บริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าอาคารเรียน นักศึกษานั่งกระจายกันเป็นกลุ่ม ๆ เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะคลอไปกับบรรยากาศยามเช้า นีโอเดินเข้ามาจากทางเดินด้านข้างอาคาร กระเป๋าสะพายพาดไหล่ ท่าทางเรียบง่ายเหมือนทุกวัน แต่ทันทีที่ร่างสูงก้าวพ้นแนวเสาออกสู่ลานกว้าง
“กรี๊ดดดด พี่นีโอมาแล้ว!!” เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนจะลามไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว กลุ่มสาว ๆ ที่นั่งอยู่ไม่ไกลพากันหันมามองเป็นตาเดียว เสียงคิกคักดังสลับกันไม่ขาดสาย
“พี่เขายังหล่อเหมือนเดิมเลยแก”
“จะแต่งตัวยังไงก็หล่อ ทำฉันใจไม่ดีเลยจะละลายแล้วเนี่ย” มือถือหลายเครื่องถูกยกขึ้นอย่างไม่คิดปิดบัง สายตาจำนวนมากจับจ้องมาที่เขา นีโอรับรู้ทุกอย่าง แต่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาเดินตรงไปยังโต๊ะหินอ่อนใกล้บันได ดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับเสียงกรี๊ดและสายตาทั้งหมดเป็นเพียงลมที่พัดผ่านร่างเขาไป
“แต่เขาไม่เคยมองใครเลยนะ”
“จริง ตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสามไม่มีข่าวเรื่องพี่นีโอมีแฟนเลยนะ”
“เขาอาจไม่เปิดเผยหรือเปล่า”
“แต่ยิ่งมองก็ยิ่งหล่อ ทำไงดี ฉันอยากได้พี่เขามาเป็นแฟน”
“ใครบ้างไม่อยากเป็นแฟนพี่นีโอ”
นีโอวางกระเป๋าลงข้างเก้าอี้ สมุดถูกวางไว้ตรงหน้าแต่ยังไม่เปิด มือถือถูกวางคว่ำบนโต๊ะ สายตาเขาเหม่อมองลานกว้างหน้าอาคาร ไม่รับรู้เสียงรอบข้างแม้แต่น้อย
“เฮ้เพื่อน!!” เสียงคุ้นดังขึ้นจากด้านหลังก่อนที่ใครบางคนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“เมื่อวานมึงรีบร้อนออกจากห้องเรียนแบบนั้น คืออะไรวะ??” รันเปิดประเด็นทันที น้ำเสียงฟังดูเหมือนไม่จริงจัง แต่สายตากลับจับอาการไม่พลาด แต่ยังไม่ทันให้นีโอตอบเฟรมก็นั่งลงข้าง ๆ เอาศอกพาดโต๊ะเท้าคาง มองหน้าเขานิ่ง ๆ สายตาเหมือนกำลังอ่านอะไรบางอย่างมากกว่าจ้องจับผิด
“ใช่ ลุกขึ้นจนเก้าอี้เสียงดังทั้งห้อง”
“ขนาดอาจารย์ยังหยุดพูดเลย”
“ไม่มีอะไร” นีโอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาปิดสมุดที่ยังไม่ได้เปิด คำตอบสั้น ๆ ทำให้เพื่อนทั้งสองสบตากันอย่างรู้ทัน
“ไม่มีอะไรที่ไหน ไอ้ห่านีโอ” รันพูดเสียงไม่ดัง แต่น้ำเสียงหนักแน่น มือเคาะโต๊ะหินอ่อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ “กูรู้จักมึงมานานพอ มึงไม่ใช่คนที่จะลุกออกจากห้องกลางคาบ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ”
นีโอไม่หันไปมองเขายังคงนั่งนิ่ง สายตาเหม่อมองลานหน้าอาคารเหมือนเดิม เฟรมไม่พูดอะไรเขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มือกอดอก สายตาไล่ตามทุกการขยับเล็กน้อยของนีโออย่างเงียบ ๆ ไม่เร่ง ไม่แซว แต่ไม่พลาดรายละเอียดแม้แต่นิดเดียว
“เมื่อวานมึงไม่ได้แค่รีบ” รันพูดต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น “แต่มึงเหมือนคนที่ต้องไปให้ถึงที่ไหนสักที่เดี๋ยวนั้น”
“เรื่องส่วนตัว” นิ้วของนีโอแตะขอบโต๊ะเบา ๆ ก่อนจะหยุด
“คำนี้แหละ ที่กูไม่เชื่อ” คำตอบเรียบ ๆ พร้อมลมหายใจที่ถอนออกมาอย่างเหนื่อยใจ รันเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้หัวเราะ ไม่ได้แหย่ เฟรมขยับตัวเพียงเล็กน้อย สายตาเลื่อนจากใบหน้านีโอไปหยุดที่มือถือซึ่งถูกวางคว่ำอยู่บนโต๊ะ
“กูไม่ได้อยากรู้รายละเอียดทั้งหมด” เขาไม่พูดอะไร แต่แววตานั้นเหมือนกำลังเก็บทุกอย่างไว้ในใจ
“แต่อยากรู้แค่ว่า มันด่วนแค่ไหน ถึงทำให้มึงทิ้งห้องเรียน ทิ้งอาจารย์ แล้ววิ่งออกไปแบบนั้น” รันพูดช้าลง นีโอเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่สั้นและหนักแน่น
“สำคัญ… และด่วนมาก” รันนิ่งไป ส่วนเฟรมชะงักเล็กน้อยแววตาที่เคยจับผิด เปลี่ยนเป็นประเมิน
“ถ้ากูเดาไม่ผิด” เฟรมเอ่ยขึ้นช้า ๆ เป็นครั้งแรก “มันคงเป็นเรื่องของน้องนีอาของมึง ใช่ไหม??”
คำถามของรันทำให้อากาศตรงโต๊ะชะงักลง นีโอยังไม่ตอบ เขานิ่งอยู่แบบนั้น สายตามองออกไปไกล เหมือนกำลังถ่วงเวลา เฟรมเป็นคนขยับก่อนเขาไม่พูดทันที แค่เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สายตาคมกริบไล่จากใบหน้านีโอ ไปหยุดที่มือถือซึ่งวางคว่ำอยู่บนโต๊ะ
“เมื่อวาน…” เฟรมพูดช้า ๆ “มึงไม่ได้รีบเพราะกลัวว่าน้องจะเป็นอะไรอย่างเดียวหรอก ใช่ไหม??” รันขมวดคิ้ว หันไปมองเฟรมทันที
“หมายความว่ายังไง??” เฟรมไม่ตอบรันทันทีเขายังคงมองนีโอ สีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตานั้นเหมือนมองทะลุ
“กูเห็นสายตามึง มันไม่ใช่สายตาของพี่ชายธรรมดา” นีโอชะงักนิ้วที่แตะขอบโต๊ะหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที รันหัวเราะหึออกมาเบา ๆ
“เฮ้ย!! มึงคิดมากไปปะวะไอ้เฟรม มันก็แค่พี่ห่วงน้อง ไม่เห็นแปลกตรงไหน” เฟรมเหลือบมองรันแค่ครู่เดียว ก่อนจะหันกลับมามองนีโออีกครั้ง
“ใช่… พี่ห่วงน้องมันแปลกตรงไหน” น้ำเสียงของรันยังราบเรียบแต่หนักแน่นขึ้นและมั่นใจกับความคิดของตัวเอง เฟรมมองหน้ารันแล้วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว
“กูก็ไม่ได้บอกว่ามันแปลก” เขาพูดเสียงเรียบ ไม่เร่ง ไม่กดดัน “กูแค่บอกว่า… มันรักน้องมากเกินไป”
“ก็ธรรมดาไหมวะ??” รันยังยืนยัน “น้องเป็นอะไร พี่ก็ต้องรีบ ต้องเป็นห่วง”
“หึ” เฟรมไม่ตอบแค่เค้นเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบยังคงจับจ้องนีโอไม่วาง รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น
“มึงนะคิดมาก ไอ้ห่าเฟรม” เฟรมยักไหล่เหมือนไม่ถือสาสีหน้าไม่ได้หงุดหงิด ไม่ได้โกรธ แค่สงบเกินไปจนน่ารำคาญในสายตาคนอื่น
“เออ!! กูคิดมากก็ได้” รันทำท่าจะอ้าปากเถียงต่อ แต่ชะงักไปเมื่อเห็นนีโอยกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้หยุดการเคลื่อนไหวนั้นไม่แรง ไม่ดุ แต่เด็ดขาดพอจะตัดบทสนทนาทั้งหมด
“พอเถอะ!!” นีโอพูดสั้น ๆ น้ำเสียงนิ่งเหมือนผิวน้ำ แต่หนักจนทั้งสองคนเงียบลงโดยอัตโนมัติเขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตายังคงมองไปข้างหน้า ไม่สบตาใครเหมือนกำลังคุยกับตัวเองมากกว่าคุยกับเพื่อน
นีโอหยิบมือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ หน้าจอสว่างขึ้นชั่วครู่ยังคงว่างเปล่า ไม่มีข้อความ ไม่มีสายเรียกเข้า แต่หัวใจกลับเต้นหนักอย่างไม่มีเหตุผล เสียงกรี๊ดของสาว ๆ ดังขึ้นอีกระลอกเมื่อมีนักศึกษาคนอื่นเดินผ่าน บรรยากาศรอบตัวกลับมาคึกคักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไปเรียนเถอะ เดี๋ยวสายจริง ๆ” เฟรมลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก
“อย่าคิดมากล่ะพี่ชายแสนดี” รันลุกตาม พลางตบไหล่นีโอแรงพอประมาณ เมื่อทั้งสองเดินจากไป นีโอยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นตามลำพัง สายตาเขาหยุดอยู่ที่ลานหน้าอาคารภาพนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา ทับซ้อนกับภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็กในชุด นักเรียนที่ยิ้มให้เขาเมื่อเช้านิ้วมือกำมือถือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเขาหลับตาลงชั่วครู่ แล้วบอกตัวเองอีกครั้ง อย่างที่ทำมานานแสนนาน กูเป็นแค่พี่ชาย กูแค่ห่วง และมันต้องหยุดอยู่แค่นั้น แม้ลึก ๆ แล้วเขาจะเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองยังควบคุมเส้นแบ่งนั้นได้อยู่หรือเปล่าก็ตาม