รถคันเดิมเคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงเรียนอย่างช้า ๆ นีโอนั่งอยู่หลังพวงมาลัยสายตาจับถนนตรงหน้า แต่สมาธิไม่ได้อยู่ที่การขับรถทั้งหมด นีอานั่งอยู่เบาะข้างคนขับร่างเล็กเอนพิงพนัก เบาะถูกเลื่อนเข้ามาใกล้ตัวเธอมากกว่าทุกครั้ง ผ้าพันแผลที่แขนยังขาวสะอาดตา
ด้านหลังเนโอนั่งเงียบ ๆ สายตาสลับไปมาระหว่างพี่ชายกับน้องสาวบรรยากาศในรถแน่นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
“ยังมึนอยู่ไหม” นีโอถามโดยไม่หันมามอง เสียงเรียบแต่ตึง
“ไม่แล้วค่ะ” นีอาตอบเบา ๆ มือของนีโอขยับเล็กน้อย เขาเอื้อมไปปรับแอร์ให้แรงขึ้น ก่อนจะพูดต่อเหมือนนึกได้
“ถ้าปวดหัว หรือเวียนหัวรีบบอกทันที”
“ค่ะ” นีอาพยักหน้าแม้เขาจะไม่ได้มอง
รถแล่นไปตามถนนยาวเสียงเครื่องยนต์สม่ำเสมอ แต่บรรยากาศในรถกลับอึดอัดผิดปกตินีโอเหลือบมองกระจกข้างเป็นระยะไม่ใช่เพื่อเช็กทางแต่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับคนข้างตัว ไฟแดงด้านหน้าบังคับให้รถชะลอแสงสีแดงสะท้อนเข้ามาในรถพอดีกับจังหวะที่นีโอหันมามองนีอา
“เจ็บตรงไหนอีกไหม” เขาถามอีกครั้ง ราวกับคำถามก่อนหน้าไม่เคยพอ นีอาส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ แค่เมื่อย ๆ นิดหน่อย” คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้เขาคลายกังวลมือที่จับพวงมาลัยกลับกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“คราวหน้า…” เขาพูดช้า ๆ ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังกลืนคำบางอย่างกลับลงคอ “…อย่าทำให้ตัวเองเจ็บแบบนี้อีก”
“หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ” นีอาหันมามองดวงตาเต็มไปด้วยความงงปนรู้สึกผิดเล็ก ๆ นีโอถอนหายใจสั้นสายตากลับไปที่ถนน
“พี่รู้” เสียงเขาต่ำลง
“แต่พี่ไม่อยากเห็นเราเจ็บตัวอีก”
ด้านหลังเนโอขยับตัวเล็กน้อยเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เลือกเงียบเขามองแผ่นหลังของพี่ชายมองท่าทางที่ตึงเกินไปจริงจังเกินไปกับเรื่องที่ควรเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็ก ๆ รถเลี้ยวเข้าซอยบ้าน ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง นีอาเอนศีรษะพิงกระจกเปลือกตาหนักขึ้นจากความเหนื่อยก่อนจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
นีโอชะลอรถลงขับช้าลงกว่าปกติเหมือนกลัวแรงสะเทือนจะรบกวนการพักของเธอ เนโอมองภาพนั้นแล้วเม้มริมฝีปากแน่นในหัวเขามีคำถามมากมายแต่คำถามเดียวที่ดังชัดที่สุดคือ ถ้าวันหนึ่งนีอาโตพอและไม่ได้นั่งอยู่เบาะข้างคนขับอีกต่อไป นีโอจะยังควบคุมตัวเองได้เหมือนวันนี้ไหมและความเงียบในรถคันนี้ก็หนักแน่นพอจะบอกว่าคำตอบนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากได้ยินเลย
รถค่อย ๆ ชะลอความเร็วก่อนจะเลี้ยวเข้ามาในลานหน้าบ้านนีโอเหยียบเบรกเบา ๆ รถจอดสนิทอย่างนุ่มนวลเกินจำเป็น
เหมือนตั้งใจไม่ให้แรงสะเทือนรบกวนคนข้างตัว นีอาหลับไปแล้วศีรษะเอนพิงกระจกลมหายใจสม่ำเสมอนีโอไม่ดับเครื่องในทันทีเขานั่งนิ่งสายตาจับจ้องใบหน้าข้างตัวนิ่ง นาน และลึกซึ่งเกินกว่าที่คำว่าพี่ชายควรใช้มองน้องสาว
ด้านหลังเนโอยังคงนั่งอยู่ไม่พูด ไม่ขยับ เขามองภาพนั้นเงียบ ๆ มองมือของนีโอที่ขยับเข้าใกล้แล้วหยุดกลางอากาศเหมือนคนที่รู้ตัวว่ากำลังจะข้ามเส้น เนโอไม่ได้ขมวดคิ้วไม่ได้ถอนหายใจแต่ในแววตามีบางอย่างเปลี่ยนไปเพราะเขาเองก็เป็นผู้ชายและเขารู้จักสายตาแบบนั้นดีสายตาที่ไม่ได้มองเพื่อดูแลแต่มองเพื่อไม่อยากเสีย
“ถึงบ้านแล้ว” เนโอพูดขึ้นในที่สุดเสียงเรียบเหมือนพูดแค่เพื่อบอกสถานะ นีโอพยักหน้าดับเครื่องลงจากรถทันที เขาอ้อมมาเปิดประตูฝั่งนีอาก้มลงใกล้น้ำเสียงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว
“ถึงแล้ว อย่าขยับ” แขนแข็งแรงสอดเข้าใต้เข่าอีกแขนประคองหลังอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอกมือเล็กกำเสื้อเขาไว้แน่น
โดยไม่รู้ตัว
เนโอมองภาพนั้นด้วยสายตานิ่ง เงียบ และไม่พูดอะไรสักคำแต่เขาเห็นชัดทุกจังหวะที่นีโอปรับการอุ้มให้แนบขึ้น
ทุกก้าวที่เดินช้าลงทุกสายตาที่ก้มลงมองใบหน้าในอ้อมแขนมันไม่ใช่ท่าทางของคนที่ไม่อยากให้น้องเจ็บอย่างเดียวมันคือท่าทางของความหวง
เนโอหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วลงจากรถเขาไม่คิดจะถามไม่คิดจะเตือนเพราะบางเรื่องไม่ต้องพูด
ก็รู้และบางสายตาต่อให้ไม่มีคำอธิบายผู้ชายด้วยกันก็อ่านออกทันที
นีโออุ้มนีอาเดินเข้าบ้านอย่างช้า ๆ ราวกับกลัวว่าการก้าวแรงกว่านี้จะปลุกเธอจากการหลับใหลยังไม่ทันพ้นธรณีประตูดี
เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านใน
“นีโอ!! นีอาเป็นอะไรมากหรือเปล่า” ลินาเดินออกมาด้วยสีหน้าเป็นห่วงสายตากวาดมองร่างเล็กในอ้อมแขนลูกชายอย่างรวดเร็วก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสบตานีโอ
“น้องแค่มีแผลถลอกนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากครับ” นีโอตอบเสียงเรียบแขนที่โอบร่างนีอาไว้ยังมั่นคง ไม่เร่ง ไม่ตึง เป็นการประคองที่เต็มไปด้วยความระวัง ลินาขยับเข้ามาใกล้สายตาแม่มองแผลถลอกที่แขนลูกสาวอย่างละเอียดก่อนจะเลื่อนขึ้นไปยังใบหน้าซีดเซียวหัวใจบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“แล้วทำไมอุ้มน้องมาแบบนี้ละ” น้ำเสียงอ่อนลงโดยอัตโนมัติเหลือเพียงความห่วงใยมากกว่าคำถาม
“น้องเวียนหัวครับ” คำตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจนมือของนีโอกระชับขึ้นเล็กน้อยเหมือนย้ำกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้เธอล้มอีก ลินามองลูกสาวเห็นมือเล็กที่เกาะเสื้อพี่ชายไว้แน่นเห็นแผ่นหลังที่พิงอย่างไว้วางใจริมฝีปากแม่คลี่ยิ้มบาง ๆ ความกังวลคลายลงไปกว่าครึ่ง
“งั้นก็พาน้องไปนอนเถอะ เดี๋ยวแม่ไปเอาข้าวกับยามาให้”
“ครับ” นีโอพยักหน้า ก่อนจะพาเธอเดินขึ้นบันไดอย่างช้า ๆ ทุกก้าวระมัดระวังเหมือนกำลังดูแลของสำคัญที่สุดในชีวิต เนโอยืนอยู่ใกล้ ๆ มองภาพนั้นเงียบ ๆ สายตาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัวเขาไม่ได้คิดมากไม่ได้ตั้งคำถามมีเพียงความเข้าใจเงียบ ๆ ระหว่างผู้ชายในบ้านเดียวกัน
“พี่นีโอ…” เสียงนีอาดังขึ้นเบา ๆ เหมือนจะหลับเต็มที
“ไม่ต้องพูดแล้ว” นีโอตอบเสียงต่ำ
“พักเถอะ” ลินามองตามแผ่นหลังของลูก ๆ ถอนหายใจยาวแต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความกังวลเป็นความอุ่นในอก ที่รู้ว่าลูก ๆ ยังดูแลกันดี และบ้านหลังนี้ ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องเจ็บเพียงลำพัง
เสียงรถจอดหน้าบ้านดังมาให้ได้ยินไม่นานประตูก็เปิดออก เอเดนก้าวเข้ามาในชุดทำงาน เนกไทคลายออกเรียบร้อย ความเคร่งเครียดจากทั้งวันค่อย ๆ จางหายทันทีที่เห็นลินายืนรออยู่ตรงโถง เขายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเบาอย่างคนที่กลัวรบกวนความสงบในบ้าน
“นีอาอยู่ไหน??”
“หลับอยู่ค่ะ” ลินาตอบเสียงนุ่ม “ลูกไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ต้องพัก” เอเดนพยักหน้า ไหล่ที่ตึงมาตลอดวันค่อย ๆ คลายลงโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องลูกสาว
ประตูถูกแง้มออกเพียงเล็กน้อยเด็กหญิงนอนหลับสนิท แสงแดดอ่อนยามบ่ายตกกระทบใบหน้าเล็ก ผ้าห่มถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อยราวกับมีใครตั้งใจดูแลทุกจุด เอเดนยืนมองอยู่นาน ก่อนจะยกมือใหญ่ลูบผมลูกสาวเบา ๆ อย่างระมัดระวังเหมือนกลัวว่าเธอจะตื่น
“ไม่เป็นไรแล้วนะลูก” เสียงเอเดนต่ำ อบอุ่น และอ่อนโยน เมื่อปิดประตู เขาหันกลับมาเจอนีโอยืนรออยู่ไม่ไกล สายตาของพ่ออ่อนลงทันที
“น้องเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“มีแค่แผลถลอกครับ”
เอเดนยกมือแตะไหล่ลูกชายคนโตเบา ๆ แรงกดนั้นไม่ใช่การสั่ง ไม่ใช่การกำชับแต่เป็นคำขอบคุณที่ไม่ต้องพูดออกมาตรง ๆ
“แด๊ดรู้ว่าลูกห่วงน้อง” เสียงของเขานิ่งและจริงใจ
“ตั้งแต่เด็ก… ลูกก็ดูแลน้องมาตลอด” นีโอไม่ตอบเขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย สายตายังคงมองไปทางประตูห้องที่ปิดอยู่เหมือนยังไม่อยากละออกไปไหน เอเดนมองท่าทางนั้นแล้วถอนหายใจเบา ๆ ไม่ใช่ความหนักใจแต่เป็นความเข้าใจของคนเป็นพ่อ
“พักบ้างนะนีโอ แด๊ดกับแม่ยังอยู่ ลูกไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว” นีโอเม้มริมฝีปาก ก่อนจะตอบสั้น ๆ แต่จริง
“ผมไม่เป็นไรครับ แค่อยากให้นีอาปลอดภัย” คำตอบนั้นทำให้เอเดนเงียบไปครู่หนึ่งเขาขยับมือจากไหล่ลูกชาย แล้วตบเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ
“แด๊ดเข้าใจ”
“ถ้านีอารู้ น้องก็คงอุ่นใจมาก” ลินาที่ฟังอยู่ไม่ไกล เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเธอยื่นแก้วน้ำให้เอเดน ก่อนจะพูดเบา ๆ
“นีโอยังไม่ได้พักเลย ตั้งแต่รับน้องกลับมา” เอเดนรับแก้วน้ำ เหลือบมองลูกชายคนโตอีกครั้งสายตาอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม
“งั้นลูกไปพักก่อนเถอะ”
“ถ้านีอาตื่น แด๊ดจะเรียกเอง” นีโอพยักหน้าแต่ก่อนจะก้าวออกไป เขาหันกลับมามองประตูห้องน้องสาวอีกครั้งหนึ่ง
บ้านทั้งหลังเงียบสงบแสงแดดยามบ่ายทอดยาวผ่านหน้าต่าง ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย ไม่มีดราม่ามีเพียงความห่วงใยที่มีให้กันอย่างเงียบ ๆ ของพ่อ แม่ และพี่ชาย ที่ยังคงยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเด็กผู้หญิงคนเดียวกันเสมอ