เป้าหมายใหม่ของมารดา
ซูหนิงเหยียนมองหวังซื่อที่ยิ้มอย่างจริงใจ นางเข้าใจดีว่าการมีโอกาสได้ทำอาหารขายในร้านเป็นเรื่องที่ดี แต่...
นั่นไม่ใช่เป้าหมายของนาง
นางสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วมองไปยังลูก ๆ ทั้งสามที่นั่งมองมาอย่างสงสัย ดวงตาไร้เดียงสาของพวกเขาทำให้หัวใจของนางอบอุ่น
"ข้าขอบคุณในความหวังดีของแม่นางหวัง แต่ข้ามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น"
หวังซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย "เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น? เจ้าหมายถึงอะไร?"
ซูหนิงเหยียนยิ้มบาง ๆ นางคิดถึงป้ายประกาศที่เห็นในตลาด 'ตำแหน่งแม่ครัวในวังหลวง'
"ข้า… ตั้งใจจะสมัครเป็นแม่ครัวในวังหลวง"
"ว่าอย่างไรนะ!?"
หวังซื่อตาโตด้วยความตกใจ ไม่เพียงแต่นาง ลูก ๆ ของซูหนิงเหยียนเองก็เบิกตากว้าง
"ท่านแม่… ท่านแม่จะเข้าไปในวังหรือเจ้าคะ?" เด็กหญิงฝาแฝดถามเสียงเบา
"ใช่" ซูหนิงเหยียนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น "ข้าต้องการให้พวกเจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น หากข้าได้เป็นแม่ครัวในวังหลวง พวกเจ้าก็อาจจะมีโอกาสได้เข้าไปศึกษาเล่าเรียนในวัง ข้าอยากให้พวกเจ้ามีอนาคตที่ดีกว่าเดิม"
เด็กทั้งสามนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เด็กชายคนโตจะกำมือแน่น ดวงตาของเขามีประกายมุ่งมั่น
"ท่านแม่ ข้าจะเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียน หากข้ามีโอกาสเข้าไปศึกษาในวัง ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวัง!"
"ข้าด้วยเจ้าค่ะ!"
"ข้าก็เช่นกัน!"
ฝาแฝดหญิงรีบพยักหน้าตามกัน ดวงตาของพวกนางเปล่งประกายด้วยความหวัง
หวังซื่อที่ยืนฟังอยู่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้า "ข้าชื่นชมในความตั้งใจของเจ้ามาก แต่เจ้ามั่นใจหรือว่าจะสอบผ่าน? ได้ยินมาว่าการคัดเลือกแม่ครัวในวังหลวงนั้นยากยิ่งนัก"
ซูหนิงเหยียนยิ้ม "ข้าย่อมต้องลองดู หากไม่พยายาม ข้าก็ไม่มีวันรู้ว่าตัวเองทำได้หรือไม่"
หวังซื่อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะ "ดี! ในเมื่อเจ้ามีความมุ่งมั่นเช่นนี้ ข้าก็จะไม่ห้ามเจ้าหรอก หวังว่าเจ้าจะสมหวังนะ!"
ซูหนิงเหยียนยิ้มรับ "ขอบคุณ"
นางหันไปมองลูก ๆ อีกครั้ง จากนี้ไป นางจะต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่ออนาคตของพวกเขา!
ถ่ายทอดวิชาอาหาร
หลังจากตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะสมัครเป็นแม่ครัวในวังหลวง ซูหนิงเหยียนก็เริ่มเตรียมตัวอย่างจริงจัง
แต่ในขณะเดียวกัน นางก็สังเกตเห็นว่า หวังซื่อ แม่นางข้างเรือนนั้นเป็นคนดีและมีน้ำใจ ถึงแม้จะเป็นแม่หม้ายแต่ก็ดูแลลูกของตนเองอย่างขยันขันแข็ง
ทว่า… การเงินของนางก็ดูจะฝืดเคืองไม่น้อย
วันหนึ่ง หลังจากมื้อเช้า ซูหนิงเหยียนจึงตัดสินใจเดินไปเคาะประตูเรือนของหวังซื่อ
เคาะ! เคาะ! เคาะ!
“แม่นางซู?” หวังซื่อเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้างุนงง “มีเรื่องอันใดหรือ?”
ซูหนิงเหยียนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ข้าอยากชวนเจ้ามาลองเรียนทำอาหารกับข้าสักหน่อย”
หวังซื่อตาโตขึ้นด้วยความประหลาดใจ “เรียนทำอาหาร?”
“ใช่” นางพยักหน้า “ข้าสังเกตเห็นว่าเจ้าก็ดิ้นรนเลี้ยงลูกเช่นเดียวกับข้า หากเจ้ามีฝีมือทำอาหารดีขึ้น บางที… เจ้าจะมีทางหาเงินเพิ่มขึ้นอีกทาง”
หวังซื่ออึ้งไปครู่หนึ่ง นางเป็นแม่หม้ายมานาน มีเพียงงานรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นรายได้ การมีทักษะติดตัวเพิ่มขึ้นย่อมเป็นเรื่องดี
“ข้า… จะไม่เป็นการรบกวนเจ้าหรือ?”
“ไม่เลย” ซูหนิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ “ข้าก็ต้องฝึกฝีมือของตนเองเช่นกัน สอนเจ้าไปด้วยก็เป็นการทบทวนไปในตัว”
หวังซื่อครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าหนักแน่น “เช่นนั้นข้าขอรบกวนเจ้าแล้ว!”
เริ่มต้นการสอน
วันนั้น ซูหนิงเหยียนจึงให้หวังซื่อมาช่วยนางทำอาหาร โดยเริ่มจากเมนูง่าย ๆ อย่าง ข้าวผัดไข่
“อันดับแรกต้องเลือกข้าวให้ดี” นางอธิบาย “ข้าวที่เหลือจากเมื่อวานจะดีที่สุด เพราะข้าวจะเป็นเม็ดร่วน ไม่แฉะเวลาผัด”
หวังซื่อพยักหน้ารับก่อนจะตั้งใจดูการสาธิตของซูหนิงเหยียน
“จากนั้นก็ตอกไข่ลงไป เจ้าอย่าตีไข่ก่อน ให้เจาะไข่แดงแล้วตีในกระทะเลย ไข่จะเคลือบข้าวได้ทั่วถึง”
หวังซื่อทำตามอย่างตั้งใจ นางเริ่มเข้าใจเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ข้าวผัดไข่อร่อยขึ้น
หลังจากข้าวผัดไข่สำเร็จ ซูหนิงเหยียนก็สอนเมนูถัดไป นั่นคือ ขนมทอดกรอบน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นของหวานที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ
“ข้าไม่เคยทำของหวานมาก่อนเลย” หวังซื่อยิ้มแหย ๆ
“ไม่เป็นไร ค่อย ๆ ฝึกไป” ซูหนิงเหยียนปลอบก่อนจะสอนให้หวังซื่อผสมแป้ง นวดแป้งให้เนียน แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ จากนั้นราดด้วยน้ำผึ้งอุ่น ๆ
กลิ่นหอมหวานกระจายไปทั่วเรือน เด็ก ๆ ที่เล่นอยู่ใกล้ ๆ ต่างมามุงดูด้วยตาเป็นประกาย
“หอมจังเลย!”
“ท่านแม่ทำอะไรอยู่หรือ?”
หวังซื่อมองดูขนมที่เพิ่งเสร็จแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อลองชิม นางก็ต้องตกใจ!
"อร่อยมาก!"
ซูหนิงเหยียนยิ้มบาง ๆ “หากเจ้าฝึกฝนอีกหน่อย ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถนำไปขายในตลาดได้แน่นอน”
หวังซื่อกำถ้วยขนมแน่น นางรู้สึกขอบคุณจากใจ
"ขอบคุณมาก แม่นางซู! ข้าจะฝึกฝนให้ดีที่สุด!"
ก้าวแรกสู่ตำแหน่งแม่ครัวในวังหลวง
รุ่งเช้าของวันใหม่ ซูหนิงเหยียนปลุกลูก ๆ ทั้งสามแต่เช้าตรู่ นางอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วเตรียมเสบียงใส่ห่อผ้าเล็ก ๆ พอให้พวกเขากินระหว่างรอ
“วันนี้ท่านแม่จะไปสมัครเป็นแม่ครัวในวังใช่ไหมเจ้าคะ?” ฝาแฝดหญิงคนหนึ่งถามเสียงใส
“ใช่” ซูหนิงเหยียนลูบศีรษะบุตรสาวอย่างอ่อนโยน “พวกเจ้าไปกับข้าด้วยนะ”
เด็กชายคนโตขมวดคิ้ว “พวกเราจะเข้าไปในวังได้หรือขอรับ?”
“ไม่ได้เข้าไปข้างในหรอก” นางยิ้มบาง ๆ “แต่ข้าจะให้พวกเจ้าไปรออยู่ที่จุดพักม้าใกล้ประตูวัง”
เด็ก ๆ พยักหน้ารับ แม้จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่พวกเขาก็เต็มใจติดตามมารดา
การเดินทางสู่วังหลวง
ซูหนิงเหยียนพาลูก ๆ ออกจากเรือนตั้งแต่เช้าตรู่ ระหว่างทาง หวังซื่อที่ทราบข่าวก็เข้ามาส่งด้วยรอยยิ้ม
“ขอให้เจ้าผ่านการคัดเลือกนะ!”
“ขอบคุณ ข้าจะทำให้ดีที่สุด” ซูหนิงเหยียนตอบก่อนจะก้าวเดินต่อไป
พวกนางใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าจะมาถึงบริเวณใกล้วังหลวง ประตูเมืองใหญ่ตั้งตระหง่าน เบื้องหน้ามีคนเดินเข้าออกขวักไขว่ ส่วนจุดที่มีการคัดเลือกแม่ครัวนั้นอยู่ลึกเข้าไปในลานกว้างข้างประตูวัง
“เด็ก ๆ พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนนะ” ซูหนิงเหยียนบอกก่อนจะก้มลงจัดเสื้อผ้าลูก ๆ ให้เรียบร้อย “อย่าไปไหนไกล รอท่านแม่กลับมานะ”
เด็กทั้งสามพยักหน้าหงึกหงัก “พวกเราจะไม่ดื้อเจ้าค่ะ/ขอรับ!”
เมื่อแน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่ในที่ปลอดภัย ซูหนิงเหยียนจึงก้าวเดินไปยังสถานที่คัดเลือกแม่ครัว
การคัดเลือกอันเข้มข้น
หน้าลานกว้างเต็มไปด้วยหญิงสาวและสตรีวัยกลางคนที่มายืนรอการคัดเลือก ทุกคนถือห่อเสบียงติดตัวมา พร้อมแสดงฝีมือเมื่อถึงเวลา
ขันทีผู้ดูแลการคัดเลือกยืนอยู่ด้านหน้า เขามองกลุ่มผู้สมัครก่อนจะประกาศเสียงดัง
“การคัดเลือกแม่ครัววังหลวงมีสามรอบ!
รอบแรก: ทดสอบความสามารถด้านอาหารพื้นฐาน
รอบที่สอง: ทดสอบทักษะการใช้วัตถุดิบในวัง
รอบสุดท้าย: ทำอาหารให้ขุนนางชิม”
เสียงพึมพำดังขึ้นจากกลุ่มผู้สมัคร ซูหนิงเหยียนมองไปรอบ ๆ นางรู้ว่าต้องแข่งขันกับหญิงสาวมากมาย แต่ก็ไม่ได้หวาดหวั่น
‘เพื่ออนาคตของลูก ๆ ข้าจะต้องผ่านไปให้ได้!’