ตั้งแต่วันที่นีโอเริ่มลงมือทำงานจริง ๆ เวลาในชีวิตเขาก็เหมือนถูกบีบให้แคบลงทุกวัน ประชุมเช้าต่อบ่าย แก้ปัญหาหน้างาน ต่อด้วยเอกสารยาวจนถึงดึก บางคืนกลับห้องแทบไม่ทันเห็นนีอาเลยด้วยซ้ำ แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน ทุกเช้า… เขายังเป็นคนไปส่งเธอเอง
แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านกระจกรถ นีโอนั่งหลังพวงมาลัยในชุดสูทเรียบ ๆ ดวงตาใต้กรอบผมเข้มดูอ่อนล้ากว่าปกติ แต่มือยังจับพวงมาลัยมั่นคงเหมือนเดิม ข้าง ๆ เขา นีอานั่งกอดกระเป๋านักเรียนไว้บนตัก แอบเหลือบมองหน้าเขาเป็นระยะ
“พี่นีโอนอนดึกอีกแล้วใช่ไหมคะ??”
“นิดหน่อย” นีโอตอบโดยไม่หันมามอง เนโอหัวเราะเบา ๆ จากด้านหลัง
“นิดหน่อยของพี่ คือไม่ได้นอนใช่ไหมครับ” นีโอเหลือบตามองกระจกหลัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ยังมีแรงแซว แสดงว่ายังไม่สายพอ” รอยยิ้มของเขาบางและจาง เหมือนติดอยู่แค่ปลายปาก ภายในรถเงียบลงชั่วครู่
มีเพียงเสียงเครื่องยนต์กับแสงเช้าที่ไหลผ่านกระจก นีอานั่งกอดกระเป๋าไว้บนตัก มองถนนข้างหน้า ก่อนจะสูดลมหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้น
“วันนี้พี่มารับหนูได้ไหมคะ??” ปลายนิ้วของนีโอขยับบนพวงมาลัย
“น่าจะไม่ทัน” คำตอบสั้น เนโอชะงักเล็กน้อย นีโอถอนหายใจ
“พี่มีประชุมต่อทั้งบ่าย น่าจะลากยาว พี่ไม่อยากรับปากแล้วทำไม่ได้”
“ค่ะ หนูเข้าใจ” นีอาพยักหน้าอย่างเข้าใจ น้ำเสียงไม่งอแง แต่ฟังดูเงียบกว่าปกติ เนโอเอนหลังพิงเบาะ
“งั้นเย็นนี้นีอากลับกับผมเอง พี่ไม่ต้องห่วง”
“ดูแลนีอาด้วย” คำพูดของนีโอนั้นไม่ได้สั่ง แต่ฟังเหมือนคำพูดธรรมดาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ครับ” เนโอตอบสั้น ๆ แต่สายตาจริงจัง รถจอดหน้าโรงเรียนมัธยม นักเรียนเริ่มทยอยลง นีโอดับเครื่อง หันมาทางนีอา
“เลิกเรียนให้กลับกับเนโอและซาซ่า”
“ค่ะ” เขายื่นมือไปจัดสายกระเป๋าเธอให้เข้าที่เหมือนทุกวัน ปลายนิ้วแตะข้อมือเธอแผ่ว ๆ
“ตั้งใจเรียน กินข้าวตรงเวลา เลิกเรียนแล้วรีบกลับอย่าเถลไถล”
“รับทราบ พี่ก็เหมือนกันดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
“อืม” นีโอชะงักไปเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงของนีอา
นีอาเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะหันกลับมายกมือโบกให้เล็ก ๆ เนโอมองตามร่างเล็กที่เดินเข้าไปในรั้วโรงเรียน ดวงตาคมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งที่งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลา… แต่แค่เห็นหลังของเธอในทุกเช้า มันก็เหมือนทำให้เขายังมีแรงเดินต่อไปได้เสมอ
ช่วงบ่ายภายในห้างสรรพสินค้าครึกครื้นด้วยผู้คน เสียงดนตรีเบา ๆ ลอยคลอไปทั่วโถงกลาง เนโอเดินนำอยู่ข้างหน้า มือหนึ่งถือถุงขนม อีกมือชี้ร้านโน้นร้านนี้อย่างอารมณ์ดี
“นาน ๆ ทีพานีอาออกมาคลายเครียดบ้าง จะได้ไม่เอาแต่อ่านหนังสือ” นีอาเดินข้างซาซ่า ยิ้มบาง ๆ
“เนโอพูดอะไรของเธอ นีอาไม่ได้เครียดขนาดนั้นสักหน่อย”
“แต่ซาซ่าว่าจริงนะ” ซาซ่าหัวเราะเบา ๆ “ช่วงนี้หน้านีอาดูเหมือนคนแบกโลกทั้งใบไว้เลย” คำพูดนั้นทำให้นีอาหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งสามหัวเราะพร้อมกัน บรรยากาศผ่อนคลายเนโอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาแล้วเก็บลง
“ดีนะที่ช่วงนี้พี่นีโอยุ่ง ไม่งั้นคงไม่ได้มาเดินชิล ๆ แบบนี้หรอก” คำพูดนั้นทำให้นีอาชะงักเล็กน้อยเธอเม้มปากก่อนจะพูดเบา ๆ
“ถ้าพี่นีโอรู้เข้า… จะดุไหมนะ ที่เราแอบมาเดินเที่ยวโดยไม่บอก”
“ถ้าพี่นีโอรู้ว่าอยู่กับใคร คงไม่ดุหรอก” ซาซ่าหันมายิ้มมุมปาก แววตาเหมือนรู้ทันอะไรบางอย่าง เว้นนิดหนึ่งก่อนจะเสริม “แต่ถ้ารู้ว่าเดินห้างสบายใจขนาดนี้…”
“พี่เขาอาจจะไม่ได้ดุ แต่อาจจะงอนแทนมากกว่า” ซาซ่าหัวเราะในคอ เนโอเลิกคิ้ว
“งอน??” ซาซ่าหันมายิ้มเจ้าเล่ห์
“ก็พี่นีโอของนีอาขี้หวงจะตาย” คำว่า ขี้หวง ทำให้นีอาหน้าอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอก้มมองพื้นเล็กน้อย
“พี่นีโอแค่เป็นห่วง” ซาซ่ามองเพื่อนอย่างเอ็นดูมุมยกยิ้มอย่างล้อเลียน
“ใช่ เป็นห่วงแบบที่ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้แม้แต่นิดเดียว” ประโยคนั้นลอยค้างอยู่ในอากาศท่ามกลางเสียงผู้คนและดนตรีในห้างโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า… อีกไม่กี่ก้าวข้างหน้าคนที่ถูกพูดถึงกำลังเดินเข้ามาในโถงเดียวกันพอดี
ทั้งสามเดินคุยกันเพลิน ๆ ไปตามทางเดินของห้าง เสียงผู้คนจอแจคลอไปกับเสียงดนตรีเบา ๆ นีอาหยุดดูร้านขนม ซาซ่าก้มเลือกของในตะกร้า ส่วนเนโอกำลังเล่าอะไรตลก ๆ จนนีอาหัวเราะออกมา ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มก้าวออกมาจากร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เอกสารอยู่ในมือ สีหน้าจริงจังเหมือนคนเพิ่งออกจากงาน
นีโอ เขาไม่ได้มองรอบตัวในตอนแรกจนกระทั่งเสียงหัวเราะคุ้นหูดังลอยมาฝีเท้าของเขาชะงักนีโอเงยหน้าขึ้นแล้วก็เห็นร่างเล็กที่ควรจะอยู่โรงเรียนแต่กลับยืนอยู่กลางห้างพร้อมเนโอและซาซ่าสายตาคมเบิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่ลงในจังหวะเดียวกันซาซ่าเงยหน้าขึ้นก่อนใครแล้วก็เหมือนโลกหยุดหมุน
“…ฉิบหายแล้ว” เธอพูดเวียงกระซิบจนแทบไม่ได้ยิน
“พะ… พี่นีโอ!!” เนโอหันตามสีหน้าซาซ่าแล้วก็ชะงักตัวแข็ง
“พี่นีโอ?!” นีอาหันกลับมาตามทันทีที่สบตากับร่างสูงตรงหน้าหัวใจเหมือนหล่นวูบ รอยยิ้มบนหน้าเธอหายวับ มือที่ถือถุงสั่นนิด ๆ ทั้งสามเหมือนโดนกดปุ่มหยุด นีโอเริ่มเดินตรงเข้ามา ช้า ๆ นิ่ง ๆ แต่ทุกก้าวเหมือนแรงกดอากาศ ซาซ่าขยับเข้าใกล้นีอาโดยไม่รู้ตัว เนโอกลืนน้ำลาย
“พี่…พี่มาทำอะไรที่นี่ครับ…” ไม่มีคำตอบ จนกระทั่งนีโอมาหยุดยืนตรงหน้า สายตาคมกวาดมองตั้งแต่ถุงขนมในมือเนโอ รองเท้าใหม่ของนีอา ไปจนถึงสีหน้าที่ดูตกใจของทั้งสาม ความเงียบครอบงำทันที
“…”
“คือ… คือว่า…” นีอาขยับปากก่อน แต่ก็พูดไม่ออก สมองว่างเปล่า ซาซ่าหัวเราะแห้ง ๆ แบบคนใกล้ตาย
“บะ… บังเอิญดีเนอะพี่นีโอ…” ไม่มีใครขำ นีโอเลิกคิ้วเล็กน้อย
“บังเอิญ??” คำเดียวแต่ทำให้ทั้งสามสะดุ้ง เนโอรีบโบกมือ
“คือ… พี่อย่าเข้าใจผิดนะครับ เราแค่ออกมาเดินเล่นนิดเดียวเอง” นีโอหันไปมองเขาช้า ๆ ก่อนจะเลื่อนกลับมาที่นีอา
“นิดเดียว จากโรงเรียนถึงห้าง??” เสียงนิ่ง แต่น้ำหนักคำแรงมาก นีอาหัวใจเต้นรัว
“หนู… หนูแค่มาเดินเล่น” เสียงเธอเบาลงเรื่อย ๆ นีโอถอนหายใจสั้น ๆ แล้วมองนาฬิกาข้อมือ เหมือนเช็กเวลาจับผิด
“แล้วบอกพี่หรือยัง” เงียบ ไม่มีใครกล้าพูด ซาซ่าหลุบตาลง เนโอเกาศีรษะ นีอากำสายกระเป๋าแน่น
“…ยังค่ะ” นีโอพยักหน้าเบา ๆ ช้า ๆ เหมือนรับคำตอบ แต่สายตายังนิ่งจนกดดัน
“ทั้งสามคน”
“ใครเป็นคนคิด” เสียงเขาเรียบแต่จริงจัง
“ผมครับ” ซาซ่าชะงัก เนโอชี้ตัวเองนิดหนึ่ง นีโอหันไปสบตาเขา เนโอแทบไม่กล้าหายใจ
“ดี” คำเดียวทำเอาซาซ่าเบิกตา
“ดี…ดีตรงไหนอะพี่??” นีโอเลื่อนสายตามาที่นีอา น้ำเสียงลดลงนิดหนึ่ง
“ดีที่พี่ยังเจอทัน” บรรยากาศเย็นวาบ นีอาหน้าเสีย
“พี่นีโอ หนูขอโทษนะคะ…” นีโอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวกว่าครั้งก่อนแล้วน้ำเสียงก็อ่อนลงเล็กน้อย
“พี่ไม่ได้โกรธ” คำพูดของนีโอแต่ทั้งสามไม่เชื่อ “พี่แค่… ตกใจ” สายตาคมหยุดที่นีอา
“เพราะพี่คิดว่าเธอควรอยู่ในที่ที่พี่รู้ว่าอยู่ไหน” นีอากัดริมฝีปากบรรยากาศยังตึงแต่ไม่แข็งเท่าเดิมนีโอมองทั้งสามคนอีกครั้งก่อนพูดสั้น ๆ
“จะเดินต่อ หรือจะกลับ??” คำถามธรรมดาแต่ทำให้ทั้งสามมองหน้ากันเลิกลักเหมือนนักโทษรอฟังคำตัดสินหัวใจเต้นแรงไม่แพ้กัน