เรื่องเด็ดปีกหมอมาร์ติน
นามปากกาแอดมินตัวกลม
+++++++++++
ในตอนที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นอยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของคาเรนก็ดังขึ้นมาทำเอาเธอตกใจเป็นอย่างมากก่อนจะกดรับเพราะหน้าจอที่โชว์อยู่ในตอนนี้นั้นก็คือแม่บังเกิดเกล้าของเธอนั่นเองที่โทรเข้ามา
“ค่ะแม่ที่โทรมาเนี่ยจะโอนเงินให้หนูใช้เหรอคะ” คาเรนพูดทีเล่นทีจริงก่อนจะหัวเราะคิกคัก
“ไม่มีทาง !! แม่บอกแล้วว่าจะไม่ให้เงินลูกอีกเลิกอาชีพนั้นซะแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านของเราสักที”
“แม่คะถ้าจะมาพูดเรื่องแค่นี้ละก็หนูไม่คุยนะคะเสียเวลารดน้ำต้นไม้ดอกไม้หนูค่ะ ”
“พรุ่งนี้มากินข้าวที่บ้านด้วยแม่มีแขกคนสำคัญมาที่บ้าน”
“แขกของแม่แล้วเกี่ยวอะไรกับหนูคะแม่ อย่าบอกนะว่าจะให้หนูไปดูตัวอะไรนั่นอีก”
“ไม่หรอกแม่เลิกล้มความตั้งใจนั้นแล้ว แต่ต้องมาแค่นั้นแหละเห็นว่าเพื่อนแม่จะซื้อบ้านหนูไม่สนใจมาขายต้นไม้เหรอลูก ถ้าสนใจก็มาถ้าไม่สนใจก็ไม่ต้องมา แค่นี้นะแม่ถือว่าแม่บอกแล้วนะ”
“เดี๋ยวคะ ๆ แม่คะ” คาเรนร้องออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก
“อะไรอีก” คราวนี้แม่เองก็ถามด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน
“ว่าแต่ตอนไหนคะที่ว่าเพื่อนแม่จะมากินข้าวที่บ้าน” คาเรนถามย้ำอีกครั้งเพราะเธอต้องเตรียมตัวในหลาย ๆ เรื่องที่จะเกิดขึ้นมาในแต่ละวันก็ว่าได้
“ก็ตอนเที่ยงนะสิลูกแม่คงไม่นัดเพื่อนมาตอนเช้าตรู่หรอกเพราะแม่รู้ว่าลูกสาวแม่คงตื่นไม่ทัน” แม่ตอบออกมาและได้แต่ยิ้มอยู่อย่างนั้น
“ค่ะ ขอบคุณนะคะแม่ หนูรักแม่ที่สุดเลยค่ะ” คาเรนพูดจบก็ตรงเข้าไปกอดแม่ของเธอพร้อมกับหอมแก้มท่านฟอดใหญ่เลยที่เดียว
หลังจากคุยกับแม่เสร็จแล้วนั้นก็เหมือนกับว่าชีวิตนี้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะอย่างน้อยเพื่อนแม่ต้องซื้อต้นไม้อยู่แล้วยิ่งซื้อบ้านใหม่ยิ่งต้องลงต้นไม้เยอะเป็นแน่ ไหนจะเจ้าของบ้านหลังนั้นอีกที่บอกว่าอยากร่วมหุ้นด้วย ให้มันได้อย่างนี้สิ อะไรดี ๆกำลังจะเข้ามาสินะ
โรงพยาบาล
แอ๊ดดด..ปั้ง !!
เสียงเปิดประตูอย่างแรงพุ่งเข้ามาพร้อมกับการเข้ามาของหมอหนุ่มอีกคนที่ดูยังไงก็ไม่ต่างกับดาราเลยก็ว่าได้เพราะรูปร่างหน้าตาของเขานั้นดูดีไปหมดเสียทุกส่วน เสียอยู่อย่างเดียวนิสัยมันนี่แหละที่มุละลุไม่มีมารยาทเข้าห้องไม่รู้จักเคาะประตู
“มึงจะเข้ามาแบบเคาะประตูหน่อยไม่ได้หรือยังไงว๊ะคัส เกิดกูมีแขกจะทำยังไง”
มาร์ตินหันมามองมาร์คัสเพื่อนรักของเขาที่เดินเข้ามาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อีกทั้งมันยังยักไหล่แบบไม่ยี่หร่าเลยสักนิดก่อนที่จะมานั่งที่เก้าอีกแถมนั่งไขว่ห้างตามแบบฉบับของมันอีกต่างหาก
“ครับท่านประธาน ผมจะจำใส่ใจเอาไว้ครับว่าก่อนเข้าห้องคนอื่นต้องเคาะประตู แล้วมึงละครับเคาะตายเลย เคาะที่สุดไอ้ห่า !! ” มาคัสตอบกับเพื่อนด้วยท่าทางที่ล้อเลียนเป็นที่สุด
“เออ ๆ พอกันแหละอะ ว่าแต่มีอะไรวันนี้ไม่มีผ่าตัดเหรอ ? ว่างหรือไงละมึงอ่ะ” มาร์ตินยังคงถามเพื่อนด้วยความสงสัยทั้งที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเพื่อนรักอย่างมาคัส ที่มองไม่ได้มองอะไร แต่มองเพราะว่าต้องการจะจับผิดมันนั่นเอง
“เย็นนี้ไปผับกันคลายเครียด”
“ถ้ากูจำไม่ผิดเย็นนี้มึงมีผ่าตัดนี่นา จะไปได้เหรอ”
“ได้สิกูผ่าเสร็จก็ไปไง ไม่ได้ผ่าเสร็จแล้วอยู่กับคนไข้ มึงก็ไปก่อน ไปดูความเรียบร้อยในผับแทนกูด้วยก็แล้วกันได้ไหมวะ ขอร้อง”
“ถ้างานมึงจะยุ่งขนาดนี้ก็เลิกเปิดผับเถอะวะ กูเหนื่อยแทนแล้ว”
“แหม๋ ไอ้หมอฟันมึงละ เป็นทั้งเจ้าของโรงบาลยังไปเปิดคลินิกได้เลย แล้วมาสอนกู นี่แว่วว่ายังตามยัยเด็กนั่นไม่ขาดสาย กูถามจริงมึงหมดค่านักสืบไปกี่สิบล้านแล้วเนี่ย”
“เออนั่นมันเรื่องของกู ว่าแต่กูมึงเองก็เหมือนกันทั้งเจ้าของห้องพักบุคลากรโรงพยาบาล ทั้งผับ หน้าตาไม่ให้เลยนะมึง เอาเป็นว่าตกลงเจอกันเย็นนี้ก็แล้วกัน กลับไปทำงานได้แล้วไม่อย่างนั้นกูจะหักเงินเดือนมึงนะไอ้หมออก”
“หมอศัลยกรรมทรวงอกโว๊ยไอ้ห่า”
มาร์คัสพูดจบก็หัวเราะแล้วเดินออกไปทันที จะว่าไปแล้วสองคนมีอะไรที่คล้ายกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นชื่อที่ขึ้นต้นด้วยอักษรเดียวกัน บ้างานไม่ต่างกัน ที่สำคัญสองคนนิสัยก็คล้าย ๆ กันอีกทั้งยังต่างคนก็ต่างอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่กันแล้ว นั่นเลยทำให้ทั้งสองคนสนิทกันเป็นอย่างมาก
มาร์ตินเร่งทำงานของตัวเองก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาลูกน้องคนสนิทที่ให้ตามดูคาเรนอยู่โดยการแฝงตัวทำงานที่สวนของคาเรนนั่นเอง
“วันนี้มีอะไรคืบหน้าบ้าง ? ”
“ปกติดีครับ ไม่ได้ออกไปไหน แต่ว่าวันนี้มีหนุ่มมาขายขนมจีบครับนาย”
“ฮะ !! ยังไงมันมาทำอะไร”
“มาซื้อดอกไม้ครับ และจะให้คุณคาเรนไปส่งที่บ้านเองถ้าไปเองจะสั่งดอกไม้เพิ่มครับเห็นว่าจะลงสวนใหม่”
“จัดการซะอย่าให้เหลือ”
“จัดการใครครับนาย คนหรือว่าต้นไม้ดอกไม้”
“จัดการคนซะอย่าให้มันมาที่นั่นอีกเป็นอันขาด”
“รับทราบครับนาย”