ตอนที่ 4: ปฐมนิเทศ
เสียงระฆังดังก้องไปทั่วพื้นที่ของสำนักเย่วจี ประกาศการมาของกลุ่มศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเดินทางมาถึงโดยเรือเหาะ
ฤทธายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ด้านหน้าคือจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ปูด้วยหินขัดเงา กลางจัตุรัสมีแท่นสูงซึ่งมีชายวัยกลางคนยืนอยู่ บุคลิกของเขาดูสุขุมและสง่างาม ดูตามเครื่องแต่งกายแล้วน่าจะเป็นผู้อาวุโสของสำนัก
ผู้ที่ยืนบนเวทีนั่นคือ หานเยว่ รองเจ้าสำนัก อาจารย์ฝ่ายนักวิญญาณ เชี่ยวชาญด้านยันต์และค่ายกลวิญญาณ ผมยาวมีผมขาวแซม เครายาวสวยงาม
“ขอต้อนรับศิษย์ใหม่ทุกคนสู่สำนักเย่วจี” เสียงของชายผู้นั้นดังขึ้น แทรกผ่านความวุ่นวายของศิษย์ใหม่จำนวนมาก
“จงจำไว้เสมอ ว่าที่พวกเรายังอยู่สงบสุขได้ทุกวันนี้ เพราะมีทหารและนักรบที่อยู่แนวหน้าคอยสู้รบเพื่อพวกเรา ปีศาจและอสูรจะไม่หยุดเข่นฆ่าจนกว่าพวกเราจะตายกันหมด แต่พวกเราไม่เคยยอมแพ้ มนุษย์ไม่เคยยอมแพ้ จนผ่านมาสองพันกว่าปีแล้ว
หาวิชาต่อสู้ที่เจ้าถนัด และหาอาชีพที่เจ้าชอบ แล้วพัฒนามัน สำนักแห่งนี้คือสถานที่ฝึกฝนวิถีแห่งพลังยุทธ์และพลังวิญญาณ ข้ามีเพียงข้อแนะนำสั้น ๆ จงตั้งใจฝึก และพิสูจน์ตนเองว่าสำนักคิดถูกแล้วที่ได้เลือกพวกเจ้ามา อีกสี่เดือนจะมีการสอบ แค่นี้แหละ”
หลังจากกล่าวจบ หานเย่วก็กวาดสายตามองรอบๆ ศิษย์ใหม่อีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าให้กับอาจารย์แต่ละคนที่ยืนรออยู่รอบบริเวณจัตุรัส
“จากนี้ไป พวกเจ้าจงไปหาอาจารย์ที่พาเจ้ามาเพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น”
เมื่อสิ้นคำพูดของรองเจ้าสำนัก เหล่าศิษย์ใหม่ทั้งชายและหญิงต่างแยกย้ายไปหาอาจารย์ที่พาตนมา ฤทธาหันไปหาอาจารย์เกา ซึ่งยืนรออยู่ไม่ไกล
“ฤทธา ตามข้ามา” อาจารย์เกากล่าว พลางเดินนำไปทางอาคารด้านข้างจัตุรัส ฤทธารีบเดินตาม ฤทธาสังเกตว่ากลุ่มของตัวเองมีประมาณเจ็ดสิบคน มองดูรอบๆ มีกลุ่มของอาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายชายรวมยี่สิบกลุ่ม ต่างแยกไปฝั่งซ้ายและขวา ฝั่งละสิบกลุ่ม ฤทธาเดินตามกลุ่มไปทางด้านขวา
ส่วนเด็กผู้หญิงก็แยกไปอีกฝั่งของสำนัก
ทุกปีสำนักใหญ่จะส่งคนไปทั่วทวีป เพื่อไปรับศิษย์ที่มีแววว่าจะสามารถฝึกจนถึงระดับสูงได้จากเครื่องปลุกและวัดพลังวิญญาณ ทุกปีมีศิษย์ชายหญิงประมาณปีละสี่พันคนที่ถูกเลือก สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ถูกเลือก ถ้าอยากฝึกฝน พ่อแม่ก็ไปจะเข้าสำนักสาขาตามเมืองนั้นๆ หรือไม่ก็ไปเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ฤทธานั้นอาจารย์เกาเป็นคนไปรับมาเองเลยตามคำสั่งเจ้าสำนัก
เด็กๆ ทุกคนดูตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นทุกอย่าง ผ่านลานฝึก ลานประลอง สวนหย่อม และอาคารต่างๆ ทุกอย่างดูสวยงามและใหญ่โตมากในสายตาฤทธาและพวกเด็กๆ
“กว้างใหญ่จัง แถมยังรู้สึกถึงพลังปราณมากมาย” ขณะฤทธากำลังคิดเพลินๆ ก็เดินมาถึงอาคารใหญ่หลังหนึ่งทุกคนหยุดที่นี่
“นี่คือที่พักของพวกเจ้า เดี๋ยวพวกเจ้าตามครูผู้ช่วยทั้งสองไป และทำตามคำแนะนำของพวกเขาให้เรียบร้อย ส่วนฤทธา เรโซ่ และยอนมิน อยู่ก่อน”
อาจารย์เกาสั่งเสร็จเรียบร้อย ก็พยักหน้าให้ผู้ช่วยทั้งสองของเขาพาเด็กๆ เข้าไป แล้วหันมาบอกเด็กทั้งสามคน
“พวกเจ้า ตามข้ามา”
เด็กทั้งสามเดินตามอาจารย์เกาไป จนถึงบ้านพักหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง
ภายในห้องโถงขนาดเล็ก อาจารย์เกามองพวกเด็กๆ ด้วยแววตาครุ่นคิด
“เดี๋ยวจะให้ศิษย์พี่มาพาพวกเจ้าไปลงทะเบียน พวกเจ้าจงทำความคุ้นเคยกับสำนักก่อน”
ฤทธาและอีกสองคนพยักหน้ารับ
“ครับอาจารย์!” ทั้งสามกล่าวพร้อมกัน
อาจารย์เกายิ้มบางๆ ก่อนจะกวักมือเรียกเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่มุมห้อง
“นี่คือซูคิม ศิษย์พี่ปีสอง เขาจะช่วยดูแลพวกเจ้า”
ซูคิมเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้มแฝงรอยยิ้มอ่อนโยน
“ยินดีที่ได้รู้จัก” ซูคิมกล่าวพร้อมยิ้มให้เด็กทั้งสาม
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ศิษย์พี่ซู” ฤทธาตอบ อีกสองคนพยักหน้ารับตามฤทธา
“ข้าชื่อฤทธาครับ”
“ข้าชื่อเรโซ่ครับ” เด็กหนุ่มผมทอง ผอมสูง แนะนำตัวตาม
“ข้ายอนมินครับ ศิษย์พี่” เด็กหนุ่มผิวขาวสะอาดอีกคนก็แนะนำตัว
ทั้งสองแต่งตัวสะอาด เสื้อผ้าดูมีราคา มีแต่ฤทธาที่ใส่เสื้อผ้าจากผ้าป่านธรรมดา
เด็กทั้งสามหันมายิ้มให้กัน
“ตั้งแต่นี้ไปพวกเจ้าจะอยู่ที่เดียวกับข้า ข้าจะพาพวกเจ้าไปลงทะเบียนและพาไปเดินดูรอบสำนัก”
ซูคิมกล่าวพร้อมคารวะให้อาจารย์เกา ก่อนจะหันกลับมาหาเด็กทั้งสาม
“ไปกันเถอะ”
ทั้งสี่คนเดินออกจากที่พักของอาจารย์
ซูคิมพาฤทธาและพวก มาที่อาคารลงทะเบียนและรับภารกิจ เป็นอาคารใหญ่ซึ่งมีศิษย์ใหม่ต่อแถวรออยู่แล้ว
แบ่งเป็นสิบแถว มีสิบช่องให้ลงทะเบียน ดูการจัดการเป็นระเบียบและรวดเร็ว
ฤทธาถูกศิษย์พี่พามายืนต่อแถว ส่วนศิษย์พี่ซูไปทักทายและพูดคุยกับศิษย์พี่คนอื่นๆ
“เป็นระเบียบและรวดเร็วดีจัง” ฤทธาคิด
พวกเขายืนรอไม่นานก่อนจะได้รับชุดสำนักที่ประกอบด้วยเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนสอง ชุด ป้ายประจำตัว และตำราแนะนำการฝึกเบื้องต้น
“นี่คือโอสถปฐมปราณ ใช้บ่มเพาะพลังในช่วงแรก มีสามเม็ด กินห่างกันอย่างน้อยห้า วัน” ศิษย์อาวุโสที่ดูแลการลงทะเบียนส่งขวดโอสถให้ฤทธา
“ขอบคุณครับ” ฤทธารับมาอย่างตื่นเต้น
จากนั้นซูคิมพาฤทธากับพวกกลับไปที่เรือนพัก เดินผ่านบ้านพักต่างๆ ที่เป็นอาคารหลังใหญ่ มีศิษย์ปีหนึ่งพักรวมกัน
เห็นเด็กๆ หลายคนเดินดูรอบๆ แต่งชุดแตกต่างกัน บางพวกเริ่มแนะนำตัวกัน บางพวกก็รู้จักกันอยู่แล้ว จนถึงที่พักของฤทธา ซึ่งเป็นบ้านเล็กแยกส่วนจากเรือนพักของอาจารย์
ซูคิมแนะนำเด็กๆ ว่า
“พวกเราจะพักที่นี่ ส่วนหลังนั้นเป็นบ้านพักอาจารย์ พวกเราคือศิษย์ที่ถูกเลือก” พูดจบเขาพาเด็กๆ เดินเข้าไปในบ้านพัก
ด้านในจะเห็นห้องรับแขกเล็ก ๆ แล้วก็เป็นห้องนอนเลย ในห้องนอนรวมจะมีเตียงห้าเตียงวางอยู่มุมต่างๆ และมีฉากกั้นเป็นส่วน ๆ ของใครของมัน ซูคิมแนะนำให้ฤทธากับพวกรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องอีกคนชื่อจิมมี่ เด็กหนุ่มร่างกำยำท่าทางเป็นมิตร
“ยินดีต้อนรับทุกคน เราจะอยู่กันที่นี่ ที่นี่คือศิษย์ที่อาจารย์คัดเลือกมาที่นอนพวกเจ้าไปเลือกกันเองแล้วกัน” จิมมี่กล่าวพร้อมชี้มือไปทางด้านใน
จากนั้นคนมาใหม่ก็แยกย้ายเอาของไปเก็บที่ห้อง
ที่กระท่อมไผ่หลังหนึ่ง ตรงโต๊ะทำงานในเงามืด ผ่านหลังคนคนหนึ่งไป มองเห็นอาจารย์เกายืนอยู่
“มีวิญญาณยุทธคู่ ปราณธาตุแรกเป็นธาตุแสง และมีอัตลักษณ์วิญญาณยุทธเป็นบัวห้าสีครับ” อาจารย์เการายงาน
“บัวแห่งการรู้แจ้ง อืม…น่ายินดียิ่งนัก ดูแลบ่มเพาะเขาให้ดี รอดูอีกปราณกันนะ ไปทำงานต่อเถอะ ขอบใจมาก” ร่างที่เห็นแค่เงาของแผ่นหลังนั้นบอกกับอาจารย์เกา
หลังจากจัดของเสร็จ พวกเรโซ่และยอนมินตามจิมมี่ไปดูสาขาวิชาสร้างอาวุธ
ซูคิมพาฤทธาเดินชมบริเวณรอบสำนัก พวกเขาผ่านลานฝึก โรงโอสถ และท้ายที่สุดคือสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้วิเศษและสมุนไพรมากมาย
“ที่นี่เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญของสำนัก ศิษย์ระดับสูงสามารถเข้ามาเก็บสมุนไพรได้” ซูคิมอธิบาย
ขณะที่ฤทธากำลังเดินดูรอบๆ เขาได้ยินเสียงหัวเราะจากทางหนึ่ง ฤทธาหันไปมอง เด็กกลุ่มนั้นกำลังมองเสื้อผ้าที่เขาใส่
ฤทธาใส่เสื้อกางเกงเป็นผ้าป่าน แบบที่หมู่บ้านที่ฤทธาอยู่เค้าใส่กัน จึงดูแปลกตาสำหรับชาวเมืองหลวง ที่ใส่ชุดแบบหรูหรา มีทั้งชุุดคลุมรองเท้าบู๊ท เครื่องประดับต่างๆ
กลุ่มศิษย์แต่งกายหรูหรายืนอยู่ หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหนุ่ม น่าจะเป็นศิษย์พี่ เพราะใส่ชุดสำนัก หน้าตาดูหยิ่งๆ ด้านหลังเขามีลูกสมุนยืนอยู่ ฤทธาเดาว่าคงพารุ่นน้องมาดูสถานที่เหมือนกัน
“ได้ยินว่าเจ้ามาจากหมู่บ้านห่างไกลทางทะเลใต้รึ?” เด็กปีสามคนนั้นถามฤทธา
“เจ้าเป็นใคร?” ฤทธาถามเสียงเรียบ
“ข้าเซี่ยงหลง” ชายหนุ่มตอบเสียงแข็ง
“ข้าเพียงแค่สงสัยว่าคนอย่างเจ้าถูกคัดเลือกมาได้อย่างไร”
ฤทธาขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันพูดอะไร ซูคิมก็ก้าวเข้ามาขวาง
“เซี่ยงหลง ที่นี่คือสำนัก ไม่ใช่ที่แสดงอำนาจของเจ้า”
เซี่ยงหลงหัวเราะ “ข้าแค่ถามเท่านั้น ซูคิม เพราะข้าเพิ่งเคยเห็นเด็กจากหมู่บ้านนั้น อีกอย่างถึงเราจะรู้จักกัน แต่ข้าก็เป็นศิษย์พี่นะ ซู” เขาพูดพลางเดินจากไปพร้อมพรรคพวก
“เซี่ยงหลงคือลูกเจ้ากรมคลัง ที่โตมาจากเมืองหลวง ค่อนข้างมีชื่อเสียงเพราะเป็นบุตรคนโตของเจ้ากรมคลัง”
ฤทธามองตามแผ่นหลังของเซี่ยงหลงด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนที่ซูคิมจะเดินมาตบบ่าเขาเบาๆ
“อย่าสนใจพวกนั้น เรามีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ” ศิษย์พี่ซูบอกฤทธา
“ก็แค่ร้านข้างทาง ข้าไม่สนใจเรื่องคนพวกนั้นหรอกศิษย์พี่ ตอนนี้ข้าแค่อยากฝึก” ฤทธากล่าว
ซูคิมเกาหัวงงๆ กับสำนวนของฤทธา
“ปีๆ นึงมีเด็กถูกคัดเข้าสำนักไม่ถึงสองพัน เฉพาะศิษย์ชายนะ ที่ไม่ถูกเลือกส่วนมากจะไปเรียนที่สาขาของสำนักในแต่ละเมืองน่ะ” ซูคิมอธิบาย
“ที่นี่จะเป็นระบบเรียนรู้ด้วยตัวเอง มีอาจารย์จะคอยแนะนำ รุ่นพี่คอยช่วยสอน ว่าแต่เจ้าสนใจอาชีพใดมาก่อนหรือเปล่าล่ะ” ซูคิมพยายามอธิบายระบบการฝึกสอนของสำนัก
“ข้าพอเรียนเรื่องสมุนไพรและโอสถมาบ้าง แต่ข้าก็อยากรู้เรื่องอาชีพอื่นด้วยน่ะ” ฤทธาบอกไปตามความจริง เขาอยากรู้เรื่องอาชีพต่างๆเป็นอย่างมาก
เมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ฤทธากลับมาที่เรือนพรักพร้อมซูคิม ได้ยินจายลำโพงกระจายเสียง
“พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มการฝึก ศิษย์ปีหนึ่งทุกคนต้องมารวมตัวกันที่ลานฝึก ห้ามมาสาย” ซ้ำสองรอบ แล้วทุกอย่างก็เงียบลง
ฤทธาเดินกลับเข้าห้อง มองออกไปยังท้องฟ้าสีส้มของยามเย็น ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ท่านพ่อท่านแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงข้านะ ข้าจะขยันหมั่นเพียร” ฤทธาคิดถึงบุพการีขึ้นมาช่วงนึง
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางในสำนักเย่วจี เขารู้ดีว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่เขาพร้อมที่จะเผชิญทุกสิ่งที่รออยู่ แล้วหยิบหนังสือแนะนำการฝึกเบื้องต้นมาอ่าน
“การสอบครั้งแรกคือ ระดับก่อเกิดปราณขั้นห้า ป้ายสาขาอาชีพใดก็ได้ระดับหนึ่ง และวัดพลังปราณเพื่อลงทะเบียน อืม…ตอนนี้ข้าถึงขั้นสองใกล้จะสามแล้วไม่น่ามีปัญหา สายอาชีพนี่สิ” ฤทธากำลังใช้ความคิด
“เอาไว้ก่อน…มีอะไรอีก” ฤทธาอ่านหนังสือแนะนำต่อ
“ไม่มีจอมยุทธคนใดฝึกทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่จะก้าวหน้าได้สำเร็จ ฝึกให้เต็มที่ เต็มกำลัง แล้วพักผ่อนเพื่อฟื้นฟู ผู้ขวนขวายจะใช้เวลาพักนั้นเพื่อหาความรู้ และทำซ้ำแบบเดิมในวันถัดๆ ไป ทุกอาชีพล้วนมีความสำคัญในสงคราม เป็นคำสอนที่ดีทีเดียว” ฤทธาวางหนังสือแนบอกพร้อมนอนลง คิดถึงตอนที่อาจารย์เกาสอน และทวนคำในหนังสือแนะนำจนหลับไป.
— จบตอนที่ 4 —