“บรรยากาศในโต๊ะกินข้าวดูจะสดใสสำหรับสองแม่แต่กดดันคาเรนเป็นอย่างมาก”
“ว่าแต่น่าเสียดายนะคะที่ป้าไม่ได้หนูคาเรนเป็นลูกสะใภ้ ” รสรินผู้เป็นแม่ของมาร์ตินเอ่ยขึ้นกลางวงทำเอาคาเรนทำตัวไม่ถูก
“อย่างที่บอกแหละครับคุณแม่น้องไม่ชอบการคลุมถุงชน เหมือนผมนั่นแหละผมเองก็ไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไหร่ครับ ว่าแต่น้องคงมีคนรักแล้วนะสินะผ่านมาตั้งห้าปีแล้วนี่นา” มาร์ตินถามและกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“ก็ตอบพี่เขาไปสิลูกว่าหนูยังโสด จะมีโอกาสได้คบหาดูใจกันไหม ว่าแต่มาร์ตินละลูกมีคนรักหรือยัง” แม่ของคาเรนเอ่ยถามขึ้นมาครั้นแม่ของมาร์ตินจะตอบชายหนุ่มก็รีบพูดแทรกขึ้นมาในทันี
“ผมเองก็ยังไม่มีใครเหมือนกันครับ สงสัยเนื้อคู่คงยังไม่เกิด” รสรินผู้เป็นแม่ถึงกับทำหน้างง เพราะก่อนหน้านี้ไหนบอกว่ามีคนรักแล้ว และคบหาดูใจกันมาตั้งห้าปี แล้วทำไมตอนนี้บอกไม่มี
“หนูว่าทานข้าวกันดีกว่าค่ะ อาหารจะเย็นเอาเสียก่อน” คาเรนรีบเปลี่ยนเรื่องในทันที
“ว่าแต่ตอนนี้พ่อมาร์ตินทำงานอะไรบ้างจ๊ะ ป้ารู้แค่ว่าเราเป็นหมอฟันแค่นั้นเองอย่างอื่นไม่ค่อยรู้เลย จะถามแม่เราป้าก็ไม่กล้า”
“อ่อ เป็นผู้บริหารโรงพยาบาล เปิดคลินิกทำฟัน ครับ” มาร์ตินบอกและยิ้มให้กับแม่ของคาเรน
“แต่ป้าได้ยินมาว่าเทรดหุ้นหรืออะไรนะ”
“อ่อก็จะมี เทรดหุ้นบ้างนิดหน่อย และเก็บค่าเช่าตึก ห้องแถว บ้างเล็กน้อยครับ”
“คุณลัดดาไม่รู้อะไรรายนี้เขาเทรดหุ้นทีได้เยอะกว่าปันผลของโรงพยาบาลอีกค่ะ แอบกระซิบนะคะได้ทีไม่เคยต่ำกว่าสิบล้านเลยนะคะ” คาเรนถึงกับหูผึงเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่มาร์ตินเทรดหุ้นได้
“ว่าแต่น้องคาเรนละครับทำงานอะไร หรือว่าร้านอาหารตามธุรกิจของครอบครัว” มาร์ตินเสแสร้งถาม
“หือ ทำไมลูกดูสนิทกับน้องเหมือนรู้จักกันมาก่อนเลยอย่างนั้น” แม่แปลกใจเมื่อเห็นว่าลูกชายพูดคุยแบบเป็นกันเอง ต่างจากที่คุยกับนานาเมื่อก่อนหน้านี้
“เราเจอกันโดยบังเอิญมาสองครั้งแล้วครับแม่ ว่าไงครับน้องคาเรนยังไม่ตอบเลยว่าทำงานอะไรเผื่อว่าพี่จะได้ไปอุดหนุนน้อง”
“อ่อ คาเรนทำสวนดอกไม้ขาย จัดสวนแต่งสวนประมาณนี้ค่ะ” คาเรนตอบและก้มหน้ากินข้าว
“อ้องั้นก็ดีเลยสิจ๊ะ พี่เขาซื้อบ้านหลังใหม่มาร์ตินลูกก็ให้น้องไปจัดสวนให้สิจ๊ะ จะได้อุดหนุนน้องในเมื่อต่างคนต่างโสดจะได้ลองศึกษาดูใจกันไปด้วย”
“อ่อ คือว่าผมไม่รู้นะสิครับผมให้ลูกน้องสั่งไม่รู้ว่าสั่งร้านไหน น่าเสียดายจังนะครับ แต่จะว่าไปก็ดีเหมือนกันเพราะว่าดูท่าแล้วคงไม่ได้อุดหนุนกันหรอกครับเพราะตอนนั้นน้องเขาบอกว่าไม่อยากรู้จักกับผม ใช่ไหมครับน้องคาเรน”
“เอ่อ..คือ คือว่าคาเรนจำไม่ได้ค่ะ”
“แต่ป้าว่าจะว่าไปก็พาพี่ไปดูที่ร้านสิลูก เผื่อพี่เขาจะอยากได้ต้นไม้ดอกไม้เพิ่มอีก”
“อ้อผมไม่ว่างครับแม่ ช่วงบ่ายผมมีนัดครับ”
“อ่อ คาเรนก็ไม่ว่างเหมือนกันค่ะ มีนัด”
คาเรนตอบออกมาด้วยสีหน้าที่เชิด ๆ เธอจะมาขายหน้าต่อหน้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ บ้าจริงทำไมโลกมันกลมขนาดนี้
“อ้อจริงสิมาร์ตินหลายวันก่อนน้องก็บ่นว่าปวดฟันพอมีคิวว่างวันไหนที่จะตรวจฟันให้น้องได้บ้าง รายนี้เขากลัวหมอไม่ค่อยยอมไปหาหมอสักเท่าไหร่”
“อ้อคุณลัดดาคะถ้าปวดฟัน..” แม่ของมาร์ตินกำลังจะบอกตามที่มาร์ตินบอกกับนานาเมื่อก่อนหน้านี้แต่....
“อ่อถ้าว่างวันไหนก็เข้าไปที่คลินิกได้เลยครับ เดี๋ยวผมทิ้งนามบัตรไว้ให้เอาไว้น้องว่างวันไหนก็โทรหาผมก่อนผมจะจัดการให้ครับ ” มาร์ตินทำเอาแม่ของเขางงเป็นรอบที่สองของวัน เพราะคำตอบทุกอย่างมันต่างกันกับนานาเป็นอย่างมาก
“แม่ค่ะอย่ารบกวนเลยค่ะ หนูยังไม่พร้อมไปหาหมอค่ะแม่”
“ถ้าเป็นมากต้องรีบไปตรวจนะครับ เพราะอะไรรู้ไหมหากปล่อยไว้นานมันอาจจะลุกลามเป็นหนอง บางรายมีหนอนเป็นตัวอยู่ด้านในเลยนะครับ บางคนปวดบวมอักเสบกว่าจะรักษาได้ต้องดูดหนองออกก่อน อีกทั้งจะทำให้เรามีกลิ่นปากไม่น่าคบหาด้วยนะ” มาร์ตินร่ายยาวทำเอาคาเรนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเพราะความกลัว
“อะ เอาไว้ว่างวันไหนจะไปก็แล้วกันนะคะ ว่าแต่พี่มาร์ตินคงไม่คิดค่ารักษาแพงใช่ไหมคะ เพราะถ้าแพงจะได้ไม่ไป !!”
“คาเรนทำไมพูดอย่างนั้นละลูก” แม่ถึงกับตกใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินลูกพูดแบบนั้น
“ก็หนูภาระเยอะแยะ ค่าเช่า นู่นนี่นั่น ลูกน้องอีกนี่คะแม่ ถ้าแพงเราจะไปทำไมสู้ไปที่โรงพยาบาลรัฐดีกว่า”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเป็นว่าถ้ามาเมื่อไหร่จะรักษาให้ฟรีก็แล้วกันนะ อ่ะนี่ครับนามบัตรพี่” มาร์ตินยื่นนามบัตรให้คาเรนรับเอาไว้
“ขอบคุณค่ะ ”
“พี่ว่าถ้าเราเจอกันโดยบังเอิญอีกครั้ง คงเป็นบุพเพสันนิวาสแน่นอน จริงไหม”
“คงไม่มีอะไรบังเอิญมากกว่านี้แล้วค่ะ”
“คุณป้าครับ งั้นผมขอตัวก่อนพอดีว่ามีงานเอาไว้โอกาสหน้าผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ ไปก่อนนะน้องคาเรน” มาร์ตินพูดไปด้วยยิ้มไปด้วย ทั้งคาเรนและแม่ของเขาจึงเดินไปส่งทั้งสองคนที่โรงจอดรถในทันที
“ฝน ๆ เป็นไงบ้างจัดของเรียบร้อยหรือยังจะออกไปส่งให้ลูกค้าตอนไหน”
“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ กำลังจะออกไปส่ง ไปพร้อมกันเลยไหมคะพี่คาเรน”
“ไปจ้า ไปก็ไปเพราะนี่คือความหวังเดียวสุดท้ายแล้ว ถ้าเขาร่วมลงทุนจริงก็คงจะดีตอนนี้พี่กรอบมากเลย”
สองคนพูดจบก็พากันขึ้นรถ โดยมีคนงานและบอยขับรถไปให้ เมื่อไปถึงทุกคนต่างก็เร่งช่วยกันจัดสวนและนำต้นไม้และดอกไม้ไปลงตามจุดต่าง ๆ ที่เจ้าของบ้านได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ คาเรนที่กำลังถือกระถางดอกกุหลาบแดงหันไปตามเสียงที่ฝนเรียก
“พี่คาเรนนั่นไงคะเจ้าของบ้านคนนั้นค่ะที่หล่อ ๆ ” คาเรนหันไปมองพร้อมกับกระถางดอกไม้ที่หลุดมือ
“เพล้ง !! ” เสียงกระถามตกทำเอาทุกคนหันมอง