ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

1447 Words
วันแรกของร้านขนมถั่วเขียว รุ่งเช้า หมอกจาง ๆ ปกคลุมทั่วหมู่บ้าน ซูหนิงเหยียนตื่นขึ้นมาพร้อมกับแววตามุ่งมั่น เธอใช้เวลาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางในการต้มถั่วเขียวให้นุ่ม แล้วเติมน้ำตาลให้รสหวานกำลังดี กลิ่นหอมของถั่วเขียวต้มลอยอบอวลไปทั่วเรือน เด็กทั้งสามลุกขึ้นมาช่วยกันอย่างแข็งขัน เด็กชายคนโตช่วยหาบน้ำจากบ่อ ส่วนฝาแฝดหญิงช่วยเตรียมถ้วยและตะเกียบ เมื่อทุกอย่างพร้อม พวกเขาก็ช่วยกันหาบหม้อถั่วเขียวใบโตเดินไปยังตลาดเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ณ ตลาดเช้า ตลาดเช้าของหมู่บ้านแม้จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็คึกคักตั้งแต่เช้ามืด ชาวบ้านทยอยกันออกมาซื้อของก่อนจะไปทำงานในไร่นา ซูหนิงเหยียนเลือกตั้งร้านตรงมุมที่มีคนเดินผ่านมากที่สุด เธอใช้ผ้าผืนเก่าปูเป็นโต๊ะ วางถ้วยไม้เล็ก ๆ ที่เตรียมมา และเปิดฝาหม้อให้ไอร้อนลอยออกมา กลิ่นหอมของถั่วเขียวต้มอบอวลไปทั่ว ไม่นานนัก ก็มีคนเดินผ่านมาและหยุดมองด้วยความสนใจ “หืม? กลิ่นอะไรน่ะ หอมจัง!” หญิงชราร่างท้วมที่ถือกระบุงผักยืนมองซูหนิงเหยียนด้วยความสงสัย ซูหนิงเหยียนยิ้มอ่อนโยน “นี่เป็นถั่วเขียวต้มน้ำตาลเจ้าค่ะ ท่านป้าอยากลองชิมสักถ้วยไหม?” หญิงชรามองหม้อถั่วเขียวต้มที่เดือดปุด ๆ ด้วยแววตาครุ่นคิด “เท่าไรล่ะ?” “หนึ่งถ้วยเล็ก หนึ่งอีแปะเจ้าค่ะ” หญิงชราเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ถูกกว่าขนมเจ้าอื่นเสียอีก ถ้างั้นข้าขอลองสักถ้วย” ซูหนิงเหยียนรีบตักถั่วเขียวต้มใส่ถ้วยไม้ ส่งให้หญิงชรา เด็กหญิงฝาแฝดมองแม่ของพวกตนด้วยแววตาเป็นประกาย ในขณะที่เด็กชายคนโตเผลอยิ้มบาง ๆ ออกมา หญิงชราตักถั่วเขียวขึ้นมาเป่าเบา ๆ ก่อนจะลองชิมหนึ่งคำ ตาของนางเบิกกว้าง “อื้ม! อร่อย! หวานกำลังดี ไม่เลี่ยนเกินไป แถมนุ่มมาก!” ซูหนิงเหยียนยิ้ม “หากท่านป้าชอบ คราวหน้ามาอุดหนุนอีกได้นะเจ้าคะ” หญิงชราพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะหันไปทางกลุ่มหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล “พวกเจ้ามาลองนี่สิ! ถั่วเขียวต้มของนางอร่อยมาก!” เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวที่กำลังเดินตลาดอยู่ก็พากันหันมามอง ซูหนิงเหยียนรีบยิ้มต้อนรับ “น้องสาว นี่เจ้าขายอะไรหรือ?” หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาถามพลางจ้องหม้อถั่วเขียวต้มด้วยความสนใจ “เป็นถั่วเขียวต้มน้ำตาลเจ้าค่ะ อุ่น ๆ หอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่นแน่นอน” หญิงสาวคนหนึ่งพยักหน้า “ถ้างั้นข้าขอสามถ้วย” ซูหนิงเหยียนรีบตักถั่วเขียวต้มให้ หญิงสาวทั้งสองรับไปแล้วลองชิม พลันใบหน้าของพวกนางก็เต็มไปด้วยความพึงพอใจ “อื้ม! อร่อยจริงด้วย น้องสาว เจ้านี่ฝีมือดีจริง ๆ!” “ข้าขอเพิ่มอีกถ้วยเถอะ สามีข้าต้องชอบแน่ ๆ” ไม่ทันไร แผงขายเล็ก ๆ ของซูหนิงเหยียนก็เริ่มมีคนมารุมล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ เด็กชายคนโตเห็นดังนั้นก็รีบช่วยแม่เก็บเงิน ส่วนฝาแฝดหญิงช่วยส่งถ้วยให้ลูกค้า เด็กหญิงฝาแฝดหัวเราะเบา ๆ พลางกระซิบกัน “ท่านแม่เก่งมากเลย!” เด็กชายคนโตแม้จะไม่พูดอะไร แต่ในดวงตาของเขาก็มีแววภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม หม้อถั่วเขียวต้มใบใหญ่ที่หาบมา หมดเกลี้ยง! ซูหนิงเหยียนมองถุงเงินที่เต็มไปด้วยเหรียญอีแปะแล้วรู้สึกดีใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอหาเงินได้ด้วยลำแข้งของตัวเองในยุคนี้ เด็ก ๆ มองแม่ของพวกตนด้วยความตื่นเต้น “ท่านแม่! พวกเราขายหมดแล้ว!” ซูหนิงเหยียนหัวเราะ พลางลูบศีรษะพวกเขาอย่างเอ็นดู “ใช่! พวกเราเก่งมาก!” เด็กชายคนโตพยักหน้า “พรุ่งนี้เรามาขายอีกดีไหม?” เด็กหญิงฝาแฝดรีบเสริม “ข้าจะช่วยท่านแม่ต้มถั่วเขียวเอง!” ซูหนิงเหยียนมองลูก ๆ ของเธอที่เต็มไปด้วยพลังและรอยยิ้ม พวกเขาไม่ใช่เด็กที่หวาดกลัวและหิวโหยอีกต่อไป แต่เป็นเด็ก ๆ ที่มีความหวังและพร้อมจะสู้ไปกับเธอ เธอกำหมัดแน่น อีกสองวัน… ข้าจะต้องหาเงินครบสิบห้าตำลึงให้ได้! ปลดหนี้ภายในสามวัน แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ ซูหนิงเหยียนตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ เตรียมวัตถุดิบสำหรับต้มถั่วเขียวขายเป็นวันที่สาม เด็กทั้งสามก็ยังคงช่วยแม่อย่างแข็งขันเหมือนทุกวัน เมื่อคืนนี้เธอนับเงินแล้วพบว่าขาดเพียงสองตำลึงเท่านั้นจึงจะครบจำนวนหนี้สินที่ติดไว้ วันนี้เธอต้องขายให้หมดและหาให้ครบให้ได้! ณ ตลาดเช้า หลังจากตั้งร้านไม่นาน ชาวบ้านที่เคยซื้อไปเมื่อวานก็กลับมาอีกครั้ง บ้างพาลูกหลานมาด้วย บ้างซื้อไปฝากสามีหรือภรรยา “น้องสาว วันนี้มีขายอีกหรือไม่? ข้าตั้งตารอถั่วเขียวต้มของเจ้ามากเลยนะ!” “ข้าด้วย! เมื่อวานซื้อมาสองถ้วย สามีข้ากินหมดโดยไม่แบ่งข้าเลย วันนี้ข้าจะซื้อเพิ่มอีกเป็นสี่ถ้วย!” ซูหนิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตักถั่วเขียวต้มร้อน ๆ ใส่ถ้วย ส่งให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว เด็กชายคนโตช่วยเก็บเงิน ส่วนฝาแฝดหญิงช่วยยื่นถ้วยให้ลูกค้า “ข้ารู้สึกว่าแม่ค้าหนุ่มน้อยคนนี้เก็บเงินเก่งขึ้นนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยชม เด็กชายคนโตยืดตัวขึ้นเล็กน้อย พลางตอบอย่างมั่นใจ “ข้าเรียนรู้จากท่านแม่เจ้าค่ะ!” ซูหนิงเหยียนลูบหัวลูกชายอย่างภูมิใจ ก่อนจะหันกลับมาสนใจลูกค้า ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม หม้อถั่วเขียวต้มก็หมดเกลี้ยง! เธอหยิบถุงเงินขึ้นมานับ ทันทีที่เห็นตัวเลขในมือ รอยยิ้มของเธอก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า สิบห้าตำลึง… ครบแล้ว! ณ เรือนของเจ้าหนี้ หลังจากเก็บร้านเสร็จ ซูหนิงเหยียนพาลูก ๆ เดินตรงไปยังบ้านของเจ้าหนี้ เพื่อนบ้านที่เคยมาทวงหนี้เมื่อสามวันก่อน หญิงวัยกลางคนเปิดประตูออกมาพร้อมกับสีหน้าตกใจเมื่อเห็นซูหนิงเหยียนยืนอยู่หน้าบ้าน “เจ้ามาทำไม?” ซูหนิงเหยียนหยิบถุงเงินออกมาแล้วยื่นให้ “ข้ามาคืนหนี้เจ้าค่ะ สิบห้าตำลึงครบตามที่ติดไว้” หญิงเจ้าหนี้เบิกตากว้าง “อะไรนะ? นี่เจ้าหาเงินครบในสามวันจริงหรือ!?” “เจ้าค่ะ” หญิงเจ้าหนี้รีบรับถุงเงินมาเปิดดู เมื่อเห็นว่าเงินครบจริง ๆ นางถึงกับอ้าปากค้าง “เจ้า… ทำได้ยังไง?” ซูหนิงเหยียนยิ้มบาง ๆ “ข้าขายถั่วเขียวต้มน้ำตาลในตลาดเจ้าค่ะ” หญิงเจ้าหนี้มองซูหนิงเหยียนด้วยความประหลาดใจ พลางเหลือบมองเด็ก ๆ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขาดูสะอาดสะอ้านกว่าแต่ก่อน แววตาก็สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หญิงเจ้าหนี้ถอนหายใจเบา ๆ “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ เมื่อก่อนเจ้าทำตัวไม่ดีนัก แต่ตอนนี้… ดูเหมือนเจ้าจะเป็นแม่ที่ดีแล้วจริง ๆ” ซูหนิงเหยียนยิ้ม “ข้าตั้งใจจะเป็นแม่ที่ดีให้กับลูก ๆ ของข้าเจ้าค่ะ” หญิงเจ้าหนี้พยักหน้าช้า ๆ “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็หวังว่าเจ้าจะรักษาเส้นทางนี้ต่อไป” ซูหนิงเหยียนโค้งศีรษะให้เป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะจูงมือลูก ๆ เดินกลับบ้าน เด็กหญิงฝาแฝดหันมายิ้มให้แม่ “ท่านแม่! เราหมดหนี้แล้วใช่ไหม?” ซูหนิงเหยียนพยักหน้า “ใช่ พวกเราหมดหนี้แล้ว!” เด็กชายคนโตที่มักเงียบขรึมก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก “ท่านแม่เก่งที่สุดเลย!” ซูหนิงเหยียนก้มลงกอดลูก ๆ ทั้งสามด้วยความอบอุ่น เธอรู้สึกภูมิใจ ไม่ใช่เพียงเพราะสามารถหาเงินใช้หนี้ได้ แต่เพราะเธอได้สร้างชีวิตใหม่ให้กับตัวเองและลูก ๆ แล้วจริง ๆ จากนี้ไป เธอจะพาพวกเขาไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิมให้ได้!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD