นผู้ดูแลร้านแทนข้า คราวหลังท่านมาก็ติดต่อเขาได้โดยตรง ในแหวนจะมีบัตรที่มีคะแนนของทางสมาคมอยู่ห้าหมื่นคะแนน ท่านสามารถสอบถามเรื่องสิทธิ์ต่างๆ จากเขาได้” หลงจู๊แนะนำฤทธา “ข้าน้อยขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ข้าอยากซื้อสมุนไพรที่อยู่ในตำรับปฐมพยาบาลสี่อย่าง อย่างละยี่สิบชุดน่ะครับ” ฤทธาบอกกับหลงจู๊ “เจ้าไปเตรียมของให้ที” ผู้ช่วยหวังหันไปบอกเด็กรับใช้ ระหว่างรอ ซูคิมก็เดินดูของในร้าน ส่วนฤทธาก็ตรวจของในแหวน “ไม่รู้ว่าท่านหัวหน้าโรงประมูลให้อะไรข้า ไว้ข้าค่อยไปดูที่สำนัก ของทุกอย่างไม่มีปัญหาครับหลงจู๊” ฤทธาตอบพร้อมกับเอาแหวนเก็บไว้ในแหวนของเขาอีกที แล้วนำถุงหินวิญญาณมาเตรียมไว้จ่ายค่าสมุนไพร “ต่อไปข้าต้องเรียกหลงจู๊ต้าหวังใช่หรือไม่ครับ” ฤทธาหันไปถามผู้ช่วยต้าหวังพร้อมกับยิ้มอย่างกันเอง “ถ้าท่านลูกค้าจะให้เกียร์ติข้าน้อย ท่านเรียกข้าว่าพี่หวังก็ได้ครับ” ผู้ช่วยต้าหวังอายุยี่สิบกลางๆ บอกกับฤทธา “ดีเลยครับพี่หวัง ข้าก็ไม่ค่อยชอบแบบพิธีรีตอง เพราะกลัวพูดไม่ถูกฮ่า ฮ่า ศิษย์พี่ๆ มาๆ เรามาฝากตัวกับพี่หวังกันเถอะ” ฤทธาไปจูงมือศิษย์พี่ซูมา “พี่หวังข้าฝากตัวด้วยครับ” ซูคิมยิ้มพร้อมประคองหมัดคารวะ “ดีจริงๆ รู้จักกันไว้ คนหนุ่มน่าจะคุยกันถูกคอ ฮ่า ฮ่า” หลงจู๊หัวเราะอย่างมีความสุขที่ผู้ช่วยเขาสานสัมพันธ์กับฤทธาได้ “งั้นข้าจะขอตัวไปจัดการงานก่อนพวกท่านคุยกันไปแล้วกันนะ” สองหนุ่มก็ประคองหมัดลาหลงจู๊ “พี่หวังท่านพอจะหากระบี่สายฟ้าขั้นสี่ให้ได้หรือไม่ครับ ข้าเดินดูแล้วไม่เห็น” ซูคิมถามผู้ช่วยหวัง “กระบี่สายฟัาขั้นสี่ ผู้อาวุโสสำนักเทียนหลง ซื้ออาวุธขั้นสี่ไปมากมาย ในนั้นมีกระบี่สายฟ้าด้วย ตอนนี้ในร้านจึงไม่มีของ ท่านลูกค้ารีบใช้หรือไม่ขอรับ” ต้าหวังถามอย่างนอบน้อม “เรียกข้าว่าน้องซูเถอะพี่หวัง ข้าไม่รีบคิดว่าเดือนหน้าข้าคงถึงระดับหลอมปราณขั้นห้าชั้นฟ้าแล้ว ข้าน่าจะใช้อาวุธขั้นสี่ได้เลยจะซื้อไว้ก่อน” ซูคิมบอกกับต้าหวัง “ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บไว้ให้ท่าน วันหยุดครั้งหน้าท่าน เอ้ย น้องซูก็แวะมาแล้วกัน” ต้าหวังบอก “แล้วป้ายอันนี้ที่หลงจู๊ให้มาครั้งก่อน ข้าต้องคืนสินะพี่หวัง เพราะได้ป้ายอันใหม่แล้ว” ฤทธายื่นป้ายให้ต้าหวัง “ให้น้องซูเก็บไว้ก็ได้ถือเป็นของขวัญจากข้า ในนี้ยังมีแต้มอยู่ ยังไงตระกูลคิมก็มาซื้อของที่นี่บ่อย จะได้สะสมแต้มไว้” ต้าหวังยื่นป้ายให้ซูคิม “ดีเลยพี่หวัง เก็บแต้มไว้ให้ข้า ข้าจะบอกให้ที่บ้านมาอุดหนุนเยอะๆ พอทุกคนมาซื้อ แต้มก็จะเป็นของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ซูคิมเริ่มจินตนาการ พาทุกคนหัวเราะตาม จากนั้นทั้งสองคนก็กลับสำนัก. จบตอน.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD