ตอนที่9.ธาตุสายฟ้า.
วันต่อมา ฤทธาและซูมาฝึกที่ลานฝึกซ้อมตั้งแต่เช้าตรู่ ฤทธาต้องการฝึกฝนเพิ่มเติมก่อนเข้าไปฝึกคนเดียวที่ห้องซ้อมของสำนัก
"เจ้าพร้อมหรือยัง?" ซูถามพลางยืดเส้นยืดสาย
"พร้อมเสมอ!" ฤทธายิ้มกว้าง
ซูเป็นนักยุทธที่ใช้ปราณธาตุสายฟ้า ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องพลังโจมตีรุนแรงและความว่องไว แต่ก็มีข้อเสียคือใช้พลังปราณสูง ทำให้ยังใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งในระดับของเขาตอนนี้
ขณะที่ฤทธาใช้ปราณธาตุแสง ซึ่งมีจุดเด่นด้านการป้องกันและฟื้นตัว แต่ระดับของทั้งคู่ก็ยังห่างกันมากอยู่ดี
"มาเริ่มกันเลย!"
ซูพุ่งเข้าหาฤทธาด้วยความเร็วสูง ร่างของเขาเหมือนเส้นแสงสีฟ้าม่วงที่แล่นเข้าหาฤทธาอย่างฉับพลัน
ฤทธารีบเคลื่อนตัวหลบไปด้านข้าง และใช้พลังปราณแสงสร้างม่านพลังป้องกัน แต่ซูก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขาในพริบตา
"เร็วจริงๆ!"
ฤทธาอุทานก่อนจะยกแขนขึ้นรับหมัดที่เปี่ยมไปด้วยพลังสายฟ้า
ปัง!
แรงปะทะทำให้ฤทธาถอยหลังไปหลายก้าว กระแสไฟฟ้าแผ่ซ่านไปทั่วแขนของเขา
"เจ้าเก่งขึ้นนะ! ข้าจะเพิ่มระดับอีก!"
ซูพูดพร้อมกับกระตุ้นพลังสายฟ้าให้รุนแรงขึ้น
ครั้งนี้เขาใช้เคล็ดวิขาหมัดอัสนี พุ่งเข้าใส่ฤทธาด้วยพลังที่รุนแรงกว่าเดิม
ฤทธาตัดสินใจใช้โล่แสงเพิ่มการป้องกันพร้อมทั้งเสริมพลังโจมตีของตัวเองด้วย
"โล่แสง"
ปัง!
ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด ถึงจะเป็นการใช้พลังไม่ถึงครึ่งของทั้งคู่ แต่แรงระเบิดจากการปะทะ ทำให้เกิดคลื่นพลังแผ่กระจายออกไปรอบสนาม ฝุ่นควันลอยคลุ้ง
"เจ้าพัฒนาขึ้นเร็วมากจริงๆ"
ซูพูดพลางเสยผม และกำลังจะเข้าโจมตีต่อ
แต่ทันใดนั้น ฤทธาก็รู้สึกถึงพลังแปลกประหลาดบางอย่างแล่นเข้าสู่ร่างของเขา
มันคือพลังของสายฟ้าที่ซูปล่อยออกมาเมื่อครู่ และมันกำลังซึมซาบเข้าไปในร่างของฤทธาอย่างควบคุมไม่ได้
"อ๊ากกก!!"
ฤทธาร้องออกมา พลังสายฟ้าพลุ่งพล่านไปทั่วร่างเขา เห็นสายฟ้าทะลักออกมาตามร่างกาย
"ฤทธา! เป็นอะไรไป!?"
ซูตกใจ เขาเห็นประกายสายฟ้าปรากฏขึ้นรอบตัวฤทธา
ก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้ อาจารย์เกาก็พุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับใช้พลังปราณของเขากดพลังสายฟ้าในร่างของฤทธาลงไป
ฤทธาหายใจหอบหนักก่อนจะเงยหน้าขึ้น
"ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนพลังนี้มันแทรกซึมไปทั่วร่างของข้า มันกำลังก่อตัวเพิ่มมากขึ้น"
อาจารย์เกาพยักหน้า
"เจ้าได้ปลุกพลังธาตุสายฟ้าแล้ว และนี่คือสิ่งที่ข้าหมายถึง เมื่อข้าบอกว่าเจ้ามีปราณยุทธคู่"
ฤทธาตาเบิกกว้าง เขาเพิ่งเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นอย่างแท้จริง…
” เจ้ากินยาเสริมปราณนี่ก่อน แล้วนั่งปรับลมปราณให้เข้าที่ จากนั้นสำรวจร่างกาย แล้วทำความรู้จักกับมันให้ดี”
อีกสามคนวิ่งออกมาจากบ้านพักเมื่อได้ยินเสียงร้องของฤทธา แต่พวกเขาเห็นอาจารย์เกามาพอดี จึงทำได้แค่ดูอยู่ห่างๆ
หลังจากที่ฤทธาปลุกธาตุสายฟ้าได้ และปรับปราณจนเข้าที่แล้ว
อาจารย์เกาได้เรียกฤทธาและศิษย์ทั้งสี่มาพบ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
"เจ้าควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อน"
อาจารย์เกากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"มันจะเป็นไพ่ตายของเจ้าในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อขึ้นปีที่สอง ที่จะมีการประลองชั้นปี และการประลองอันดับสำนัก หากเจ้าสามารถซ่อนพลังของตนเองไว้จนถึงตอนนั้น มันจะเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญมาก"
ฤทธาพยักหน้าเข้าใจ
เพื่อนร่วมทีมของเขาก็รับรู้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้เช่นกัน
จากนั้นอาจารย์เกาให้พี่ซูพาฤทธาไปที่หอคัมภีร์เพื่อศึกษาวิชา 'หมัดสายฟ้า' ซึ่งเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาที่พี่ซูใช้เป็นหลัก
” ศิษย์พี่ ข้าถามเรื่องทีมหน่อยสิมันเป็นยังไงเหรอ”
ฤทธาถามพี่ซูขณะเดินไปหอคัมภีร์
“ทีมรบให้สนามรบนั้นต้องสามารถเอาชนะสัตว์อสูรเป็นหมื่นได้ ต้องคุมทหารเป็นหมื่นได้ ต้องทำภารกิจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายได้ เช่นสอดแนม ลาดตระเวน สำรวจซากโบราณหรือเมืองล่มสลายได้ด้วยแค่ทีมเดียว ทีมรบอย่างน้อยต้องมีสี่คนขึ้นไป และต้องมีหน้าที่ครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะวางวงค่ายกลเวท บังคับหุ่นเชิด เขียนยันต์การรักษา การซ่อมแซมอาวุธหรือแม้กระทั่งสร้างของต่างๆ ได้”
ซูคิมอธิบาย
” เจ้าเคยได้ยินกลุ่มปืนใหญ่ ที่มีสามชิกเจ็ดคนได้มั้ยล่ะ”
ซูคิมถามฤทธา
” เคยสิ ข้าซื้อหนังสือเรื่องพวกเขามาอ่านด้วยเก่งมากๆ เลย”
ฤทธาอธิบายถึงกลุ่มที่เขาชื่นชม
” นั่นก็คือศิษย์พี่พวกเราเหมือนกัน อาจารย์และพวกข้าอยากสร้างทีมรบขึ้นมา เพราะอีกสองปีจะมีการแข่งระหว่างสำนัก แต่ตอนนี้พวกเราห้าคนก็ยังขาดผู้ควบคุมหุ่นเชิด”
ซูคิมอธิบายพร้อมเอามือเกาคาง
“อาจารย์เกาน่ะหรือ แล้วผู้ควบคุมหุ่นเชิดข้าพอรู้จักคร่าวๆ แต่ว่าในสงครามมีบทบาทสำคัญยังไงเหรอศิษย์พี่”
ฤทธายังสงสัย
“หลายอย่างเลยล่ะ เจ้าลองสังเกตแค่ในสำนักก็ได้ ที่เจ้าซ้อมอยู่ที่ห้องฝึกนั่น ก็หุ่นเชิดทั้งนั้น สมมติว่าทีมเราต้องไปค้างแรมในป่า ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและศัตรู เรากลางเต็นท์กลางเขตค่ายกลป้องกัน เราไม่ต้องผลัดกันตื่นมาเฝ้ายามเลยถ้ามีหุ่นเชิด ตอนบุกให้มันยืนข้างหน้าได้เพราะมันไม่เจ็บ ตอนหนีก็ให้มันช่วยแบกคนเจ็บหนีไปก่อนได้ และมีประโยชน์อีกมากมาย เอาล่ะถึงแล้ว”
ซูคิมกำลังอธิบาย แต่เดินมาถึงหอคัมภีร์แล้ว
พี่ซูพาฤทธาเข้าไปด้านใน เขาเอาป้ายประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ดูแล้วพาฤทธาเดินเข้าไปด้านใน
“เจ้านั่งรอที่นี่ก่อน ข้าต้องใช้สิธิ์ของฝ่ายในไปเอามา เจ้าอยากยืมหนังสืออะไรไปอ่านหรือให้เขาสำเนาอะไรให้หรือเปล่า แค่เล่มละสิบคะแนนเองนะ บอกศิษย์รับใช้ได้เลยนะเดี๋ยวข้ามา”
พี่ซูบอกเสร็จก็เดินเข้าไปด้านใน
ฤทธาคิดว่าอยากลองอ่านเกี่ยวกับหุ่นเชิดดูก่อน เลยมองหาศิษย์รับใช้ที่อายุพอๆ กับเขาแล้วเดินไปหา
“ข้าอยากได้สำเนาหนังสือเกี่ยวกับหุ่นเชิด พวกหุ่นเชิดเบื้องต้น วิชาควบคุมหุ่นเชิดขั้นพื้นฐาน” พร้อมส่งป้ายให้ศิษย์รับใช้รับไป
“รอสักครู่นะครับ” เขารับป้ายแล้ววิ่งไป
ฤทธาเดินมานั่งรอ สักพักพี่ซูก็เดินมาหา นำเคล็ดวิชามายื่นให้ เป็นแท่งหยกคล้ายม้วนคัมภีร์ แค่คลี่ออกมาอ่านไม่ได้ สลักอักขระสีทองไว้รอบ
“นำไว้ที่หน้าผากแล้วปล่อยพลังวิญญาณเข้าไป”
พี่ซูทำท่าให้ดู
ฤทธารับมาแล้วทำตามที่บอก ทันใดนั้นมีแสงสีทองสว่างขึ้นเล็กน้อย มีอักษรสีทองและท่าทางต่างๆ มากมายวิ่งเข้าหัวเขา
“โฮ้ว..เรียบร้อยแล้วศิษย์พี่ ข้าแค่ฝึกตามนี้ใช่มั้ย”
ฤทธายังทึ่งกับสิ่งที่เข้าไปในหัวเขาอยู่
“ใช่ ตามนั้นแหละ ข้าเอาไปเก็บเดี๋ยวมานะ”
ซูคิมบอกพร้อมเดินเอาเคล็ดวิชาไปเก็บ
ฤทธาลองทำท่าทำทางดู พอดีกับศิษย์รับใช้หอบหนังสือมาสามเล่มให้ฤทธาพร้อมกับบอกว่า
“หักค่าสำเนาไปสามสิบแต้มครับ” พร้อมส่งป้ายคืนให้ฤทธา
“ขอบคุณมาก”
ฤทธารับมาพร้อมขอบคุณ ศิษย์รับใช้ก้มหัวให้พร้อมทำหน้างงๆ ปรกติไม่เคยมีใครขอบคุณเขา
พอกลับมาถึงบ้านพัก ฤทธาเอาตำราเกี่ยวกับหุ่นเชิดมาอ่าน
ฤทธาก็นำกระดาษมาเขียนตารางฝึก แล้วแปะไว้ที่ข้างฝาตรงที่หัวนอน
*ตารางฝึก*
เช้ามืด ออกกำลังกายและฝึกหมัดสายฟ้า
เช้า จองห้องฝึกและเตรียมตัวสำหรับการฝึกหนัก และฝึกต่อสู้กับสัตว์อสูร ในห้องแรงดึงดูดสองเท่า
บ่าย ศึกษาเรื่องค่ายกลวิญญาณและหุ่นเชิด ไปคุยกับลุงไป๋ที่สวนสมุนไพร
เย็น ฟื้นฟูพลังปราณและฝึกบังคับหุ่น หลอมยา เขียนยันต์
ค่ำ พักผ่อน อ่านหนังสือและเตรียมตัวสำหรับวันถัดไป
จากนั้นฤทธาเริ่มนั่งบ่มเพาะและสำรวจร่างกาย
ในร่างกายเขารู้สึกได้ถึงพลังของทั้งสองธาตุ
เสร็จแล้วฤทธาเข้าสู่ห้วงเคล็ดวิชาที่ได้มาเมื่อเย็น ภาพท่าร่างและอักขระสีทองต่างลอยอยู่รอบตัวเขาในห้วงความคิด ในห้องนอน ฤทธาตอนนี้เริ่มมีสายฟ้าปะทุรอบตัว
เช้ามืดวันต่อมาฤทธาลองรวมสายฟ้าไว้ที่หมัด ลองฝึกชกตามท่าร่าง
“รวบรวม กักเก็บไว้ แล้วปล่อยออกไปพร้อมหมัด”
ฤทธาพึมพำแล้วลองปล่อยหมัดสายฟ้าไปที่หุ่นฝึก
ตึ้ง!!
เสียงสายฟ้าปะทะหุ่นฝึก ไม่ดังมากเพราะฤทธาแค่ลองปล่อยพลังเบาๆ
คราวนี้เขาเดินเข้าไปประชิดหุ่นฝึก
เอามือวางทาบไปที่หุ่นฝึกแล้วระเบิดพลังออกจากฝ่ามือ
ตึ้ง!! เสียงดังอีกครั้ง ที่ฝ่ามือฤทธามีประกายสายฟ้า
“อ่อ…เข้าใจแล้ว” ฤทธาโพล่งออกมาแล้วคิดต่อ
“เป็นการระเบิดพลังแบบเฉียบพลันแล้วหายไป ต้องเลือกใช้
เลือกจังหวะให้ดีเป็นพลังโจมตีที่รุนแรงมาก”
ฤทธารู้สึกฮึกเหิมขึ้นอีกครั้ง ที่ได้ทำความรู้จักกับพลังใหม่
การฝึกอย่างเข้มข้นของฤทธาทำให้ศิษย์ในสำนักเริ่มสนใจเขามากขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อมีหลายคนไปสอบถามผู้คุมห้องฝึกเกี่ยวกับตารางการฝึกของอันดับหนึ่ง
และเมื่อพวกเขาทราบว่าฤทธาสามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้นหนึ่งในห้องที่มีแรงดึงดูดสองเท่าได้ ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว ทั้งที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าฤทธายังสวมอุปกรณ์ถ่วงน้ำหนักตลอดการฝึกอีกด้วย.
จบตอนที่9.