Ep.9: ทางเลือก

1365 Words
ลานหน้าอาคารเรียนเต็มไปด้วยนักศึกษา แดดอ่อนยามสายส่องผ่านแนวต้นไม้ เสียงคุย เสียงหัวเราะ และเสียงเก้าอี้ลากกับพื้นหินอ่อนดังสลับกันเป็นระยะ นีโอนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนประจำ กระเป๋าวางข้างตัว มือหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกมือไถมือถืออย่างไม่จริงจังนัก ไม่นานนัก เงาสองเงาก็ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “โอ้โห มาเช้าผิดปกติว่ะวันนี้” รันพูดพลางวางถาดกาแฟลงบนโต๊ะ ส่วนเฟรมนั่งข้าง ๆ เงียบ ๆ แต่สายตากวาดมองหน้านีโอเหมือนสังเกตอะไรบางอย่าง “หรือมีแรงใจเป็นพิเศษ หึหึ” รันแซวต่อ นีโอเงยหน้ามองเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบ “กูมาเรียน” “ประชดเก่งนะมึง” รันหัวเราะ เฟรมวางศอกบนโต๊ะ เอียงหน้าเล็กน้อย “เมื่อกี้อาจารย์ประกาศเรื่องฝึกงานแล้วนะ รู้ยัง??” “รู้คร่าว ๆ แล้ว” นีโอเลิกคิ้ว “ต้องเลือกบริษัทภายในเทอมนี้” รันพูดต่อ “มึงมีที่เล็งยัง” คำถามนั้นทำให้นีโอเงียบไปนิดหนึ่งสายตาเขาเหม่อมองนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “น่าจะเข้าบริษัทที่บ้าน” “จริงดิ” รันชะงักแม้แต่เฟรมยังหันมามองเต็มตา “คิดดีแล้วเหรอวะ” “ยังไงก็ต้องเข้าไปเรียนรู้อยู่แล้ว ฝึกงานไปด้วยน่าจะโอเค” นีโอพยักหน้าเบา ๆ รันพิงพนักเก้าอี้ “ก็จริงนะ บ้านมึงทำธุรกิจใหญ่ด้วย” เฟรมเสริมเสียงนิ่ง “แต่กูว่ามึงไม่ใช่คนทำตามแผนใครง่าย ๆ นี่” “เมื่อก่อนใช่” นีโอหัวเราะในลำคอ ก่อนเขาจะหมุนแก้วกาแฟในมือช้า ๆ อย่างคนกำลังใช้ความคิด “แต่ตอนนี้… กูเริ่มคิดว่า ถ้าไม่เตรียมตัวไว้ก่อน วันหนึ่งมันจะหนักกว่านี้” “หมายถึงเรื่องรับช่วงต่อใช่ไหม” รันมองหน้าเพื่อนนิ่งขึ้น นีโอไม่ตอบทันทีภาพหลายอย่างผ่านเข้ามาในหัว ทั้งพ่อ ทั้งบ้าน ทั้งความรับผิดชอบที่รออยู่ข้างหน้าและอีกภาพหนึ่ง… รอยยิ้มของนีอา “อืม” เสียงตอบนั้นเบาแต่หนักแน่น เฟรมขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะถามคำถามออกมา “แล้วเรื่องเรียนต่ออะ มึงคิดยัง” คำถามนั้นทำให้นีโอชะงักอีกครั้ง เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าระหว่างตึกเรียน สายลมบางเบาพัดผ่านให้อารมณ์กำลังและอึดอัดในอกเริ่มผ่อนคลาย “อาจจะไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศ” รันเบิกตาด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะไปไกลขนาดข้ามฟ้าข้ามทะเล “โห... จริงจังว่ะ แล้วจะเรียนสายบริหารหรือสายอื่น??” “น่าจะบริหาร แต่ก็ไม่แน่” นีโอพูดช้า ๆ “กูไม่ได้อยากเรียนเพราะอยากเท่หรอก แต่กูอยากรู้ว่าถ้าวันหนึ่งต้องดูแลอะไรหลายอย่าง กูก็อยากจะทำอะไรให้พลาดน้อยที่สุด” “มึงโตขึ้นนะ” เฟรมพยักหน้าเบา ๆ แต่รันกลับหัวเราะออกมา สายตามองนีโอด้วยอย่างจับผิดให้กับความคิดของเพื่อนรัก “เมื่อก่อนกูถามเรื่องอนาคตที กูโดนมึงบอกว่า ‘เดี๋ยวค่อยคิด’ ตลอด” นีโอยิ้มบาง “ตอนนี้มันมีเหตุผลให้ต้องคิด” น้ำเสียงราบเรียบที่ออกมาจากปากเฟรมทำเอารันต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างห้ามไม่อยู่ “เหตุผลแบบไหนวะ??” “หลายอย่าง” นีโอเหลือบมองเพื่อน ก่อนจะหลบสายตาอย่างแนบเนียน เฟรมมองออกทันที แต่ไม่ซักต่อเพียงแค่พูดขึ้นเบา ๆ “ไม่ว่าอะไร ก็ดูเหมือนมึงเริ่มอยากสร้างเส้นทางของตัวเองจริง ๆ” นีโอพยักหน้ารับ “กูไม่อยากเดินไปเรื่อย ๆ แล้วปล่อยให้ใครตัดสินใจแทน” “สรุปคือ อนาคตมึงอยากเลือกเอง” รันยิ้มมุมปาก “แต่ก็ยังหล่อเหมือนเดิม” “ไอ้ห่ารัน!!” นีโอขว้างฝาหลอดใส่เพื่อนด้วยความหงุดหงิดที่โดยอีกฝ่ายแซวตั้งแต่ต้นจนจบ “หึหึ” เฟรมหัวเราะเบา ๆ ลมพัดผ่านโต๊ะหินอ่อน เสียงมหาลัยยังคงคึกคักแต่สำหรับนีโอ บทสนทนาธรรมดาเรื่องฝึกงานกับเรียนต่อในวันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องอนาคตมันคือจุดเริ่มต้นของการ ‘เลือกทาง’ ด้วยตัวเองจริง ๆ ภายในห้องเรียนแสงแดดอ่อนยามสายส่องลงมากระทบโต๊ะไม้เป็นริ้ว ๆ เสียงเด็ก ๆ คุยกันจอแจปนหัวเราะ แต่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง นีอานั่งเงียบกว่าปกติ ดินสอในมือหมุนไปมาโดยไม่รู้ตัว สมุดระบายสีเปิดค้างอยู่แต่ภาพตรงหน้ายังขาวเกือบทั้งแผ่นสายตาใสเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแต่ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนกับยอดไม้ไหวเบา ๆ ตามลม หัวใจเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันยังวนอยู่กับภาพในห้างวันนั้น ตอนมืออุ่น ๆ ที่จับแน่นเสียงทุ้มที่พูดว่า “พี่ไม่อยากให้ใครเข้ามาใกล้” และสายตาที่มองเธอเหมือนโลกมีแค่ตรงนั้น นีอากดปลายดินสอลงบนกระดาษโดยไม่รู้ตัว เส้นสีเลอะเป็นทางยาว “เฮ้ย!! นีอา” เสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้หู “นี่หรือรูปแมว หรือรอยแผ่นดินไหว” นีอาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันไปมอง ซาซ่านั่งเท้าคางอยู่โต๊ะข้าง ๆ ทำตาโตใส่หน้าเธออย่างจับผิด “นีอาเหม่อทั้งคาบแล้วนะ” นีอากะพริบตาปริบ ๆ “เหรอ…” “เหรออะไร” ซาซ่าขยับหน้าเข้ามาใกล้ “ตั้งแต่เช้ามาครูเรียกชื่อยังไม่รู้ตัวเลย” นีอามองสมุดของตัวเองอีกครั้งภาพที่ควรเป็นทุ่งหญ้ากลับมีแค่เส้นยุ่ง ๆ ที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง “นีอาแค่คิดอะไรนิดหน่อย” “นิดหน่อยอะไร ปกติไม่ทำสมุดเละขนาดนี้นะ” ซาซ่าเลิกคิ้วหรี่ตามองเพื่อนสนิทเหมือนนักสืบตัวจิ๋วกำลังสืบหาความจริงจากเบาะแส “เล่ามา!!” “เล่าอะไร??” “เรื่องที่ทำให้นีอาคนสวยนั่งยิ้มคนเดียวแล้วก็เหม่อเหมือนโดนมนต์สะกด” แก้มของนีอาเห่อร้อนขึ้นทันที “นีอาไม่ได้ยิ้มซะหน่อย” “โกหก!!” ซาซ่าชี้หน้านีอา “เมื่อกี้ซาซ่าเห็นเต็มสองตาเลย ว่านีอาจ้องยางลบแล้วก็ยิ้มเหมือนมันเป็นคน” นีอารีบยกสมุดมาบังหน้า “ซาซ่า!!” “เอาล่ะ ๆ ไม่แซวก็ได้” ซาซ่าหัวเราะคิก ก่อนจะกระซิบเสียงเบาลง “แต่ต้องเล่า” นีอานิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วเล็กบีบขอบสมุดแน่น “นีอาว่ามันแปลกเกินไป” “แปลกแบบน่าฟังนะ” ซาซ่าดวงตาเป็นประกาย นีอาถอนหายใจเบา ๆ “เมื่อวานพี่นีโอพานีอาไปเที่ยวห้าง” “อื้อ แล้วไง??” “แล้วพี่นีโอจับมือนีอาตลอดเวลาเลย” ซาซ่าพยักหน้า “พี่ชายจับมือน้องสาวก็ปกติไหม” นีอาส่ายหัวช้า ๆ “แต่… มันไม่เหมือนกัน” “ไม่เหมือนยังไง??” ซาซ่าชะงัก “ตอนมีคนทักว่าเราเป็นแฟนกันพี่นีโอไม่ปฏิเสธ” นีอาก้มมองปลายนิ้วของตัวเอง ซาซ่าเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มมุมปาก “ตอนมีคนทักว่าเราเป็นแฟนกัน…” เสียงเธอเบาลง “…พี่นีโอไม่ปฏิเสธ” ซาซ่าเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย “โอ้โห!!” เธอเอนตัวเข้ามาใกล้ “แล้วตอนนั้นนีอารู้สึกยังไง” นีอาชะงัก หัวใจเต้นตุบ “เหมือนใจมันหวิว ๆ ยังไงก็ไม่รู้” ซาซ่าหรี่ตา “หวิวแบบไหน” “ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่ามันหวิว ๆ” นีอาเม้มริมฝีปาก ซาซ่ามองหน้านีอาด้วยสายตาค้นคว้าหาความจริง “งั้นซาซ่าว่าแย่แล้วล่ะ” “แย่ยังไง??” “แปลว่านีอาอาจจะไม่ได้มองพี่นีโอเป็นแค่พี่ชายแล้ว” คำพูดนั้นทำให้นีอานิ่งไปเสียงรอบตัวเหมือนเบาลง เหลือแค่เสียงหัวใจตัวเอง “มันผิดไหม??” นีอาถามเบามาก ซาซ่ามองหน้าเพื่อนอย่างจริงจังกว่าที่เคย “ไม่ผิดแต่ทำไม่ได้” นีอาก้มหน้า ปลายนิ้วเกลี่ยรอยดินสอบนสมุดช้า ๆ ในหัวไม่ได้มีบทเรียนมีแต่ภาพรอยยิ้มของใครบางคนและคำถามเล็ก ๆ ที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทำไมเธอถึงรู้สึกกับพี่ชายแบบนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD