2

1197 Words
มิซูดะตอนนี้หลบอยู่ในบ้านของยายเธอที่เสียชีวิตไปสัปดาห์กว่าแล้ว ทำให้บ้านไม่มีคนอยู่ สภาพบ้านตอนนี้ไม่แย่เท่าไหร่ เพียงแต่มีฝุ่นเล็กน้อยเท่านั้นเองนั่นจึงทำให้มิซูดะวางใจได้เล็กน้อย "..เหนื่อยจัง" เธอบ่นอุบอิบ ก่อนจะเดินไปยังห้องนอนที่เธอเคยนอนอยู่ตอนอยู่กับยาน "..ทำไมไม่ปวดท้องแล้ววะ" มิซูดะถกเสื้อขึ้นมองเอวที่มีรอยช้ำจากการที่โดนต่อยท้อง แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อรอยช้ำที่มีอยู่ค่อยๆจางหายไปกับตาของเธอ "นี่มันเรื่องอะไรกัน!?!" เธอพูดออกมาเสียงดังเล็กน้อยแต่ก็แปลกใจอีกรอบเมื่อตอนที่เธอพูดนั้น เธอได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง "..เหมือนเขี้ยวเลยแหะ" ด้วยความสงสัยตัวเธอจึงเอานิ้วไปแตะๆตรงเขี้ยวแหลมคมโดยไม่คิดเลยว่ามันจะคมมากน้อยแค่ไหน นั่นจึงทำให้เธอได้รอยเขี้ยวมา1จุด "..อะไรวะเนี้ย!? หรือจะเป็นแบบในละครกัน ไหนลองหน่อยสิ๊" มิซูดะหลับตาลงเพื่อทำสมาธิ พอลืมตาขึ้นมาเปิดเขี้ยวดูก็พบว่าเขี้ยวหายไปแล้วและแผลที่ได้ก็สมานตัวกันแล้วอีกด้วย นั่นจึงทำให้ตัวเธอกลับมาย้อนคอดว่ามันอาจจะเป็นเหมือนชายคนนั้นพูดก็ได้ แต่..เธอเป็นคนไม่เชื่ออะไรพวกนี้นะ มันจะเป็นไปได้หรอ แล้วถ้าหากเธอแค่ฝันล่ะ? หรือมันจะเป็นความจริง "..ไม่จริงแน่นอน แวมไพร์จะไปมีจริงได้ไง พวกนั้นคงแค่เป็นพวกมีพลังเหมือนกันแน่ๆ เลยทำแบบนั้นได้" เธอพยายามคิดในแง่บวก แต่ก็ต้องรีบปิดปากนั่งลงแล้วไปหลบที่ใต้เตียงที่มีช่องเล็กๆพอให้คนตัวเล็กเข้าไปหลบได้ เพราะได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา "..กลิ่นดอกไม้แวมไพร์มันชัดมาก ไม่แน่เธออาจจะอยู่ที่นี่ก็ได้นะครับ ท่านคาร์ลไฮนซ์" "นั่นสิ ค้นให้ทั่ว อย่าให้เธอหนีไปได้อีก! " "ครับ!" เสียงเท้าดังกระทบพื้นเสียงดัง ก่อนจะมีเสียงเปิดประตูที่ห้องที่เธออยู่ ทำเอาตัวเธอแอบประหม่าเล็กน้อย เสียงเท้าของใครสักคนตรงปรี่มาทางช่องที่เธอหลบอยู่ทำให้ตอนนี้เธอเหงื่อไหลโชกตัว หัวใจที่เต้นแรงขึ้นเพราะความกลัวที่ค่อยๆก่อขึ้นในใจ "..กลิ่นในห้องนี้มันชัดมาก..เธอไปอยู่ที่ไหนกัน ภรรยาของข้า" เขาบ่นเสียงดังเหมือนอยากให้เธอได้ยิน ก่อนเขาจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าช่อง "เจอแล้ว ดอกไม้ของข้า:)" "กรี๊ด!!!" มิซูดะรีบออกจากที่ซ่อนแต่ก็โดน อีกคนรั้งแขนเอาไว้ก่อน แล้วดึงเธอมากอดแน่น "ปล่อย!!!" เธอค่อยๆเผยเขี้ยวแหลมก่อนจะกัดลงไปที่แขนเขาอย่างจัง "ดื่มเถิด คนของข้า" (ทำไมเลือดมันหวานจัง..ไม่ได้นะมิซูดะ! แกต้องตั้งสติ) เมื่อคิดได้ดังนั้นตัวเธอก็รีบผละชายคนนั้นออกอย่างแรงเล่นเอาเขากระเด็นชนกำแพงอย่างจัง "แฮ่ก--" ดวงตาที่ค่อยๆเบิกโพลงพร้อมสีตาที่ค่อยๆเปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีแดงเรืองแสง ขอบปากที่มีเลือดติดอยู่เล็กน้อยทำเอาเธอแถบคลั่ง แต่ก็เมื่อเธอตวัดลิ้นไปที่ขอบปากที่มีเลือดติดอยู่ ตัวเธอก็ถึงกับแถบจะพุ่งไปกัดชายตรงหน้าด้วยความหิวโหย "หึๆ เจ้าจะอดทนไปถึงเมื่อใดกันนะ หิวก็มากินสิ" "ไม่มีวัน!!" มิซูดะพยายามรวบรวมสติที่ยังหลงเหลือจากการถูกปลุกโดยสัญชาตญาณนักล่าในตัวเธอ จิตใต้สำนึกของเธอมันบอกให้เธอดื่มเลือดของเขา "..ดื้อด้านสะจริง " เขาพูดด้วยความเหนื่อยใจเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังร่างที่คุกเข่ากุมหัวเอาไว้ไม่ให้สติหลุด ก่อนจะกอดเธอจากด้านหลัง แล้งเอาแขนที่ถูกกัดจ่อไปที่ปากของเธอ ก่อนจะเอ่ยปากพูด "กัดเถอะ ยังไงก็แวมไพร์ด้วยกัน ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกนะ " เธอได้ยินดังนั้นก็ไม่รีรอที่จะอดกลั้นความหิวที่มาจากสัญชาตญาณ เธอลงแรงกัดที่รอยกัดเดิมแล้วดื่มเลือดอย่างหิวกระหาย "..กัดเจ็บเหมือนกันนะเนี้ย" "..นายเป็นใคร?" มิซูดะที่ตอนนี้พอจะตั้งสติได้เงยหน้าขึ้นถามชายที่กอดเธอแบบฟิวแฟนตอนนี้ ".เป็นว่าที่สามีในอนาคตยังไงเล่าา" "..แหวะ อยากมีตายแหละ" พูดจบก็พละตัวเขาออกก่อนที่จะตั้งหน้าหนีอไปทางหน้าต่างแบบเดิม "เดี๋ยว!" "อะไร?" "เธอทำพันธะแล้วนะ จะหนีง่ายๆเลย?" ".อืม ใครมันจะไปอยากอยู่กับคนที่ไม่รู้จักวะ" "..กร้าวใจมาก ผู้หญิงแบบนี้นี่แหละ ชอบ!✨" "ไอ้บ้านี่ สติไม่ดีหรือไงกัน" พูดจบตัวเธอก็ได้เดินไปต่อยหน้าต่างก่อนจะมองไปยังด้านล่างก็พบกับคนของเขาที่อยู่เต็มเบื่องล่างรอรับเธออยู่ "..อะไรวะเนี้ย!?" "..ยอมไปกับพวกเราเถอะ สัญญาอยากได้อะไรจะหาให้" "อ่อจร้าพ่อคนสายเปย์ ขอเงิน700,000 ไปจ่ายหนี้หน่อยดิ" "มากับพวกเราก่อนดิ" "เค" เธอตอบอย่างว่าง่ายก่อนจะกระโดดขี่หลังชายตรงหน้าโดยไม่คิดว่าเขาจะหลอกเลย ขอแค่เพียงได้เงินไปจ่ายหนี้แค่นี้เธอก็พอใจ แต่ขอแต่อย่าเป็นงานที่เกินกำลังเธอมากเกินไป "..ว่าง่ายจังนะ แต่ช่วยหลับก่อนได้ไหม เพราะเดี๋ยวเธอจะหมดแรงเอา เห็นว่าเหนื่อยนี่" "นายดูแสนรู้จังนะ แต่ก็ได้" "เหมือนโดนด่าว่าเหมือนหมาเลยแหะ" "ไม่รับรู้นะ" พูดจบก็กอดคอก่อนตาคู่สวยจะค่อยๆหลับลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราที่เธอรอคอยมานาน ส่วนความฝันนั้นเธอก็ฝันถึงน้องสาวเธอซ้ำๆซากๆแบบเดิมๆ ทำเอาเธอแถบจะร้องออะมายังชีวิตจริง เธอกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ ทำไมถึงมีเรื่องมากมายเข้ามาล่ะ ดอกไม้แวมไพร์? แวมไพร์? สามี? เธอไม่อยากจะเชื่อ เพราะตัวเธอนั้นไม่เคยคิดที่จะมีแฟน หรือคู่ชีวิตหรือคนข้างกายตัวเองเลยสักครั้ง เพราะตัวเธอคิดแค่ว่านี่มันเรื่องไร้สาระมากสำหรับตัวเธอเอง และเธอรู้แค่ว่ามันค่อนข้างน่าเบื่อเวลาที่ต้องมาคอยเอาใจใส่หรือคอยบอกรัก คอยหวงอีกฝ่าย มันสร้างความเหนื่อยล้าให้สะมาดดว่าความรัก แล้วเผื่ออีกคนมีคนอื่น ตัวเธอก็จะเสียใจและจมปลักอยู่ตรงนั้น นั่นเป็นสาเหตุที่เธอไม่เคยคิด และไม่อยากจะคิดที่จะมีแฟนเลย . . . . . . . . . . . . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD