ตอนที่ 30 เงาปริศนาที่สลักลึก

2288 Words
บรรยากาศใจกลางตลาดใหญ่ที่เคยร้อนระอุและเต็มไปด้วยความโกลาหลจากการก่ออาชญากรรม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัดและเต็มไปด้วยความคาดหวัง สายตานับร้อยคู่ของชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ ต่างจับจ้องไปที่จุดศูนย์กลางของวงล้อม ซึ่งเป็นสถานที่ที่การเผชิญหน้ากันระหว่างสองขั้วอำนาจกำลังดำเนินอยู่ ฝั่งหนึ่งคือนายตำรวจหนุ่มรูปงามผู้เปี่ยมไปด้วยอำนาจและบารมีแห่งกฎหมาย สารวัตรเหอผู่จั้งยืนตระหง่านพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง มือหนาของเขายื่นสมุดบันทึกและปากกาออกไปเบื้องหน้าด้วยท่วงท่าที่สุภาพและให้เกียรติอย่างสูงสุด หวังเพียงจะได้ทราบชื่อแซ่และตัวตนที่แท้จริงของสตรีผู้สร้างวีรกรรมอันน่าตื่นตะลึง ทว่าในอีกฝั่งหนึ่ง สตรีร่างอวบอ้วนในชุดเสื้อโค้ทสีน้ำตาลซีดตัวโคร่ง ผู้ถูกห่อหุ้มด้วยความลึกลับและผ้าโพกศีรษะสีตุ่น กลับยืนนิ่งสงบประดุจรูปสลักหินที่ไร้ซึ่งความรู้สึกนึกคิดใดๆ สำหรับคนทั่วไป การได้รับคำชื่นชมอย่างจริงใจจากเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง และการได้รับการยกย่องให้เป็นพลเมืองดีผู้กล้าหาญ ย่อมเป็นเกียรติยศที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจจนอาจทำให้เผลอยิ้มรับหน้าบาน แต่ทว่าสำหรับหมิงหลินเชี่ยน อดีตราชินีคอร์ตหญ้าระดับโลกผู้ซึ่งเคยคุ้นชินกับเสียงโห่ร้องกึกก้องของผู้ชมหลักหมื่นในสนามแข่งขันระดับนานาชาติ คุ้นเคยกับแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปนับพันตัวที่สาดส่องลงมา และคุ้นเคยกับการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่แห่งชัยชนะ คำเยินยอและเกียรติยศจอมปลอมจากนายตำรวจหนุ่มในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ กลับกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นที่ไร้ค่าและไม่มีความหมายอันใดต่อจิตวิญญาณของเธอเลยแม้แต่น้อย หมิงหลินเชี่ยนไม่ได้สนใจที่จะรอรับคำชื่นชม หรือความดีความชอบใดๆ ที่เหอผู่จั้งพยายามจะหยิบยื่นให้ แววตาคมกริบที่ทอประกายเยือกเย็นดุจน้ำแข็งของเธอ มองข้ามผ่านสมุดบันทึกในมือของสารวัตรหนุ่มไปอย่างเลื่อนลอย ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน ภายในจิตใจของเธอไม่มีความปรารถนาที่จะก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบกฎหมาย ไม่ต้องการทำตัวเป็นวีรสตรีให้ผู้คนสรรเสริญ และยิ่งไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนให้ผู้ใดได้รับรู้ ภารกิจหลักของเธอในเวลานี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือการนำอาวุธชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้มา กลับไปเตรียมความพร้อมสำหรับการเคี่ยวกรำร่างกายในวันพรุ่งนี้ การมาเสียเวลายืนตอบคำถามหรือให้ปากคำยาวเหยียด ถือเป็นการเผาผลาญเวลาอันมีค่าที่เธอไม่อาจยอมรับได้ สตรีร่างใหญ่ละสายตาจากใบหน้าคมคายของนายตำรวจหนุ่มอย่างช้าๆ การกระทำนั้นเต็มไปด้วยความเฉยเมยและหยิ่งทะนงอย่างถึงที่สุด เธอค่อยๆ ก้มตัวลงอย่างยากลำบากเล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักตัวอันมหาศาลที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวในแนวดิ่ง ทว่าท่วงท่าการย่อตัวของเธอกลับยังคงแฝงไว้ด้วยความสมดุลและความมั่นคง มือที่อวบอูมและหยาบกร้านเอื้อมลงไปหยิบห่อกล่องกระดาษสีน้ำตาลหม่นที่บรรจุรองเท้าผ้าใบพื้นยางของตนเอง ซึ่งถูกทิ้งให้กลิ้งคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นถนนคอนกรีตขึ้นมาถือไว้อย่างทะนุถนอม กล่องกระดาษนั้นบุบสลายไปบ้างเล็กน้อยจากการร่วงหล่น ทว่าสิ่งของล้ำค่าที่อยู่ด้านในยังคงปลอดภัยดี หมิงหลินเชี่ยนยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง แผ่นหลังของเธอตั้งตรงอย่างผ่าเผย เธอใช้มือข้างที่ว่างอยู่ ปัดฝุ่นผงสีเทาและเศษดินที่เปรอะเปื้อนตามแขนเสื้อโค้ทและหน้าขาออกอย่างลวกๆ เสียงฝ่ามือกระทบกับเนื้อผ้าฝ้ายหยาบๆ ดังพึ่บพั่บทำลายความเงียบงันที่แสนอึดอัด เป็นการกระทำที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่ได้แยแสต่อสายตานับร้อยคู่ที่กำลังจับจ้องมองมาเลยแม้แต่นิดเดียว เธอทำความสะอาดเสื้อผ้าของตนเองด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย ราวกับว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่และการล้มโจรวิ่งราวที่ถืออาวุธมีคม เป็นเพียงแค่การเดินสะดุดก้อนหินเล็กๆ บนทางเท้าเท่านั้น เหอผู่จั้งยืนนิ่งค้าง รอยยิ้มบางๆ ที่เพิ่งจะถูกจุดประกายขึ้นบนใบหน้า เริ่มแข็งเกร็งและเลือนหายไปทีละน้อย มือที่ยื่นสมุดบันทึกออกไปยังคงค้างอยู่ในอากาศด้วยความเก้อเขิน เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า จะมีสตรีคนใดในเมืองนี้ที่กล้าเมินเฉยต่อคำร้องขอของเขาอย่างตรงไปตรงมาและไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ ความมั่นใจและอำนาจที่เขาเคยมีเหนือผู้อื่น ดูเหมือนจะถูกกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็นของสตรีอวบอ้วนผู้นี้สะท้อนกลับมาจนหมดสิ้น "คุณผู้หญิง กรุณาให้ความร่วมมือด้วยเถอะครับ มันเป็นระเบียบขั้นตอนของทางราชการ" เหอผู่จั้งเอ่ยปากรั้งด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงไปด้วยความพยายามที่จะดึงเอาอำนาจแห่งกฎหมายมากดดัน ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับไม่สามารถระคายเคืองหรือเจาะทะลุโสตประสาทของอดีตราชินีคอร์ตหญ้าได้เลย หมิงหลินเชี่ยนไม่ได้ตอบรับ ไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้เปิดปากเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมาเพื่อแก้ตัวหรืออธิบายเหตุผล เธอเพียงแค่กระชับกล่องรองเท้าผ้าใบเข้าแนบข้างลำตัวให้แน่นขึ้น ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังให้สารวัตรหนุ่มโดยไม่ได้ปรายตามองเขากลับมาอีกเลยแม้แต่น้อย ท่วงท่าการหันหลังของเธอนั้นช่างเด็ดขาดและเฉียบคม ชายเสื้อโค้ทสีน้ำตาลตัวโคร่งสะบัดพลิ้วไปตามแรงเหวี่ยงของการหมุนตัว มันเป็นการตัดขาดการสนทนาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีการประนีประนอม ไม่มีการไว้หน้า และไม่มีช่องว่างให้สอดแทรกคำถามใดๆ ได้อีก การเมินเฉยอย่างรุนแรงนี้ ไม่ใช่ความขลาดเขลาที่ต้องการหลบหนีความผิด แต่มันคือความหยิ่งยโสอันบริสุทธิ์ของผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวุฒิภาวะทางอารมณ์ เธอรู้ดีว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดผิด และไม่มีกฎหมายข้อใดที่จะสามารถบังคับให้พลเมืองดีผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียเวลาส่วนตัวไปกับการสืบสวนที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดต่อชีวิตของเธอ การเดินหันหลังให้แก่ผู้มีอำนาจ คือการประกาศเกล้าอย่างเงียบๆ ว่า สิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิตของเธอนั้น เป็นสิ่งที่ใครก็ไม่อาจก้าวล่วงได้ ฝีเท้าของหมิงหลินเชี่ยนย่ำลงบนพื้นถนนด้วยจังหวะที่หนักแน่น สม่ำเสมอ และเปี่ยมไปด้วยพลัง ร่างของเธอเดินแทรกตัวผ่านฝูงชนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อย่างช้าๆ ทว่าน่าเกรงขาม ชาวบ้านที่ยืนขวางทางอยู่ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอและรีบถอยกรูดแหวกทางให้เธอเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้นัดหมาย ราวกับคลื่นน้ำที่แหวกออกเพื่อหลีกทางให้แก่เรือรบลำใหญ่ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากทักทาย ไม่มีใครกล้าจับจ้องใบหน้าที่ถูกปิดบังนั้นนานเกินไป รังสีความเย็นชาและอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังอันอวบอ้วนนั้น เป็นเกราะป้องกันที่ทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่าคำข่มขู่ใดๆ เมื่อเดินพ้นออกจากวงล้อมของฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์ ร่างของหมิงหลินเชี่ยนก็เริ่มกลืนหายไปในความวุ่นวายของตลาดใหญ่แห่งยุคแปดสิบอย่างรวดเร็ว เธอเดินลัดเลาะไปตามร่มเงาของกันสาดร้านค้า เลี้ยวซ้ายผ่านแผงขายผลไม้ และเบี่ยงขวาหลบรถเข็นขายอาหารที่กำลังส่งกลิ่นหอมฉุย สีสันที่ฉูดฉาดของตลาดและผู้คนที่เบียดเสียดกันไปมา กลายเป็นฉากหลังที่ช่วยพรางตัวให้แก่สตรีในชุดเสื้อโค้ทสีมอๆ ได้เป็นอย่างดี ท่วงท่าการก้าวเดินของเธอไหลลื่นและกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบตัว ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ร่างใหญ่โตที่เคยเป็นศูนย์กลางของความสนใจทั้งหมด ก็อันตรธานหายไปจากสายตา ราวกับหยดน้ำที่ตกลงสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ทิ้งไว้เพียงตำนานเล่าขานถึงสตรีลึกลับผู้มีพละกำลังเหนือมนุษย์ ทางด้านสารวัตรเหอผู่จั้ง เขายังคงยืนนิ่งงันอยู่ ณ จุดเดิม แขนขวาที่เคยยื่นสมุดบันทึกออกไปค่อยๆ ตกลงแนบข้างลำตัวอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาเบิกกว้างและจดจ้องมองตามแผ่นหลังที่ตั้งตรงและเด็ดเดี่ยวนั้นไปจนลับสายตา เขาไม่เคยก้าวตาม ไม่ได้ตะโกนเรียก และไม่ได้สั่งให้ลูกน้องที่เพิ่งจะวิ่งตามมาสมทบออกไปสกัดจับเธอเอาไว้ เขารู้ดีว่าการบังคับขู่เข็ญสตรีผู้มีจิตใจแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าเช่นนี้ มีแต่จะสร้างความร้าวฉานและผลเสียมากกว่าผลดี เสียงจอแจของตลาดเริ่มกลับมาดังอื้ออึงอีกครั้ง ชาวบ้านเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทาถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลง ทว่าในโสตประสาทของเหอผู่จั้ง กลับไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ภายในหัวของเขามีเพียงภาพการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์แบบ ภาพดวงตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง และภาพแผ่นหลังที่หันจากไปอย่างไร้เยื่อใยของสตรีลึกลับผู้นั้น ฉายวนซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ ความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ภายในอกของชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมนั้นช่างซับซ้อนและยากจะอธิบาย มันเป็นส่วนผสมของความตื่นตะลึง ความหงุดหงิดที่ถูกเมินเฉยอย่างไม่ไว้หน้า และเหนือสิ่งอื่นใด คือความสนใจใคร่รู้ที่ถูกจุดประกายขึ้นและฝังลึกอยู่ในใจของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เขาเป็นนายตำรวจที่ชื่นชอบความท้าทายและการไขปริศนาที่ยากจะหยั่งถึง และสตรีร่างใหญ่ผู้นี้ ก็ได้กลายเป็นปริศนาชิ้นใหญ่ที่สุดที่เขาเคยพานพบมาในชีวิต รูปลักษณ์ที่อวบอ้วนและดูเชื่องช้า ขัดแย้งกับความว่องไวและทักษะการสกัดกั้นที่แม่นยำไร้ที่ติ เสื้อผ้าที่ดูเก่าคร่ำคร่าและยากจน ขัดแย้งกับท่วงท่าการวางตัวที่หยิ่งทะนงและสง่างามราวกับชนชั้นสูง การปฏิเสธที่จะรับความดีความชอบและการหลีกหนีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าเธอมีความลับบางอย่างที่ซ่อนเร้นเอาไว้ และไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้ความจริงนั้น "คุณเป็นใครกันแน่... สตรีผู้มีแววตาดุจน้ำแข็ง" เหอผู่จั้งพึมพำกับตนเองแผ่วเบา รอยยิ้มบางๆ ที่เคยเลือนหายไป เริ่มปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความชื่นชมดังเช่นเมื่อครู่ ทว่ามันเป็นรอยยิ้มของพยัคฆ์หนุ่มที่ได้ค้นพบเหยื่ออันโอชะที่คู่ควรแก่การไล่ล่า เขากำสมุดบันทึกในมือแน่น ดวงตาคมกริบทอประกายมุ่งมั่นและท้าทาย เขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเองว่า การพบกันในวันนี้ไม่ใช่ความบังเอิญที่ไร้ความหมาย และมันจะพาดผ่านเส้นทางชีวิตของเขาและเธอให้ต้องมาบรรจบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน สตรีผู้นั้นอาจจะสามารถหลบเร้นกายหายไปในฝูงชนได้อย่างแนบเนียน แต่ในเมืองหลวงที่ไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาลจนเกินไปแห่งนี้ ไม่มีใครสามารถซ่อนตัวจากสายตาของกฎหมายและการสืบสวนที่เข้มข้นได้ตลอดไป สารวัตรหนุ่มหันกลับมาสั่งการลูกน้องที่เพิ่งมาถึง ให้จัดการนำตัวโจรวิ่งราวที่ยังคงนอนโอดครวญอยู่บนพื้นไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ พร้อมกับจดบันทึกคำให้การของหญิงผู้เคราะห์ร้ายและพยานแวดล้อมอย่างละเอียด ทว่าในระหว่างที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันอยู่นั้น ลึกๆ ในใจของเขากลับกำลังวางแผนการอย่างเงียบๆ เขาจะใช้ทุกเส้นสาย ทุกเบาะแส และทุกอำนาจที่เขามี เพื่อตามหาตัวสตรีเสื้อโค้ทสีน้ำตาลซีดผู้นั้นให้พบ เขาจะลอกคราบความลึกลับที่ห่อหุ้มตัวเธอออกทีละชั้น จะขุดคุ้ยหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าโพกศีรษะสีตุ่นนั้น และจะทำให้เธอต้องยอมรับในความพ่ายแพ้ต่อการสืบสวนของเขาให้จงได้ การหันหลังให้เขาในวันนี้ คือการเปิดฉากสงครามจิตวิทยาที่เหอผู่จั้งพร้อมจะลงสนามประลองอย่างเต็มใจ แสงแดดยามบ่ายเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาบไล้ไปทั่วตลาดใหญ่ที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทว่าเปลวไฟแห่งความสนใจใคร่รู้ที่ถูกจุดประกายขึ้นในหัวใจของสารวัตรหนุ่มนั้น กลับร้อนแรงและเผาไหม้ยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ใดๆ มันคือจุดเริ่มต้นของสายใยแห่งโชคชะตาที่ถูกถักทอขึ้นอย่างซับซ้อน ระหว่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้เคร่งขรึม และอดีตราชินีคอร์ตหญ้าผู้กำลังหล่อหลอมตนเองให้กลับมาผงาดอีกครั้ง เงาปริศนาของสตรีร่างใหญ่ได้ประทับฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณของเขาแล้ว และจะไม่มีสิ่งใดสามารถลบล้างมันออกไปได้ จนกว่าความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยออกมาท่ามกลางแสงสว่างอย่างงดงามที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD