ช่วงบ่ายหน้าอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมชื่อดัง เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นทำให้นักเรียนทยอยเดินออกมาพร้อมเสียงคุยและเสียงหัวเราะคละเคล้ากันดังไปทั่วบริเวณ รถของนีโอจอดอยู่ริมฟุตบาทร่างสูงยืนพิงประตูรถ แขนกอดอก สีหน้านิ่งสายตาคมกวาดมองกลุ่มนักเรียนตรงหน้าอย่างไม่เร่งรีบ
จนกระทั่ง... เสียงหัวเราะใส ๆ คุ้นหูดังมาให้ได้ยินทำให้นีโอชะงัก ก่อนสายตากริบจะเหลือบไปเห็นนีอายืนอยู่ใต้ต้นไม้หน้าอาคารในชุดนักเรียนมัธยม ข้างข้าง ๆ เธอคือซาซ่าที่ผมรวบสูง มือกอดอก ท่าทางสบาย ๆ และเพื่อนผู้ชายร่วมชั้นอีกคนที่ยืนคุยอยู่ตรงหน้า
“จริงเหรอ?? แต่เราว่าข้อนั้นยากจะตาย” เพื่อนผู้ชายพูดพลางหัวเราะ
“ใช่ ๆ ซาซ่าเห็นหน้านีอานี่นะดูงงตั้งแต่ครูอธิบายรอบแรกแล้ว” ซาซ่าเสริมทันทีน้ำเสียงขำ ๆ แต่ขยับมายืนเฉียงหน้าบังนีอาโดยไม่รู้ตัว นีอาหัวเราะเบา ๆ
“เวอร์ไปแล้ว ซาซ่า” ภาพนั้นทำให้นีโอเม้มริมฝีปากแน่น มันดูปกติแต่รอยยิ้มของนีอาที่ยิ้มให้คนอื่นยังทำให้ในอกเขาแน่นขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เนโอเดินออกมาจากอาคารพอดีเห็นสายตาพี่ชายก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่มาแล้วเหรอ??” เนโอพูดเสียงเรียบมองนีโอไม่วางตา แต่นีโอไม่ตอบกลับก้าวตรงไปหากนีอาที่ยืนอยู่กับเพื่อนทันที
“นีอา” เสียงเรียกต่ำทำให้นีอาหันมาเห็นว่าเป็นนีโอรอยยิ้มบนหน้าก็ยิ่งสว่างขึ้นมาทันที
“พี่นีโอ!!”
ซาซ่าหันมองตามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยืนตัวตรงขึ้นทันที เพื่อนผู้ชายที่ยืนอยู่ด้วยกันชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ไม่ได้มาจากคำพูดแต่มาจากรอบตัวของเขา
“คุยอะไรกันอยู่” นีโอถามน้ำเสียงเรียบไม่ได้กดดันหรือแข็งกระด้าง
“คุยเรื่องการบ้านอยู่ค่ะ” นีอาตอบตามตรง
“อืม” นีโอพยักหน้าสายตาเหลือบมองเพื่อนผู้ชายเพียงแวบเดียวไม่ต้องพูดอะไรแต่ชัดเจนแต่พอจะสื่อว่า พอแล้ว ซาซ่าเห็นจังหวะนั้นก็ยิ้ม
“เออ... นีอาไปเถอะ เดี๋ยวพี่ชายจะรอนาน” น้ำเสียงเหมือนแซว แต่แฝงความเข้าใจสถานการณ์เต็มที่ เพื่อนผู้ชายหัวเราะแห้ง ๆ
“งั้นเราไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้”
“อือ บาย” นีอาโบกมือทันทีที่อีกฝ่ายเดินออกไป นีโอขยับมายืนใกล้น้องสาวมากขึ้นมือแตะสายกระเป๋าเธอเบา ๆ เหมือนจัดให้เข้าที่ ซาซ่ามองภาพนั้นก่อนจะเอ่ยขึ้นตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม
“พี่นีโอคะ” น้ำเสียงเธอฟังดูสบาย ๆ แต่แฝงความจริงจัง “แค่นีอาคุยกับเพื่อนเองนะคะ ไม่ได้ไปไหนไกล” นีโอชะงักเล็กน้อยสายตาหันมามองซาซ่าเป็นครั้งแรกอย่างเต็ม ๆ นิ่ง ประเมิน และไม่หลบ
“พี่รู้” เขาตอบสั้น ๆ “แต่พี่มารับแล้วแสดงว่าถึงเวลาต้องกลับ” นีอาขมวดคิ้วบาง ๆ
“หนูยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ” คำพูดนั้นทำให้นีโอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกดอารมณ์ลง
“พี่ไม่ได้ว่าเรา” เสียงเขาต่ำลง “พี่แค่ไม่อยากให้ยืนคุยนาน ๆ ตรงนี้ คนเยอะ”
“โอเค เข้าใจ” ซาซ่าหรี่ตามองก่อนจะพยักหน้าเหมือนยอมรับครึ่งหนึ่งก่อนจะพูดอย่างเห็นด้วย “งั้นถือว่าหนูพาเพื่อนมาส่งแล้วกัน”
“ไปเถอะ เดี๋ยวรถติดจริง ๆ” เนโอที่ยืนดูอยู่เงียบ ๆ มาตลอดขยับเข้ามาใกล้อีกนิดพูดด้วยน้ำเสียงคนกลาง นีโอพยักหน้า
เปิดประตูรถให้นีอาขึ้นก่อนตามเคยมือหนึ่งกันขอบประตู อีกมือแตะเบา ๆ ที่หลังเธอท่าทางคุ้นชินเกินกว่าจะเรียกว่าแค่เอื้อเฟื้อซาซ่ามองภาพนั้นก่อนจะยิ้มมุมปากบาง ๆ แล้วก้มลงพูดกับนีอาเสียงเบา
“ถึงบ้านแล้วทักมานะ”
“ได้เลย” นีอายิ้มตอบ
ประตูรถปิดลงรถเคลื่อนออกจากหน้าอาคารเรียนช้า ๆ ซาซ่ายืนมองตามแขนกอดอกเหมือนเดิม แต่สายตาคราวนี้จริงจังกว่าเดิมเล็กน้อย
“พี่ชายอะไร...” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “หวงแรงกว่าที่คิดแฮะ”
นีโอมองถนนตรงหน้าแต่ภาพรอยยิ้มของนีอาที่ส่งให้คนอื่นยังติดอยู่ในหัวอย่างไม่ยอมเลือนและเขาไม่แน่ใจเลยว่าความแน่นในอกตอนนี้เกิดจากความห่วง… หรือจากความรู้สึกที่เขาไม่ควรรู้สึกตั้งแต่แรก
ภายในรถเงียบมีแค่ความเงียบ แต่มันไม่สงบนีโอขับรถด้วยจังหวะที่กระชับกว่าปกติเท้าเหยียบคันเร่งแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวทั้งที่ถนนไม่ได้โล่งทั้งที่ไม่จำเป็นต้องรีบ
เขาหงุดหงิดทั้งที่ไม่รู้ว่าหงุดหงิดเพราะอะไร เสียงหัวเราะของนีอาเมื่อครู่รอยยิ้มที่เธอหันไปให้ผู้ชายคนนั้นภาพเหล่านั้นวนซ้ำในหัวอย่างไม่ยอมจบ แค่เพื่อน เขาบอกตัวเองซ้ำ ๆ ก็แค่เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเท่านั้น แต่ความแน่นในอกกลับไม่ยอมคลาย นีโอกำพวงมาลัยแน่นกล้ามเนื้อกรามเกร็งจนรู้สึกเมื่อยเขาหงุดหงิดกับตัวเองพอ ๆ กับหงุดหงิดกับสถานการณ์
“พี่นีโอ” เสียงนีอาดังขึ้นอีกครั้งมันทั้งเบาและระมัดระวัง เขาไม่ตอบทันทีเพราะกลัวว่าถ้าเปิดปากตอนนี้ น้ำเสียงที่ออกไปจะไม่ใช่น้ำเสียงของ พี่ชายแสนดีที่ควรเป็น
“พี่คิดอะไรอยู่หรือเปล่าคะ??” เธอถามต่อ
“เปล่า” คำตอบสั้น แข็ง และเร็วเกินไปนีอาหันมามอง
“พี่โกหกไม่เนียนเลยนะคะ” คำพูดนั้นทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาอีกระลอกไม่ใช่เพราะเธอพูดผิดแต่เพราะเธอพูดถูก
“พี่แค่รำคาญ” เขาพูดเสียงต่ำ “รำคาญที่ต้องเห็นคนอื่นมาวุ่นวายกับเรามากเกินไป”
“ทำไมล่ะคะ??” นีอาถามตรง ๆ ไม่มีน้ำเสียงกล่าวหามีแค่ความสงสัยจริงใจคำว่า ทำไม ทำให้นีโอตอบไม่ได้ในทันที เพราะถ้าเขาตอบตามความจริงมันจะเลยเส้นที่เขาพยายามขีดไว้ด้วยตัวเองมานาน
“มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กมัธยมควรทำ นีอายังเด็กยังไม่ควรมีความรัก” เขาตอบอ้อม ๆ เสียงเริ่มแข็งขึ้นโดยไม่ตั้งใจ “ไม่ควรไปยืนคุยหัวเราะกับผู้ชายแบบนั้น” นีอาขมวดคิ้ว
“แต่หนูไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลยนะคะ”
“พี่ไม่ได้บอกว่าเราทำไม่ดี” เสียงนีโอหลุดแข็งขึ้นทันทีก่อนที่เขาจะชะงักรถชะลอความเร็วบรรยากาศในรถตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนีโอหลับตาลงชั่วครู่สูดลมหายใจลึกเหมือนพยายามดึงสติกลับมา
“ขอโทษ” เขาพูดเบาลง “พี่แค่… ไม่ชอบ” ไม่ชอบอะไรขนาดตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ ไม่ชอบสายตาผู้ชายคนนั้น ไม่ชอบรอยยิ้มของนีอายิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่ของเขาคนเดียวหรือไม่ชอบความคิดที่ว่า วันหนึ่งเธออาจจะไม่หันมายิ้มให้เขาแบบนี้อีก
“พี่หวงหนูเหรอคะ??” นีอาถามตรง ๆ น้ำเสียงไม่ได้ล้อ แต่จริงจังคำว่า หวง เหมือนของมีคมที่กรีดผ่านสติของนีโอ
“ไม่ใช่!!” นีโอปฏิเสธทันทีด้วยความเร็วและแข็ง “พี่ไม่ได้หึง ไม่ได้หวง” เขาพูดซ้ำ เหมือนย้ำกับตัวเอง
“พี่แค่ทำหน้าที่พี่ชาย ที่ต้องดูแลปกป้องน้อง” แต่ทันทีที่พูดจบเขากลับรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิมเพราะถ้ามันเป็นแค่หน้าที่ทำไมใจถึงปั่นป่วนขนาดนี้ทำไมแค่เห็นเธอหัวเราะกับคนอื่นถึงรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกแย่งไปนีอาเงียบไม่ได้โต้แย้งแต่ความเงียบนั้นยิ่งทำให้นีโอหงุดหงิด เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้ไม่ชอบที่ควบคุมไม่ได้ไม่ชอบที่ตัวเองเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้น… เรียกว่าอะไร
รถเลี้ยวเข้าซอยบ้านไฟหน้ารถสาดผ่านรั้วเหล็กสีขาวนีโอจอดรถ ดับเครื่อง ความเงียบกลับมาอีกครั้ง หนักกว่าเดิม เขานั่งนิ่ง ไม่มองเธอ ไม่กล้าหันไปสบตา เพราะกลัวว่าถ้ามองนานกว่านี้เขาอาจเห็นความจริงที่ตัวเองพยายามหลบหนีมาตลอด ความจริงที่ว่าสิ่งที่เขารู้สึก มันไม่ใช่แค่ ความห่วง และไม่ใช่สิ่งที่พี่ชายควรรู้สึกกับน้องสาวเลยแม้แต่น้อย