เริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองหลวง หลังจากได้รับตำแหน่งแม่ครัวหลวง ซูหนิงเหยียนก็ได้รับอนุญาตให้นำลูก ๆ ทั้งสามเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง นางได้รับบ้านพักที่จัดสรรให้แก่ข้าราชสำนักระดับกลาง เป็นตำหนักเล็ก ๆ แต่เงียบสงบและอบอุ่น เมื่อลงจากรถม้า เด็ก ๆ ทั้งสามก็จ้องมองรอบ ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย
"แม่จ๋า! บ้านของเราใหญ่กว่าห้องเก่าในหมู่บ้านอีก!"
เสี่ยวเป่าเอ่ยขึ้น พลางวิ่งสำรวจไปรอบ ๆ
"พวกเรามีสวนด้วย!"
เสี่ยวหูชี้ไปยังแปลงดินเล็ก ๆ ข้างตำหนัก
"เราปลูกผักเองได้ไหมแม่?" ซูหนิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ พลางลูบศีรษะลูก ๆ
"ได้สิ หากพวกเจ้าอยากปลูก แม่จะช่วยพวกเจ้าดูแล" เสี่ยวหมิงที่เป็นพี่คนโตกลับไม่ได้วิ่งเล่นเช่นน้อง ๆ แต่เดินสำรวจตำหนักด้วยสีหน้าครุ่นคิด
"แม่จ๋า... ตำหนักนี้ไม่เล็กไปสำหรับพวกเรา แต่ก็ไม่ได้ใหญ่เกินไปเช่นกัน เหมาะสมกับแม่ครัวหลวงจริง ๆ"
ซูหนิงเหยียนพยักหน้า
"ใช่แล้ว ที่นี่ไม่หรูหรา แต่ก็ปลอดภัยและอยู่ใกล้วังหลวง แม่สามารถเดินไปทำงานได้สะดวก ส่วนพวกเจ้าก็สามารถศึกษาหาความรู้ได้" จัดบ้านใหม่ พวกนางช่วยกันทำความสะอาดตำหนัก เสี่ยวเป่ากับเสี่ยวหูช่วยปัดกวาด เสี่ยวหมิงช่วยจัดของใช้ ซูหนิงเหยียนเองก็ตรวจสอบครัวอย่างละเอียด "เตาถ่าน สัมภาระในครัว เครื่องปรุง... ทุกอย่างครบถ้วนดี" นางพึมพำกับตัวเอง พอเห็นตำหนักเล็กแต่จัดสรรพื้นที่อย่างดี นางก็อดยิ้มไม่ได้ "ที่นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของพวกเรา"
มื้อแรกในตำหนักใหม่ หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ซูหนิงเหยียนก็ตัดสินใจทำอาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความรัก นางใช้วัตถุดิบที่นำมาจากวัง และทำเมนูโปรดของลูก ๆ
"ข้าวผัดไข่ กับซุปกระดูกหมูเห็ดหอม!" กลิ่นหอมของข้าวผัดไข่และซุปที่เคี่ยวจนหวานลอยไปทั่วตำหนัก เสี่ยวเป่ากับเสี่ยวหูนั่งไม่ติด ต้องมาคอยจ้องมองหน้าเตา
"แม่จ๋า หอมจังเลย ข้าหิวแล้ว!"
เสี่ยวเป่าเอ่ยขึ้นตาเป็นประกาย
"อดทนอีกหน่อยนะลูก อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว" ซูหนิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ เมื่ออาหารเสร็จ เด็ก ๆ ก็พากันตักใส่ชามของตัวเอง แล้วกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เสี่ยวหมิงเงยหน้ามองมารดา ก่อนจะเอ่ยเสียงจริงจัง
"แม่เก่งที่สุดเลย ข้าดีใจที่เราได้มาเริ่มต้นใหม่ที่นี่"
ซูหนิงเหยียนยิ้มอ่อนโยนก่อนยื่นมือไปลูบหัวลูกชายคนโต
"ข้าก็โชคดีที่มีพวกเจ้าสามคนเป็นลูกของข้า"
มองอนาคตที่รออยู่ ค่ำคืนนั้น หลังจากลูก ๆ เข้านอน ซูหนิงเหยียนยืนมองท้องฟ้า ดวงจันทร์ส่องแสงเจิดจ้า นางรู้ว่าการเป็นแม่ครัวหลวงไม่ใช่เรื่องง่าย และอนาคตอาจเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ตอนนี้ นางมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
"ข้าจะสร้างอนาคตให้ลูก ๆ และข้าจะค้นหาความจริงว่า... ใครคือบิดาของพวกเขา"
ความฝันและเงาในความมืด
ค่ำคืนแรกในตำหนักใหม่เงียบสงบ แสงจันทร์สาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา เสียงลมหวิวเบา ๆ พัดผ่านใบไม้ สร้างบรรยากาศเย็นสบาย
ซูหนิงเหยียนเหนื่อยมาทั้งวัน หลังจากจัดบ้านและทำอาหารให้ลูก ๆ นางก็ล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง แต่ทันทีที่หลับตา นางกลับรู้สึกเหมือนตกอยู่ในห้วงฝันที่แปลกประหลาด
ความฝันที่ไม่คาดคิด
นางยืนอยู่ในทุ่งหญ้า ท้องฟ้าสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิง ลมพัดแรงจนเสื้อผ้าของนางปลิวไหว ข้างหน้ามีร่างของใครบางคนยืนอยู่
ชายผู้นั้นสูงสง่า แต่ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงามืด
"เจ้าหนีข้าไม่พ้น..."
เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูนาง แม้จะฟังดูเย็นชา แต่กลับทำให้นางขนลุก
ซูหนิงเหยียนพยายามมองให้ชัดขึ้น แต่ก่อนที่นางจะเอื้อมมือไปสัมผัสเงานั้น ทุกอย่างกลับกลายเป็นสีดำสนิท
เงาในความมืด
"แม่! แม่จ๋า!"
เสียงร้องเรียกของเสี่ยวหมิงทำให้นางสะดุ้งตื่น นางลืมตาขึ้น พบว่ามืดไปหมด มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดเข้ามา
"เสี่ยวหมิง?" นางรีบลุกขึ้น "เกิดอะไรขึ้น?"
"ข้าได้ยินเสียงอะไรบางอย่างนอกตำหนัก..." เสี่ยวหมิงพูดเบา ๆ ดวงตาของเด็กชายเต็มไปด้วยความกังวล
ซูหนิงเหยียนเงี่ยหูฟัง แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาอยู่นอกหน้าต่าง!
หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น นางกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะคว้ามีดทำครัวที่อยู่ใกล้มือมาถือไว้
"อยู่กับน้อง ๆ ไว้ให้ดี แม่จะออกไปดู"
"แต่"
"ไม่ต้องห่วง แม่จะระวังตัว"
ปริศนาคนลึกลับ
ซูหนิงเหยียนเดินอย่างระมัดระวังไปที่ประตู นางค่อย ๆ เปิดมันออกช้า ๆ และกวาดตามองรอบตำหนัก
ลมพัดแรงจนต้นไม้ไหว เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วเบา แต่นางรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนอยู่ใกล้ ๆ
"ใครอยู่ที่นั่น!?"
เงาหนึ่งขยับวูบไปที่กำแพง ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่ต้องการให้ใครจับได้
ซูหนิงเหยียนรีบเดินไปดู แต่ก็พบเพียงร่องรอยเท้าบนดิน
นางขมวดคิ้ว พลางกำมีดแน่นขึ้น
"หรือว่ามีคนจับตาดูข้าอยู่?"
หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัว หรือเพราะคำพูดในความฝันที่ยังคงก้องอยู่ในหู
"เจ้าหนีข้าไม่พ้น..."