“เพล้ง !! ” เสียงกระถางตกทำเอาทุกคนหันมอง รวมไปถึงคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาใหม่ด้วย เศษกระถางที่แตกกระเด็นไปบาดที่ข้อเท้าของคาเรนทำเอาเลือดไหลออกมา ฝนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะรีบเข้ามีดูแผลที่ตอนนี้เลือดเริ่มไหลออกมาแล้ว
“พี่คาเรนเป็นอะไรหรือเปล่าคะ นั่นมีเลือดด้วยตายแล้วอยู่นิ่ง ๆ นะคะพี่” เสียงฝนที่ร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นว่าบริเวณข้อเท้าของคาเรนมีเลือดไหลออกมาซิบ ๆ แต่ช้ากว่าคนตัวโตที่เดินก้าวเข้ามาฉับ ๆ แล้วอุ้มคาเรนในท่าเจ้าสาว พร้อมกับหันหน้ามาสั่งทุกคนปานว่าตัวเองเป็นเจ้านายของที่ร้าน โดยไม่ได้สนใจเลยว่าคาเรนจะด่าหรือว่าบ่นเขายังไง
“เก็บกวาดทำความสะอาดให้เรียบร้อย” พูดจบมาร์ตินก็อุ้มคาเรนตรงไปที่รถของเขาก่อนจะขับออกไปทันที คาเรนถึงกับตกใจเป็นอย่างมากและถามขึ้นมา
“เดี๋ยวนะนี่จะพาฉันไปที่ไหนกันคะ งานฉันยังทำงานไม่เสร็จเลยค่ะ” คาเรนหันซ้ายหันขวาเมื่อเห็นว่าเขาขับรถออกไปด้วยความเร็ว
“ไปล้างแผลก่อน”
“แค่นิดเดียวเองล้างน้ำเปล่าก็ได้ไหม ไม่จำเป็นต้องไปล้างที่อื่นหรอก”
“เป็นหมอเหรอ ? ”
“แต่ฉันต้องทำงาน และฉันนัดกับเจ้าของบ้านเอาไว้ แล้วคุณมาที่นี่ทำไม” คาเรนถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาคือเจ้าของบ้านเพราะก่อนหน้านั้นฝนได้บอกกับเธอไปแล้วครั้งหนึ่งว่าเขาคือเจ้าของบ้านนั่นเอง แต่ที่แกล้งถามไปแบบนั้นเพราะต้องการคำตอบที่แน่ชัดก็เท่านั้น
“พี่นี่แหละเจ้าของบ้านมีอะไรไหม ถ้าจะกลับไปพี่จะยกเลิกงานทั้งหมด !!”
“นี่นาย !! ” คาเรนถึงกับร้องออกมาเสียงดังลั่น
“พี่ พี่มาร์ติน พี่หมอ อนุญาตให้เรียกได้สองอย่างเลือกเอา ว่าจะเรียกว่าอะไร และเลือกเอาว่าจะไปทำแผลหรือว่าจะกลับไป” มาร์ตินขู่คาเรนในทันที
“ไปทำแผลก่อนก็ได้ค่ะ พี่มาร์ติน” คาเรนตอบคำถามทั้งสองคำถามในทันที นาทีนี้เธอต้องเลือกเงินเอาไว้ก่อนเพื่อความอยู่รอด
“ไม่นึกเลยนะว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ เราเจอกันบ่อยเกินไปนะแค่ภายในเวลาไม่กี่วันเราเจอกันกี่ครั้ง หรือว่ามันเป็นพรหมลิขิตกันนะ ว่าไหม”
“มะ ไม่ใช่ ไม่ใช่หรอกมั้งค่ะ แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น”
“บังเอิญที่5 ปีไม่เจอกันแต่มาเจอกันแค่ไม่กี่วันมานี้กี่ครั้งแล้ว คิดสิคิด” มาร์ตินใช้นิ้วตัวเองจิ้มไปที่ด้านข้างขมับของตัวเขาเอง
คาเรนนั่งนิ่งเงียบก่อนจะเห็นว่าพี่หมอมาร์ตินขับรถเข้ามายังคลินิก ซึ่งถ้าจะให้เดาก็คงเป็นคลินิกของเขาอย่างแน่นอน
“ถึงแล้วลงมา เดินได้ไหมหรือว่าจะให้พี่อุ้ม ? ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดินเองได้” คาเรนลงรถแล้วค่อยๆ เดินออกมาช้า ๆ แต่ดูเหมือนว่ามันคงไม่ทันใจมาร์ตินทำให้ชายหนุ่มอุ้มเธอพาดบ่าแล้วตรงเข้าไปในคลินิกในทันที ดีที่ว่าเขาเข้าทางประตูหลังทำให้ไม่ค่อยมีคนเห็นสักเท่าไหร่ คงจะมีแค่พญาบาล และคนดูแลเท่านั้นที่เห็นแต่นั่นก็ทำเอาทุกคนตกใจไปตามๆ กัน
“ไม่มีอะไรหรอกทำงานต่อได้ นี่คู่หมั้นหมอเองเธอบาดเจ็บเล็กน้อย” มาร์ตินบอกกับทุกคน และนั่นทำเอาคาเรนถึงกับเอามือรัดคอมาร์ตินเอาไว้
“คู่หมั้นอะไรกันไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ” คาเรนทั้งรัดคอ ทั้งดิ้นทั้งทุบกระทั่งมาถึงในห้องทำงานของเขา มาร์ตินวางหญิงสาวเอาไว้บนที่นอนสำหรับตรวจคนไข้ก่อนที่เขาจะใช้ร่างค้ำยันและมองมาที่คาเรน
“รัดคอหนึ่งครั้ง ทุบหลังสองครั้ง ตอนที่ดิ้นเท้าโดนหลังอีกหนึ่งครั้ง พี่จะจัดการกับเธอยังไงดี ? ”
“ยังไงจะจัดการอะไร ได้สิอยากเอาคืนเหรอก็ได้เอาสิอยากทำอะไรก็ทำ ไอ้คนขี้ตู่”
“แน่ใจนะ ? ”
“ก็เออดิ อยากทำอะไรก็ทำกลัวที่ไหนละ”
สิ้นคำพูดของคาเรนนั้นมาร์ตินยกมือขึ้นมาจับใบหน้าของคาเรนเอาไว้ก่อนจะก้มลงไปประกบปากจูบหญิงสาวทันที และเพราะคาเรนตกใจเป็นอย่างมากทำให้เธอเผลออ้าปากเล็กน้อย และนั่นก็ทำเอาหมอหนุ่มสามารถสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปตวัดภายในช่องปากของเธอได้อย่างง่ายดาย
เสียงอู้อี้ของหญิงสาวดังฟังไม่เป็นภาษา เพราะเธอรู้สึกเหมือนกับว่าหายใจไม่ออก เหมือนอากาศจะขาดหายไป เหมือนคนจมน้ำที่ขาดอากาศมือเล็กทุบที่อกของมาร์ตินเบา ๆ กระทั่งเขาถอนริมฝีปากออก
“หวานจัง”
“แหวะสกปรก” คาเรนตอบออกมาอีกทั้งยังรีบยกมือมาเช็ดริมฝีปากตัวเอง ทำเอามาร์ตินนึกสนุกขึ้นมา
“ก็สะอาดกว่าปากน้องก็แล้วกัน แต่ว่าเมื่อกี้ตอนที่แลกลิ้นกันนั้น พี่รู้สึกว่า....” เขาทิ้งจังหวะการพูดไว้เล็กน้อยเพื่อให้คนตัวเล็กอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่ามีอะไรกันแน่
“อะไรมีอะไร แน่จริงก็พูดมาเลยสิ”
“อือ ฟังดี ๆ นะ เหมือนกับว่าช่องปากอักเสบนะมันดูบวม ๆ สงสัยต้องดูดหนองออก ว้าแย่จังไม่รู้ว่าหนองหรือหนอนติดมาหรือเปล่านะ รอแปบนะ”
มาร์ติดพูดพร้อมกับหันไปที่ตู้เก็บอุปกรณ์ด้านหลัง
ทำเอาคาเรนถึงกับขนลุกและเอานิ้วมือล้วงเข้าไปที่ปากของตัวเอง
“พี่ทำอะไรอ่ะ” คาเรนถามเมื่อเห็นว่ามาร์ตินกำลังบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากนั่นเอง