“แม่งทำไมวะ ทำไม ๆ ๆ ๆ ” คาเรนเอาแต่คิดแต่คิดยังไงก็คิดไม่ตกว่าทำไมพอจะมีคนมาซื้อของก็ต้องมีอันเป็นเรื่องทุกที
“ทำไมอยู่ดี ๆ เขาถึงยกเลิกอีกล่ะคราวนี้ แล้วเงินมัดจำเขาไม่เสียดายเหรอ ?”
“เห็นบอกว่าไม่อยากได้แค่นั้นเองอ่ะพี่ฝนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เงินมัดจำเขาไม่เอาคืนนะคะ เพราะเห็นว่าให้เป็นค่าเสียเวลาค่ะ”
“แต่พี่ไม่อยากได้เงินมัดจำพี่อยากขายของโอ๊ยยปวดประสาทเป็นอย่างมากเลยทำไมกันนะ เฮ้อเครียด”
“ฝนว่าพี่คาเรนพักบ้างไหมคะ อาจจะไปตจว. สักสองสามวันดีไหม”
“ดีกับผีนะสิฝนจำได้ไหมที่เธอบอกพี่ว่าพรุ่งนี้บ้านนั้นที่ให้เราไปจัดสวนอะเขาอยากเจอพี่ใช่ไหมพรุ่งนี้พี่จะไปจัดสวน เผื่อเจอแล้วเขาอยากร่วมหุ้นส่วนด้วยพี่จะได้คุยกับเขาเลยไงดีไหม”
“ก็ดีนะคะพี่ แต่ว่าวันนี้ขอฝนเลิกงานไวหน่อยนะคะพอดีว่านัดกับทุกคนไว้ว่าจะไปปาร์ตี้วันเกิดฝนค่ะพี่สะดวกไปด้วยกันไหม ”
“ไม่อ่ะพี่ไม่ใช่สายดื่ม”
“ไปด้วยกันนะพี่ จะได้คลายเครียดไปก็ไม่ต้องดื่มก็ได้นี่คะ ดื่มน้ำเปล่าน้ำอัดลมก็ได้นี่นา นะ ๆ ฝนขอนะอย่าเครียดอย่าอยู่กับงานมากเกินไปเลยค่ะ”
“อะ ๆ ก็ได้ ๆ ไปก็ไปงั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวพี่ไปรับที่ห้องพักนะ”
“โอเคค่ะพี่ ฝนจะได้ไปบอกทุกคนว่าพี่จะไปด้วย”
“ตามนั้น”
ฝนรีบออกจากออฟฟิตและไปบอกทุกคนว่าปาร์ตี้คืนนี้คาเรนจะไปด้วย
“ไอ้มาร์คัสกูไปรอมึงที่ผับเลยแล้วกันนะ”
มาร์ตินรีบโทรหาเพื่อนในทันทีเมื่อบอยลูกน้องคนสนิทที่แฝงตัวในที่ทำงานของคาเรนโทรมาบอกชายหนุ่มถึงความคืบหน้าของหญิงสาว
“ยัยนี่เป็นบ้าอะไรถึงอยากมาผับร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมา” เขาบ่นพึมพำอยู่คนเดียวก่อนจะรีบเก็บของและต้องเข้าไปที่คลินิกอีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อย เพราะไม่ว่าจะไปเที่ยวหรือว่าทำอะไรทุกอย่างงานของเขาต้องเรียบร้อยก่อนเสมอ หลังจากจัดการเสร็จแล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปที่ผับตามที่นัดกับมาร์คัสในทันที
เมื่อมาถึงที่ผับก็จอดรถไว้ตามปกติก่อนจะเดินเข้าไปทางด้านหลังแต่ต้องชะงักเมื่ออยู่ๆก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งคุยโทรศัพท์ท่าทางเครียดหน้าดู และสิ่งที่ต้องทำให้เขาหยุดชะงักนั่นก็คือหญิงสาวที่เขาให้คนตามมาตลอดทั้งห้าปีนั่นเอง
“อะไรนะดอกไม้ที่จะนำเข้ามีคนซื้อตัดหน้าไปอีกแล้วเหรอ ? บ้าชะมัดมันอะไรกันนักกันหนาเงินฉันมันไม่มีความหมายเลยหรือยังไงทำไมคุณไม่ให้สิทธิ์ฉันที่จองก่อน”
“เดี๋ยวสิคุณ เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งวาง ฮัลโหล ๆ ”
คาเรนถึงกับทำท่าจะปาโทรศัพท์ทิ้ง แต่ก็เปลี่ยนใจเป็นนั่งลงข้างรถและยกมือมาปิดหน้าและร้องไห้
“ฮือ ๆ ๆ ” คาเรนร้องออกมาโดยไม่อายเพราะคิดว่าคงไม่มีใครเห็นแต่ว่าเธอคิดผิด เมื่ออยู่ ๆมาร์ตินก็เดินเข้ามาหาเธอก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“โตจนป่านนี้ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็กไปได้ ทะเลาะกับแฟนเหรอครับ อ่ะนี่ผ้าเช็ดหน้า” มาร์ตินเอ่ยถามแต่ก็ยื่นผ้าให้
คาเรนมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะรีบลุกขึ้นและปาดน้ำตาตัวเอง และมองหน้ามาร์ตินด้วยความที่อับอายก็เลยไม่กล้ามองให้เต็มสองตาสักเท่าไหร่
“ขอบคุณค่ะ แต่ว่าฉันไม่ได้อกหัก”
“ไม่ได้อกหักแล้วร้องทำไม ? ”
“อย่ารู้เลยค่ะเราเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแค่นั้น ขอบคุณนะคะแต่ว่าฉันคงรับผ้าเช็ดหน้าของคุณเอาไว้ไม่ได้ ขอตัวนะคะ” พูดจบคาเรนก็เดินจากไป และตรงเข้าด้านในของผับในทันทีทำเอาชายหนุ่มถึงกับส่ายหน้ายิ้ม แต่ก็อดสงสารเธอไม่ได้เหมือนกัน
“หรือว่าเราทำมากเกินไปว๊ะ ? ” คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเขาก่อนจะเดินตามเข้าไปด้านใน แต่สถานที่นั่งต่างกันแค่นั้นเอง เพราะมาร์ตินเลือกที่จะนั่งในห้องทำงานของมาร์คัสที่เป็นห้องกระจกด้านบนแต่สามารถเห็นด้านล่างได้อย่างสบาย ๆ
“ฝนพี่มา happy birth day. แต่ว่าเห็นทีต้องกลับก่อนพี่มีธุระด่วนอย่าว่าพี่เลยนะ แล้วก็อ่ะนี่จ้าของขวัญวันเกิด” คาเรนพูดจบก็ล้วงซองในกระเป๋าส่งให้กับฝน
“อะไรกันคะพี่”
“รับไปเถอะนะ ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ พี่กลับก่อนนะ บอยฝากส่งฝนด้วยนะจ๊ะ อย่าดื่มกันมากล่ะหรือถ้ามีอะไรโทรหาพี่ได้นะ” คาเรนบอกกับทุกคนที่มาฉลองวันเกิดฝน แต่เป็นตัวเธอเองที่ฉลองไม่ได้เพราะสภาพจิตใจเธอตอนนี้คือไม่มีอารมณ์ร่วม ที่สุดเธอก็เลือกที่จะกลับไปที่ร้านดอกไม้ของเธอ
มาร์ตินที่เห็นว่าคาเรนออกไปก็รีบลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินตามเธอออกไปแต่ดันสวนทางกับมาร์คัสที่เพิ่งมา
“อ้าวเห้ยไปไหนอีกละเนี่ย”
“กูมีงานด่วนมึงกินคนเดียวไปก่อนแล้วเจอกัน”