ทะลุมิติมาอยู่ในร่างแม่หม้าย

1531 Words
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เสียงกรีดร้องของเด็ก ๆ ดังไปทั่วเรือนหลังเล็กที่ทรุดโทรม ซูหนิงเหยียนยืนตระหง่านอยู่กลางลานบ้าน ดวงตาแข็งกร้าวราวกับพายุโหมกระหน่ำ มองดูเด็กทั้งสามที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่ตรงหน้า “พวกเจ้ามันตัวกาลกิณี! ถ้าไม่มีพวกเจ้า ข้าคงไม่ต้องใช้ชีวิตต่ำต้อยเช่นนี้!” เธอตวาดเสียงแข็ง กวาดสายตามองลูกทั้งสามด้วยความโกรธเคือง เด็ก ๆ ก้มหน้าซ่อนหยาดน้ำตา ไม่กล้าส่งเสียงโต้แย้งใด ๆ พวกเขารู้ดีว่าแม่ของตนไม่เคยปรานีใคร แม้แต่ลูกในไส้ก็ไม่เว้น ซูหนิงเหยียนกำลังเงื้อมมือขึ้นเพื่อทุบบนหลังของลูกชายคนโต ทันใดนั้น ความรู้สึกวิงเวียนก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเธอ ความเจ็บปวดแล่นขึ้นสมองอย่างรุนแรง โลกทั้งใบหมุนคว้างก่อนที่ร่างของเธอจะทรุดฮวบลงกับพื้น ตึง! ร่างของนางแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตาเด็กทั้งสาม คนโตรีบพุ่งเข้าไปเขย่าตัวแม่ของตน ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ท่านแม่! ท่านแม่!” ไม่มีเสียงตอบกลับ ซูหนิงเหยียนหมดสติไปแล้ว โลกอนาคต เสียงหวอของรถพยาบาลดังระงมกลางถนน หญิงสาวคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนเปล รถพยาบาลเร่งฝ่าการจราจรด้วยความเร็วสูง ทีมแพทย์เร่งช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ แต่หัวใจของเธอเต้นช้าลงเรื่อย ๆ ก่อนที่เครื่องวัดชีพจรจะส่งเสียงดัง ปี๊บ! ยาวเหยียด… ทุกอย่างดับวูบลงสู่ความมืดมิด โลกยุคจีนโบราณ เปลือกตาของซูหนิงเหยียนกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะลืมตาขึ้นมา ดวงตาของเธอที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นแววตาตกตะลึงและสับสน “นี่มัน…ที่ไหน?” เสียงหวานแหบพร่าดังขึ้น หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ มองไปรอบตัวด้วยความตกใจ เธอพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนพื้นห้องไม้เก่า ๆ รอบข้างมีข้าวของกระจัดกระจาย บรรยากาศไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย ก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติ เสียงสะอื้นก็ดังขึ้นจากมุมห้อง เธอหันไปมอง และพบกับเด็กสามคนที่กำลังเบียดกันอยู่ด้วยความหวาดกลัว ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะที่พวกเขาจับจ้องเธอด้วยสายตาหวาดระแวงและสับสน หญิงสาวขมวดคิ้ว “นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น? เด็กพวกนี้เป็นใคร?” เธอพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งร่าง ความทรงจำแปลกประหลาดพรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก เธอเห็นภาพของหญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเธอไม่มีผิดเพี้ยน แต่กลับมีบุคลิกที่โหดร้ายและใจร้าย ซูหนิงเหยียน… นี่มันชื่อของข้านี่? หญิงสาวตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเข้าใจความจริง เธอไม่ได้อยู่ในโลกเดิมอีกต่อไปแล้ว! เธอ… ได้ทะลุมิติเข้ามาในร่างของหญิงแม่หม้ายที่มีลูกแฝดสามในยุคจีนโบราณ! แม่คนใหม่ ซูหนิงเหยียนค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น แม้ร่างกายจะยังมึนงงและอ่อนแรง แต่เธอก็พยายามพยุงตัวเองให้ยืนขึ้น มือข้างหนึ่งกุมขมับแน่น ความรู้สึกปวดศีรษะราวกับมีใครเอาเหล็กร้อนมากระแทกซ้ำ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอปวดใจยิ่งกว่ากลับเป็นเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กทั้งสามที่ดังมาจากมุมห้อง เธอหันไปมอง และพบว่าพวกเขากำลังขดตัวเบียดกันอยู่ที่มุมกำแพง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ มือเล็ก ๆ กอดกันแน่นราวกับพยายามปกป้องกันและกันจากอันตราย เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์สับสนที่ถาโถมเข้ามา เด็กพวกนี้เป็นลูกของเธอในร่างนี้... พวกเขาคือแฝดสาม หญิงสาวค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ขณะที่เงาของเธอทอดลงบนตัวเด็ก ๆ พวกเขาก็สะดุ้งเฮือก ใบหน้าเล็กซีดเผือดราวกับหวาดกลัวว่าเธอจะลงโทษพวกเขาอีก “ท่านแม่… ได้โปรดอย่าทำโทษพวกเราเลย…” เสียงเด็กชายคนโตพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น หัวใจของซูหนิงเหยียนกระตุกวูบ พวกเขากลัวเธอขนาดนี้เลยหรือ? เธอเม้มปากแน่น ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่มักจะทุบตีและดุด่าลูก ๆ ผุดขึ้นมาในหัว นางหญิงคนก่อนเป็นคนเย็นชาและใจร้าย ไม่เคยมอบความรักให้เด็กพวกนี้เลย ไม่แปลกใจที่พวกเขาจะกลัวเธอ… หญิงสาวคุกเข่าลงตรงหน้าเด็ก ๆ และเอื้อมมือไปหา พวกเขาสะดุ้งโหยง ตัวสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด เธอหยุดชะงัก ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ “ไม่ต้องกลัว ข้า…ข้าจะไม่ทำร้ายพวกเจ้า” เด็กทั้งสามเงยหน้ามองเธออย่างไม่เชื่อสายตา พวกเขาไม่เคยได้ยินเสียงที่อ่อนโยนแบบนี้จากปากของมารดามาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอยกมือขึ้นช้า ๆ ใช้หลังมือแตะเบา ๆ ที่แก้มของเด็กชายคนโต “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?” เด็กชายเบิกตากว้าง มองเธออย่างหวาดระแวงก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ แต่ยังคงไม่พูดอะไร เธอหันไปมองเด็กหญิงฝาแฝดที่ตัวเล็กกว่า พวกเธอซุกตัวอยู่ด้านหลังพี่ชาย ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่มั่นใจ นี่คือเด็ก ๆ ที่เธอจะต้องดูแล… พวกเขาคือครอบครัวของเธอจากนี้ไป หญิงสาวยิ้มบาง ๆ แม้ในใจจะหนักอึ้ง เธอต้องพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า "ซูหนิงเหยียน" คนเก่าได้จากไปแล้ว และเธอ… แม่คนใหม่ของพวกเขา จะไม่มีวันทำร้ายพวกเขาอีก อาหารมื้อแรกของครอบครัว ซูหนิงเหยียนตื่นขึ้นมาในยามเช้าตรู่ แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าเข้ามา เธอลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองเด็ก ๆ ที่ยังคงหลับอยู่บนฟูกบาง ๆ ที่วางอยู่บนพื้นไม้ พวกเขาขดตัวแน่นด้วยผ้าห่มเก่า ๆ ผืนเดียวกัน หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นเบา ๆ วันนี้เธอต้องพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า "แม่" ของพวกเขาเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ อาหารเช้าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด แต่เมื่อเธอเดินไปถึงห้องครัวที่อยู่ด้านหลังเรือน ก็ต้องชะงักไปเพราะภาพตรงหน้า... ห้องครัวเล็ก ๆ มีเพียงเตาถ่านเก่า หม้อดินหนึ่งใบ และภาชนะที่แทบจะใช้งานไม่ได้ ไม่มีข้าวสาร ไม่มีเนื้อ ไม่มีผักสด มีเพียงเศษมันฝรั่งแห้งและถั่วเหลืองที่แข็งราวกับก้อนหิน ซูหนิงเหยียนขมวดคิ้ว แบบนี้จะทำอาหารยังไงกัน? เธอกอดอกครุ่นคิด ก่อนจะเดินออกไปสำรวจรอบ ๆ บ้าน และพบว่าในสวนหลังบ้านมีแปลงผักเล็ก ๆ ที่มีต้นหอม กระเทียมป่า และฟักทองลูกเล็ก ๆ ไม่กี่ลูก หญิงสาวถอนหายใจ ยังดีที่มีของพวกนี้ เธอรีบเก็บฟักทองและถอนต้นหอมกับกระเทียม จากนั้นเดินกลับเข้าครัวและเริ่มลงมือทำอาหารด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่ ไม่นานหลังจากนั้น... กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของฟักทองผัดกับต้นหอมและกระเทียมลอยอบอวลไปทั่วเรือน ซูหนิงเหยียนใช้ถั่วเหลืองแช่น้ำให้นุ่มก่อนนำไปต้มเป็นน้ำแกง เติมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้มีรสชาติ จากนั้นเธอหั่นฟักทองเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผัดกับต้นหอมและกระเทียมจนได้กลิ่นหอม ก่อนจะใส่น้ำลงไปให้กลายเป็นซุปอุ่น ๆ แม้อาหารจะเรียบง่าย แต่เธอก็ตั้งใจทำมันอย่างสุดฝีมือ เด็ก ๆ ตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอม พวกเขาค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางงัวเงีย แต่เมื่อเห็นแม่ของตนกำลังจัดอาหารลงบนโต๊ะเล็ก ๆ ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "ท่านแม่ทำอาหารเองหรือ?" เด็กชายคนโตถามเสียงเบา สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวง “ใช่” ซูหนิงเหยียนยิ้ม “มาลองกินกันเถอะ” เด็ก ๆ ยังคงลังเล แต่เมื่อเธอวางถ้วยซุปฟักทองร้อน ๆ ไว้ตรงหน้าพวกเขา กลิ่นหอมก็ทำให้พวกเขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เด็กหญิงฝาแฝดตักน้ำแกงขึ้นมาชิมคนละคำ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเป็นประกาย "อร่อย!" เด็กชายคนโตเห็นน้อง ๆ กินอย่างมีความสุข จึงค่อย ๆ ตักซุปขึ้นมาชิมบ้าง และสุดท้ายก็กินเงียบ ๆ แต่ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายลงมากกว่าตอนแรก ซูหนิงเหยียนมองเด็ก ๆ ที่กินอาหารด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า "ครอบครัว" มีความหมายเพียงใด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD