สนามบินเช้าวันนั้นคึกคักเป็นพิเศษ เสียงประกาศเที่ยวบินดังสลับกับเสียงล้อลากกระเป๋าที่ไถผ่านพื้นหินอ่อน ผู้คนเดินสวนกันไม่ขาดสาย แต่ตรงมุมหนึ่งของอาคารผู้โดยสาร บรรยากาศกลับเงียบกว่าที่ควรจะเป็น
นีโอยืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางสองใบ เสื้อโค้ตสีเข้มพาดแขน กระเป๋าใบเล็กสะพายบนไหล่ ท่าทางนิ่งเหมือนทุกครั้ง แต่แววตากลับไม่ได้นิ่งตาม เอเดนยืนอยู่ข้าง ๆ มองลูกชายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยกมือจัดปกเสื้อให้เหมือนเคย เป็นท่าทางที่ทำมาตลอดตั้งแต่นีโอยังตัวเล็ก
“ไปถึงที่นั่นแล้วโทรหาด้วย”
“ครับ แด๊ด”
“ตั้งใจเรียน แต่ก็อย่าลืมพัก ถ้ามีปัญหาอะไร บอกพ่อได้เสมอ” เอเดนยิ้มบาง ๆ แต่ในดวงตาซ่อนความห่วงไว้เต็ม
“ครับแด๊ด”
เอเดนตบไหล่เขาเบา ๆ ราวกับฝากแรงใจไว้ก่อนจะปล่อยมือไม่ไกลออกไป ลีนายืนอยู่เงียบ ๆ เสื้อโค้ตสีอ่อนคลุมไหล่ มือกุมกระเป๋าถือแน่นกว่าปกติ ตั้งแต่มาถึงสนามบิน สายตาไม่เคยละจากลูกชายเลยสักวินาที เธอเดินเข้ามาหาช้า ๆ เหมือนกลัวว่าถ้ารีบเกินไป ภาพตรงหน้าจะหายไปก่อน ยืนมองหน้าเขาอยู่อึดใจ ก่อนจะยื่นมือขึ้นแตะแก้มลูกเบา ๆ
“ลูกโตแล้ว เลือกทางเดินของตัวเองได้แล้ว อยู่ไกลขนาดนั้นก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะ” เสียงพยายามนิ่ง แต่ปลายคำสั่นเล็กน้อยนีโอยิ้มบาง
“แม่ก็เหมือนกันครับ อย่าลืมดูแลตัวเองดีดี”
“ลูกไม่เคยไปไกลขนาดนี้เลย… อยู่บ้านเดียวกันทุกวัน อยู่โต๊ะเดียวกันทุกมื้อ พอถึงวันที่ต้องแยกกันจริง ๆ แม่ถึงรู้ว่า…” ลีนาหัวเราะเบา ๆ แต่ดวงตากลับแดงเร็วกว่าที่คิด เธอสูดลมหายใจเข้า
“แม่ยังไม่เก่งเรื่องปล่อยลูกเลย”
“แม่ไม่ได้ปล่อยผมครับ” นีโอเงียบไป ก่อนจะโน้มตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากัน “แม่แค่ส่งผมไปโต”
“พูดเก่งเหมือนแด๊ดไม่มีผิด” ลีนานิ่ง น้ำตาคลอทันที แล้วเธอก็ก้าวเข้าไปกอดลูกชายแน่น กอดแบบแม่… ที่เคยอุ้ม เคยปลอบ และเคยยืนรอหน้าประตูทุกคืน
“ไปอยู่โน่น อย่าลืมกินข้าวตรงเวลา อย่าทำงานหนักเกินไป แล้วก็…” เสียงเบาลง “ถ้าคิดถึงบ้าน โทรมาได้ตลอด”
“ผมจะโทรหาบ่อย ๆ เลยครับ” นีโอกอดกลับ แขนโอบแผ่นหลังที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก
“ถ้าไม่โทร แม่จะบินไปหาเองเลย” ลีนาพูดติดตลก แต่เสียงยังสั่นเธอผละออก ก่อนหันไปจับมือนีอาไว้แน่น
“หนูช่วยแม่ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“ค่ะ แม่…” นีอาพยักหน้า น้ำตาคลอ ลีนาลูบหัวเธอเบา ๆ ก่อนถอยไปยืนข้างเอเดน ไม่ไกลนัก เนโอยืนกอดอก พยายามทำหน้าเฉย
“พี่ไปคราวนี้ บ้านคงเงียบขึ้นเยอะ”
“ก็ดี จะได้ไม่โดนนายกวนประสาททุกวัน” นีโอหัวเราะเบา ๆ เนโอยิ้มตาม แต่ดวงตากลับแดง
“ไปอยู่ไกล ๆ ก็อย่าลืมนีอาล่ะคะ” ซาซ่าพูดเสียงเบาลง
“ไม่มีวันลืม”
รันยืนกอดอกข้างเฟรม เฟรมดูสบาย ๆ แต่สายตาไม่เคยละจากนีอา และตรงนั้นเอง… นีอายืนเงียบที่สุด มือกุมสายกระเป๋าแน่นเหมือนกลัวว่าถ้าคลายเมื่อไร ทุกอย่างจะหลุดตามไปด้วย นีโอเดินเข้าไปหา
“นีอา” เธอเงยหน้าขึ้นมองนีโอด้วยดวงตาแดงก่ำและสั่นไหว
“คะ??”
“เมื่อคืนไม่ได้นอนอีกแล้วใช่ไหม”
“นอนค่ะ… แต่นอนไม่ค่อยหลับ”
“พี่บอกแล้วว่าไม่ต้องฝืน” เขาจับข้อมือเธอเบา ๆ
“หนูไม่อยากพลาดมาส่งพี่”
“แด๊ดว่าไปเช็กอินก่อนดีกว่านะ” เอเดนจึงเอ่ยขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้คำลาที่เหลือได้อยู่กันเงียบ ๆ นีโอมองหน้าเธอใกล้ขึ้น
“พี่ไม่ได้ไปตลอดชีวิต พี่แค่ไปเรียน”
“แต่หนูไม่เคยชินกับการไม่มีพี่อยู่ใกล้ ๆ นี่ค่ะ” นีอากัดริมฝีปาก น้ำตาคลอทันทีนีโอขยับเข้าไป
“พี่อาจไม่อยู่ตรงหน้า… แต่พี่จะอยู่ข้างนีอาเสมอ” นีอาทนไม่ไหวก้าวเข้าไปกอดเขาไว้แน่นนีโอกอดกลับโดยไม่ลังเล
“พี่อย่าลืมโทรหาหนูนะคะ”
“ไม่ลืม” รอบข้างเงียบลงโดยอัตโนมัติ
“นีโอ ถึงเวลาแล้ว” เอเดนเอ่ยเรียก นีโอปาดน้ำตาให้นีอาด้วยความอ่อนโยนพลางพูดปลอบใจและปลอบขวัญ
“อย่าร้อง พี่ไม่ชอบเห็นน้ำตาของนีอา” ก่อนจะหันไปบอกทุกคน “ฝากดูแลนีอาด้วยครับ” สุดท้าย… นีโอหยิบกระเป๋าหันกลับมามองเธออีกครั้ง
“รอพี่นะ”
“หนูจะรอค่ะ” นีอายิ้มทั้งน้ำตา
นีโอเดินผ่านประตูผู้โดยสารไปโดยไม่หันกลับแต่ในอก… เขารู้ดีว่า มีครอบครัวทั้งบ้านยืนส่งเขาอยู่ตรงนั้นจนกว่าเงาของเขาจะลับตาไปจริง ๆ
รถคันเดิมแล่นออกจากสนามบินอย่างช้า ๆ วิวสองข้างทางยังเหมือนเดิม ร้านค้าเดิม ถนนเส้นเดิม แต่สำหรับนีอา ทุกอย่างกลับรู้สึกแปลกไป ราวกับเมืองทั้งเมืองขาดอะไรบางอย่าง เธอนั่งพิงกระจกเบาะหลัง เงียบตั้งแต่ออกรถ มือกุมสายกระเป๋าหลวม ๆ สายตาเหม่อมองผู้คนที่ผ่านไป ข้าง ๆ กันเนโอนั่งเอนหลัง พยายามทำท่าปกติ แต่สายตาแอบเหลือบมองเธอเป็นระยะ ภาพสุดท้ายที่ค้างอยู่ในหัวคือแผ่นหลังของนีโอ ตอนเดินผ่านประตูผู้โดยสารไม่หันกลับมาแต่เธอรู้… ว่าเขาคิดถึง ยิ่งคิด ใจยิ่งหน่วง เนโอขยับตัวเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบาเหมือนกลัวรบกวน
“ถ้ามองกระจกนานขนาดนั้น เดี๋ยวตาจะหลุดนะครับ” นีอาไม่ตอบ ทำเอาเนโอถอนหายใจเบา ๆ
“พี่นีโอไปเรียน ไม่ได้ไปแล้วไม่กลับมาสักหน่อย คิดถึงก็บินไปหา แค่นั้น” คำพูดเหมือนแซวแต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนและเป็นห่วงกว่าปกติ นีอาหันมามองเขานิดหนึ่ง
“นีอารู้...” เธอพูดออกเบาเสียงเบา “แต่พอพี่นีโอไม่อยู่บ้านมันจะเงียบลงจริง ๆ นะ”
“งั้นต่อไปเนโอจะเสียงดัง จะคอยบ่น จะคอยไปรับไปส่งนีอาแทนเอง” เนโอยิ้มบาง ๆ เธอหลุดหัวเราะนิดเดียว ทั้งที่ตายังแดง
“นีอา เหนื่อยไหมลูก” ลีนาที่นั่งด้านหน้าถามขึ้นเบา ๆ นีอาสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนส่ายหัว
“ไม่ค่ะ” เสียงหวานของนีอายังเบาเหมือนเดิม ลีนาไม่ซักต่อปล่อยให้ความเงียบอยู่กับลูก ๆ รถแล่นต่อไป เนโอเหลือบมองนีอาอีกครั้ง ก่อนยื่นขวดน้ำไปให้
“ร้องไห้แล้วอย่าลืมกินน้ำเยอะเดี๋ยวจะตาบวมเหมือนลูกกบ”
“เนโอ…” นีอารับขวดน้ำมาถือไว้ในมือ สายตามองขวดน้ำด้วยสายตาเหม่อลอย
“ว่า??”
“ฝากเนโอดูแลนีอาด้วยนะ” เนโอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มจริงจังกว่าทุกครั้ง
“หน้าที่นั้นเป็นของทั้งบ้านอยู่แล้ว” รถยังแล่นไปบนถนนเส้นเดิมแต่ในรถ… มีความเงียบที่ทุกคนช่วยกันประคอง
ไม่ให้ใครต้องอยู่กับมันลำพัง