ข้าวต้มยามเช้า กับความเข้าใจผิดขององค์ชาย
รุ่งเช้า...
แสงแดดอ่อน ๆ สาดเข้ามาผ่านหน้าต่าง ซูหนิงเหยียนตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารให้ชายหนุ่มที่ยังคงบาดเจ็บ นางหันไปมองร่างที่ยังนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าหล่อเหลายังคงซีดเซียวจากการเสียเลือดมากเกินไป
"หากไม่กินอะไรเลย ร่างกายคงแย่ลงแน่"
ด้วยความที่พระเอกยังบาดเจ็บหนัก นางจึงตัดสินใจทำ ข้าวต้มไก่ อาหารง่าย ๆ ที่ย่อยง่ายและให้พลังงานพอสมควร
กลิ่นหอมของข้าวต้ม กับสายตาของเด็ก ๆ
กลิ่นข้าวต้มร้อน ๆ โชยไปทั่วตำหนัก เด็ก ๆ ทั้งสามที่นั่งเฝ้าอยู่ด้านข้างเริ่มกลืนน้ำลาย
"แม่จ๋า... กลิ่นหอมจังเลย!"
"ข้าวต้มอะไรน่ะ?"
"พวกเรากินได้หรือไม่?"
ซูหนิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกชามข้าวต้มขึ้นมา "อันนี้ทำให้พี่ชายในห้องก่อน ส่วนของพวกเจ้า แม่จะทำให้ทีหลัง"
เด็ก ๆ พยักหน้าหงึก ๆ แม้จะอยากกินแต่ก็เข้าใจดีว่าคนเจ็บต้องมาก่อน
เมื่อองค์ชายพบกับ ‘ข้าวนก’
ซูหนิงเหยียนเดินถือถาดอาหารเข้าไปในห้องขององค์ชาย ก่อนจะวางมันลงข้างเตียง
"ท่านตื่นหรือยัง?"
เสียงขยับตัวเบา ๆ ดังขึ้น ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตา เขามองนางก่อนจะเหลือบไปมองถ้วยข้าวต้มที่วางอยู่ตรงหน้า
"เจ้าทำอะไรมาให้ข้ากิน?"
"ข้าวต้มไก่" นางตอบเรียบ ๆ "เป็นอาหารที่ย่อยง่าย เหมาะกับคนป่วย"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะมองเนื้อข้าวสีขาวที่แช่อยู่ในน้ำซุปร้อน ๆ ดวงตาคมกริบสั่นไหวเล็กน้อย
"นี่มัน... ข้าวนกหรือ?"
ศักดิ์ศรีขององค์ชาย กับ ‘อาหารคนจน’
เขาเคยเห็นของเช่นนี้มาก่อน ข้าวเม็ดเล็ก ๆ ที่ถูกต้มจนเละเหลว มักถูกใช้เลี้ยงคนงานชั้นต่ำหรือสัตว์เลี้ยง เช่นนกและไก่
เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ
"เจ้าคิดจะให้ข้ากินของพวกนี้?"
ซูหนิงเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อย "มันเป็นข้าวต้ม อาหารที่คนป่วยควรกิน"
"นี่มันข้าวนกชัด ๆ!" เขาพูดเสียงแข็ง สีหน้าขึงขังราวกับถูกหยามเกียรติ
ซูหนิงเหยียนถอนหายใจ "ข้าวต้มแบบนี้ ข้าเคยกินมาแล้วหลายครั้งในอดีต มันดีต่อร่างกาย และหากท่านไม่กิน ก็อย่าหวังว่าจะมีแรงฟื้นตัว"
เมื่อความหิวชนะศักดิ์ศรี
ชายหนุ่มเม้มปากแน่น แม้จะยังไม่พอใจนัก แต่เมื่อได้กลิ่นหอมของข้าวต้มที่คลุกเคล้ากับน้ำซุปร้อน ๆ ท้องของเขาก็เริ่มร้องขึ้นมาเบา ๆ
เขาเหลือบตาไปมองหญิงสาวที่ยังคงยืนกอดอกมองเขานิ่ง ๆ
"หากท่านไม่กิน เช่นนั้นข้าจะเก็บมันไว้ให้ลูก ๆ ของข้าแทน"
เขาชะงัก
ลูก ๆ ของนาง?
ชายหนุ่มมองออกไปนอกประตู เห็นเด็กน้อยสามคนกำลังยืนแอบดูอยู่ ดวงตากลมโตของพวกเขาเป็นประกายระยิบระยับ
เขารู้สึกแปลกใจ หญิงสาวผู้นี้มีลูกแล้ว?
และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เด็กน้อยทั้งสามมีใบหน้าคล้ายกัน ราวกับ...
เป็นพี่น้องฝาแฝด
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
ชายหนุ่มตวัดสายตากลับมามองข้าวต้มตรงหน้า เขาสูดลมหายใจลึก กัดฟันหยิบช้อนขึ้นมา ก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเสียไม่ได้
ทันทีที่รสชาติอุ่น ๆ สัมผัสลิ้น เขาก็ต้องชะงัก
"ไม่เลว..."
น้ำซุปหอมอร่อย เนื้อไก่นุ่มกำลังดี ข้าวที่ถูกต้มจนนุ่มช่วยให้เขากลืนได้ง่าย รสชาติเข้มข้นจนเกินกว่าจะเป็นแค่ "ข้าวนก" ตามที่เขาคิดไว้
"เป็นอย่างไรบ้าง?" ซูหนิงเหยียนถามพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
ชายหนุ่มเงียบ ไม่ตอบอะไร แต่ตักข้าวต้มเข้าปากอีกคำ... และอีกคำ
เด็ก ๆ ที่ยืนดูอยู่พากันหัวเราะคิกคัก "พี่ชายกินใหญ่เลย!"
"ข้าวต้มของแม่อร่อยที่สุด!"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอีกครั้ง นางเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันไปลูบศีรษะเด็ก ๆ
เขายังมีคำถามมากมายในใจ
"หญิงผู้นี้เป็นใครกันแน่?"
"เหตุใดเด็กพวกนี้ถึงดูคล้ายกันมาก?"
"แล้วเหตุใด... พวกเขาถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด?"
กำลังใจจากเด็กน้อย
หลังจากที่องค์ชายเจ็ดกินข้าวต้มไปได้ไม่กี่คำ เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นใกล้ ๆ ข้างเตียง
"พี่ชาย… ท่านยังเจ็บอยู่หรือไม่?"
องค์ชายเจ็ดเงยหน้าขึ้นมา เห็นเด็กน้อยสามคนยืนมองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง
เด็กชายคนโตเดินเข้ามาชิดใกล้ ก่อนจะยกมือเล็ก ๆ แตะลงบนแขนของพระเอกเบา ๆ "ท่านดูยังอ่อนแออยู่เลย แม่บอกว่าต้องพักผ่อนเยอะ ๆ ถึงจะหายเร็ว"
"ใช่ ๆ!" เด็กชายคนรองรีบเสริมขึ้น "พวกข้าจะช่วยดูแลท่านเอง"
เด็กหญิงคนเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่ชายทั้งสอง พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะยกผ้าผืนเล็ก ๆ ขึ้นมา "แม่บอกว่า ถ้าตัวร้อน ต้องใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้า ท่านให้ข้าเช็ดให้หรือไม่?"
องค์ชายเจ็ดตกตะลึงไปชั่วขณะ นี่เป็นครั้งแรกที่มีเด็กน้อยมาอยู่ใกล้เขาขนาดนี้
อบอุ่น… อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เขาเติบโตมาในวังหลวง ท่ามกลางการแข่งขันและเล่ห์กล คนรอบตัวล้วนหวังผลประโยชน์ ไม่มีใครจริงใจหรือต้องการให้กำลังใจเขาแบบนี้
แต่เด็ก ๆ พวกนี้…
"เหตุใดพวกเจ้าถึงมาช่วยดูแลข้า?" เขาถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย
"เพราะพี่ชายช่วยแม่ของพวกเรา!"
"ใช่! แม่บอกว่า คนที่ช่วยเหลือกันต้องดูแลกันและกัน!"
"และพวกเราก็ชอบพี่ชายด้วย!"
คำพูดตรงไปตรงมาของเด็กน้อย ทำให้พระเอกเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ
องค์ชายเจ็ดยอมให้เด็ก ๆ ดูแล
"เช่นนั้น ข้าฝากตัวกับพวกเจ้าได้หรือไม่?"
"ได้สิ!"
"แต่ท่านต้องกินข้าวต้มให้หมดก่อนนะ!"
องค์ชายเจ็ดมองไปที่ชามข้าวต้มที่เหลืออยู่เล็กน้อย ก่อนจะตักกินจนหมด เด็ก ๆ ปรบมือดีใจ ยิ้มกว้างกันทุกคน
"พี่ชายเก่งมาก!"
"ทีนี้ต้องพักผ่อนเยอะ ๆ นะ!"
เด็กน้อยทั้งสามช่วยกันจัดหมอนและดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเขา ก่อนจะนั่งล้อมรอบข้างเตียง ทำให้องค์ชายเจ็ดรู้สึกว่า…
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึง ‘บ้าน’ อย่างแท้จริง