ช่วงแรกที่นีโอไปถึงต่างประเทศ เขาโทรหานีอาแทบทุกวัน บางคืนแม้เวลาจะต่างกัน ก็ยังฝืนตื่นมาคุย เสียงเขาผ่านสายมาพร้อมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่ห้องเรียน อากาศ ไปจนถึงมื้ออาหารที่ไม่ถูกปาก นีอามักนั่งฟังเงียบ ๆ ยิ้มอยู่ปลายสาย เหมือนได้พี่ชายกลับมาอยู่ใกล้ตัวอีกครั้ง บางคืนเป็นวิดีโอคอลยาว คุยกันทั้งเรื่องเรียน เรื่องอากาศ และผู้คนแปลกหน้าในเมืองใหม่ของเขา นีอาหลับไปพร้อมเสียงพี่ชาย ส่วนนีโอตื่นมาพร้อมข้อความจากเธอ เหมือนระยะทางไม่เคยมีผลกับหัวใจเลย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตารางเรียนเริ่มแน่น งานเริ่มถาโถม การประชุม การบ้าน และชีวิตในต่างแดนค่อย ๆ ดึงนีโอให้ยุ่งขึ้นทุกวันจากที่เคยโทรทุกคืนกลายเป็นเว้นวันจากที่เคยคุยยาวกลายเป็นแค่ข้อความสั้น ๆ ส่วนนีอาเองก็ไม่ต่างกัน เธอเข้าสู่ช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัย อ่านหนังสือจนดึก ฝึกทำข้อสอบแทบทุกวัน หลายครั้งที่เห็นชื่อพี่ขึ้นแจ้งเตือน… หัวใจเธอสั่นไหวเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ได้แค่มองก่อนจะกดรับสายคุยเพียงไม่กี่คำก็วางสาย แล้วกลับไปก้มหน้ากับกองชีทตรงหน้า ไม่ใช่เพราะไม่คิดถึง แค่ต่างคนต่างกำลังวิ่งตามอนาคตของตัวเอง จนไม่รู้ตัวว่าระยะห่างไม่ได้เกิดจากระยะทาง แต่มาจากเวลาที่เริ่มไม่ตรงกันเหมือนเดิม ถ้านีโอว่างนีอามักติดเรียน ถ้านีอาว่างนีโอกำลังเข้าคลาส สายที่โทรออกบางครั้งก็ไม่ได้รับ แต่จะมีข้อความตามมาเสมอ
‘ขอโทษนะ ตอนนั้นเรียนอยู่ เดี๋ยวพี่โทรกลับ’
‘พี่โอ หนูเพิ่งเลิกเรียน ถ้าว่างโทรมาได้นะ’
ต่างคนต่างพยายาม ‘วนหาเวลา’ ให้กัน หลายเดือนผ่านไปการโทรเริ่มกลายเป็นเหมือนการสลับเวรวันนี้เธอโทร พรุ่งนี้เขาโทร ไม่ได้นัด แค่คาดหวังเบา ๆ ว่าอีกฝ่ายจะยังจำได้ บางวันได้คุยยาว บางวันแค่ไม่กี่นาทีก่อนวางสายจะมีประโยคเดิมเสมอ ‘เดี๋ยวค่อยคุยนะ’ แต่คำว่า ‘เดี๋ยว’ ในวันนั้นเริ่มไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
นีโอนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่โน้ตบุ๊กเปิดค้าง ชีทเรียนวางกระจายหลายแผ่น ปากกาคาบอยู่ที่ปลายนิ้วสายตาเขาจดจ่ออยู่กับสมการบนหน้าจอนิ้วพิมพ์ต่อเนื่องเหมือนตัดโลกภายนอกออกไป โทรศัพท์มือถือถูกวางคว่ำอยู่ข้างโน้ตบุ๊ก ไม่ได้อยู่ในมือเขา เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้
“นีโอ ยังไม่ไปพักอีกเหรอ??” เขาเงยหน้า ก็เห็นคีล เพื่อนร่วมคลาสชาวต่างชาติรูปร่างสูงยืนอยู่ สะพายเป้ใบใหญ่
“เพิ่งเลิกคลาสน่ะ” คีลพูดพลางดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ
“เห็นนายนั่งเคร่งเครียดตั้งแต่เช้ายันบ่ายแล้ว ด่วนมากเหรอ??”
“งานพรุ่งนี้ส่ง” นีโอมองจอแล้วตอบ
“เรียนหนักขนาดนี้ เดี๋ยวหัวก็พังก่อนจบเทอม” คีลหัวเราะเบา ๆ
“พังก็ต้องส่งให้ทัน” นีโอพูดพลางขยับเมาส์ คีลก้มดูหน้าจอ
“ตรงนี้ลองแก้ค่าตัวแปรดู” นีโอทำตามนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ได้จริงด้วย” เขาพิมพ์ต่อทันทีจังหวะนั้นเอง
“นีโอ” เสียงหวานดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้ทั้งนีโอและคีลหันไปพร้อมกัน ไอริส เพื่อนผู้หญิงในกลุ่ม ถือแก้วกาแฟสองแก้วเดินเข้ามา รอยยิ้มสดใสตามแบบสาวเด่นของมหาวิทยาลัย
“มานั่งทำงานอีกแล้ว”
“ตั้งแต่อยู่ที่นี่ เขาไม่เคยพักจริง ๆ” คีลยิ้มเสริม
“เดี๋ยวก็ล้มป่วยก่อนเรียนจบหรอก”
“เอาไว้ดื่มแก้ง่วง” ไอริสหัวเราะเบา ๆ ก่อนเลื่อนแก้วกาแฟไปตรงหน้านีโอ
“ขอบคุณครับ” นีโอชะงักเล็กน้อย เขารับมา จิบเพียงนิดเดียว แล้ววางกลับลงก่อนจะหันไปพิมพ์ต่อเหมือนเดิม คีลเท้าคางมอง
“ไม่คิดจะไปกินข้าวกับพวกเราหน่อยเหรอ”
“ถ้าส่งงานทัน ผมค่อยไป” นีโอมองเดดไลน์บนหน้าจอ ไอริสยิ้มบาง ๆ
“เรารอได้” ไอริสยิ้มบาง ๆ เธอหมุนตัวจะก้าวออกไป ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันกลับมาอีกครั้ง “อย่าลืมดูแลตัวเองนะ”
“อื้ม ขอบใจนะ” หลังไอริสเดินพ้นไปจากตรงที่ทั้งสองหนุ่มนั่งอยู่ คีลเอนหลังพิงเก้าอี้
“เธอสนใจนายนะ”
“ผมรู้” นีโอไม่เงยหน้า
“แล้วทำไมไม่เปิดโอกาส”
“ตอนนี้ผมสนใจเรื่องเรียนมากกว่ามีความรักหรือแฟน” นีโอพูดทั้งที่นิ้วเขายังพิมพ์ไม่หยุด เหมือนไม่เปิดพื้นที่ให้เรื่องอื่นเข้ามาคีลหัวเราะในลำคอ
“เย็นชาเหมือนกันนะ”
“แค่จริงจังกับการเรียน” นีโอตอบสั้น ๆ
“แล้วสาวน้อยที่บ้านนายล่ะ ยังโทรคุยกันอยู่ไหม??” มือของนีโอหยุดลงเล็กน้อยสายตาเหลือบไปที่มือถือซึ่งวางคว่ำอยู่ข้างโน้ตบุ๊กแต่เขาไม่ได้หยิบขึ้นมา
“คงน่าจะกำลังยุ่งกับอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่”
คีลมองหน้านีโอนิ่ง ๆ โดยไม่ซักถามต่อ ลานหน้าคณะยังเต็มไปด้วยเสียงผู้คนแต่ตรงโต๊ะเล็กใต้ต้นไม้นีโอเลือกอยู่กับหน้าจอและเดดไลน์กับโลกใหม่มากกว่าโทรศัพท์ที่เงียบอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่เพราะไม่คิดถึงแต่เพราะตอนนี้เขากำลังพยายาม อยู่ให้รอด ในที่ที่ไม่มีนีอาอยู่ใกล้เหมือนเดิม
ลานโต๊ะสนามหน้าตึกเรียนช่วงเย็นเริ่มเงียบลง แดดอุ่นค่อย ๆ อ่อนแรง เหลือเพียงแสงสีส้มที่ทอดผ่านกิ่งไม้ยาวลงบนพื้นปูน โต๊ะยาวไม่กี่ตัวกระจายอยู่ใต้ร่มไม้ นักศึกษาบางกลุ่มนั่งคุยกันเบา ๆ บางคนเก็บของเตรียมกลับ ไอริสนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ ใกล้ทางเดินหลัก แก้วน้ำเย็นวางอยู่ตรงหน้า มือเรียววางทับกันนิ่ง เธอไม่ได้หยิบมือถือเล่นแต่เงยหน้ามองทางเดินเป็นระยะ เหมือนกำลังรอใครบางคนผ่านไปหลายนาทีคนเดินผ่านมาหลายกลุ่มแต่ไม่ใช่เขาไอริสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลายี่สิบนาทีผ่านไปแล้วเธอถอนหายใจก่อนจะวางเครื่องลงจังหวะนั้น
“นั่งเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้คนเดียว” เสียงคุ้นดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมเก้าอี้ถูกเลื่อนออก ซาร่า เพื่อนสนิทของไอริส สะพายกระเป๋าผ้าใบใหญ่ วางลงข้างโต๊ะก่อนนั่งตรงข้าม
“รอใครอยู่ใช่ไหม” ไอริสชะงักนิดเดียวแล้วยิ้มกลบเกลื่อน
“เปล่า แค่มาก่อนเฉย ๆ” ซาร่าเลิกคิ้ว
“มาก่อนขนาดไม่แตะน้ำเลยเนี่ยนะ” เธอเหลือบมองแก้วที่ยังเต็ม ไอริสใช้นิ้วเขี่ยขอบแก้ว
“เขาบอกว่าจะตามมา” ซาร่ายิ้มมุมปากทันที
“นีโอใช่ไหม” ไอริสไม่ตอบแต่แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะความอาย ซาร่าหัวเราะในลำคอ
“เดาไม่ยาก ตั้งแต่เธอกลับมาจากโต๊ะใต้ต้นไม้ หน้าก็เหมือนคนโดนฝากความหวังไว้แล้ว” ไอริสเผลอมองทางเดินอีกครั้ง
“เขาคงยังไม่เสร็จงาน” ซาร่าพิงพนักเก้าอี้
“ผู้ชายสายงาน ถ้ายังไม่จบ เขาไม่ขยับหรอก” คำพูดนั้นทำให้ไอริสนิ่งไปซาร่ามองหน้าเพื่อน น้ำเสียงอ่อนลง
“แล้วเธอโอเคไหม??” ไอริสยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสเพราะตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องของผู้ชายอีกคนอยู่ในนั้นเต็มไปหมด
“ก็… รอได้” แต่แววตากลับไม่มั่นใจในคำพูดของตัวเองเลยสักนิด มันทำให้ซาร่าถอนหายใจตามเพื่อนไปด้วย
“เธอนี่นะ ถ้าชอบใครก็จริงจังเกินไป” ไอริสหัวเราะเบา ๆ
“ก็แค่อยากนั่งด้วยกันเฉย ๆ” ซาร่ายิ้ม
“งั้นก็นั่งกับฉันก่อน ถ้าเขามา ค่อยว่ากันอีกที” ไอริสพยักหน้าแต่สายตาเธอยังเผลอเว้นที่ว่างฝั่งตรงข้ามไว้เหมือนใจที่ยังรอใครบางคนอยู่ตรงนั้นเสมอ