เสียงประตูปูนหน้าบ้านก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปพร้อมกัน เนโอก้าวเข้ามาอย่างรีบเร่ง กระเป๋ายังสะพายอยู่บนไหล่เพราะเพิ่งกลับมาจากข้างนอก
“พี่นีโอ!! กลับมา...” ประโยคหยุดกลางอากาศเมื่อสายตาเขาเห็นภาพตรงหน้านีโอนั่งยู่ที่โซฟาและข้างกายเขา… มีผู้หญิงผมทองนั่งอยู่ ไอริสกำลังยื่นแก้วกาแฟให้นิ้วทั้งสองแตะกันเพียงชั่วครู่ แต่สำหรับเนโอมันนานเกินไปหัวใจเขากระตุกอย่างแรง
บรรยากาศเงียบเหมือนถูกตัดเสียง แม่กับพ่อหยุดคุย ไอริสหันมามอง นีอาเงยหน้าขึ้นทันทีสายตาของเธอกับเนโอสบกันเสี้ยววินาทีเดียวแต่เนโออ่านออกทั้งหมด รอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่ถึงดวงตาแววตาที่เจ็บแต่ซ่อนอยู่เขาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะยิ้ม
“ได้ข่าวว่าพี่กลับมาแล้ว ผมเลยรีบมา”
“ดีเลยลูก มากันครบพอดี” แม่เดินเข้ามาหาเนโอ แด๊ดเดินเข้ามาตบไหล่ลูกชายเบา ๆ
“หลังจากนี้บ้านก็จะไม่เงียบแล้ว”
“สวัสดีค่ะ คุณคือน้องชายของนีโอใช่ไหม” ไอริสยิ้มให้เนโอ “ฉันไอริสเพื่อนนีโอ”
“สวัสดีครับ” แม้เนโอจะพูดตอบไอริส แต่สายตาเนโอกลับเผลอไปหยุดที่นีอาอีกครั้ง เหมือนจะถามว่า เกิดอะไรขึ้น?? และในขณะเดียวกัน นีโอมองภาพตรงหน้า พ่อแม่ น้องชาย น้องสาวและผู้หญิงข้างกายตัวเอง ก่อนจะเริ่มรู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความคิดถึงรออยู่แต่มันกำลังพาหัวใจของใครบางคนเข้าสู่ตำแหน่งที่ไม่แน่ใจอีกต่อไป
บรรยากาศในบ้านยังเหมือนเดิมแต่สำหรับเนโอมันเงียบผิดปกติเขาวางกระเป๋าลงข้างโซฟาแล้วนั่งฝั่งตรงข้าม ทุกสายตาดูเหมือนปกติ พ่อกับแม่คุยเรื่องกับข้าว ไอริสนั่งข้างนีโอ มีแค่นีอาที่นั่งปลายโซฟาอีกฝั่งเหมือนพยายามทำให้ตัวเองเล็กที่สุดในห้อง เธอกอดหมอนใบเล็กไว้แน่นสายตาจ้องแก้วน้ำตรงหน้าเหมือนมันสำคัญกว่าทุกคนตรงนี้ เนโอเหลือบมองสลับไปมาก่อนจะรู้สึกแปลก ปกติ… ถ้านีโอกลับบ้านนีอาจะเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าไปหาจะยิ้ม จะถาม จะบ่น จะเกาะแขนพี่ชายไม่ปล่อย แต่วันนี้เธอไม่แม้แต่จะขยับเข้าใกล้เนโอขยับตัว
“นีอา ทำไมไม่นั่งใกล้พี่นีโอเหรอ” เสียงเขาธรรมดาแต่มันทำให้ห้องเงียบลงเสี้ยวหนึ่งนีอาชะงักก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ รอยยิ้มสุภาพถูกยกขึ้น
“ตรงนี้ก็ดีแล้วค่ะ” คำเดียวสั้น ๆ แต่ตัดระยะห่างชัดเจนเนโอรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างสะกิดในอก เขาหันไปมองนีโอ และเห็นพี่ชายของตัวเองกำลังมองนีอาอยู่พอดีสายตานั้นไม่เหมือนเดิมไม่ใช่แค่คิดถึงแต่มันมีความลังเลเหมือนคนที่ไม่แน่ใจว่าควรเดินเข้าไปหรือควรถอยออกมาดี ไอริสยกกาแฟขึ้นจิบก่อนพูดเบา ๆ
“น้องสาวดูเรียบร้อยนะคะ”
“ปกติไม่เรียบร้อยขนาดนี้หรอก” นีโอตอบยิ้ม ๆ ประโยคเหมือนแซวแต่นีอากลับยิ้มบาง ๆ โดยไม่ตอบ เนโอเริ่มแน่ใจนี่ไม่ใช่แค่ความเขินแต่มันคือการ เว้นระยะ เขาเลื่อนสายตามองมือของนีโอที่วางอยู่ใกล้มือไอริสแล้วเผลอมองกลับมาที่นีอาดวงตาเธอหลบทันทีที่สายตาเขามองเหมือนกลัวถูกอ่านออก
เนโอเอนหลังพิงโซฟาหัวใจหนักขึ้นช้า ๆ เขาโตมากับภาพของสองคนนี้ พี่ชายที่ปกป้องน้องสาวเกินพี่น้องกับน้องสาวที่มองพี่ชายเหมือนโลกทั้งใบและตอนนี้ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามายืนตรงกลางโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาตรง ๆ แม่เดินมาเสิร์ฟน้ำ
“ทุกคนดูเงียบกันจัง” พ่อหัวเราะกลบเกลื่อน
“คงยังไม่หายตื่นเต้น” แต่เนโอรู้ดีมันไม่ใช่ความตื่นเต้นมันคือความอึดอัดที่ซ่อนอยู่ใต้คำว่า ‘ปกติ’ เขาหันไปมองนีอาอีกครั้งแล้วพูดเบา ๆ
“นีอา… ไม่คิดถึงพี่นีโอเหรอ” คำถามธรรมดาแต่เหมือนโยนก้อนหินลงน้ำลึก นีอานิ่งไป ปลายนิ้วกำหมอนแน่นขึ้น ก่อนจะตอบด้วยเสียงเรียบ
“คิดถึงค่ะ” นีอาเว้นวรรคแล้วพูดต่อ “ในฐานะพี่ชาย” คำต่อท้ายเบาแต่หนักแน่นพอจะทำให้เนโอรู้สึกว่าบางอย่างในบ้านหลังนี้เริ่มเปลี่ยนตำแหน่งแล้วจริง ๆ เนโอหลับตาลงชั่วครู่ในใจเขาเริ่มชัดว่าการกลับมาของนีโอครั้งนี้ไม่ได้พาแค่คนหนึ่งเข้าบ้านแต่มันพาความรู้สึกที่ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อเข้ามานั่งอยู่กลางห้องด้วย
หลังจากนั่งทนบรรยากาศนั้นได้ไม่นาน นีอาก็รู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มบางลงเรื่อย ๆ เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มสุภาพ
“หนูขอตัวไปพักก่อนนะคะ” ไม่มีใครห้าม ไม่มีใครรั้ง นีอาลุกขึ้นช้า ๆ แล้วเดินขึ้นบันไดไปตามลำพัง ประตูห้องนอนปิดลงเบา ๆ เสียงนั้นควรจะฟังดูธรรมดาแต่สำหรับนีอามันเหมือนเป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกข้างล่างกับโลกที่เธอไม่ต้องฝืนยิ้มอีกต่อไป
เธอยืนพิงประตูหลังตรงแนบไม้เย็น ๆ เหมือนต้องการแรงพยุงก่อนจะค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียงแสงแดดจากหน้าต่างริมสวนส่องเข้ามาอ่อน ๆ ฝุ่นเล็ก ๆ ลอยอยู่ในอากาศราวกับหยุดนิ่ง ห้องยังเหมือนเดิม ผ้าม่านสีครีม โต๊ะหนังสือ กรอบรูปเก่า ๆ บนหัวเตียง แต่ความรู้สึกของเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว
นีอาหยิบกรอบรูปใบหนึ่งขึ้นมารูปตอนเด็กเธอยิ้มกว้าง แขนเล็ก ๆ เกาะคอพี่นีโอแน่น ตอนนั้น… โลกของเธอมีแค่เขา นิ้วเธอลูบผ่านกระจกเบา ๆ
“พี่นีโอ…” เสียงหลุดออกมาแผ่วจนแทบไม่ได้ยินหัวใจเหมือนถูกกดช้า ๆ จากด้านใน ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความอิจฉา แต่มันคือความรู้สึกของคนที่เพิ่งรู้ว่า ตัวเองไม่ใช่ ‘คนพิเศษ’ แบบเดิมอีกแล้ว เธอวางรูปลง นั่งกอดเข่าตัวเอง ปล่อยให้หลังพิงเตียง นีอาหลับตาลงลมหายใจเข้าออกเริ่มสั่น ไม่ร้อง ไม่สะอื้น แค่น้ำตาไหลเงียบ ๆ เหมือนหัวใจค่อย ๆ แตกทีละรอย เธอเคยคิดว่า ถ้าพี่โอกลับมา เธอจะหายคิดถึงแต่ตอนนี้เธอเพิ่งเข้าใจว่า บางความคิดถึงไม่ได้หายไปเพราะได้เจอมันแค่เปลี่ยนรูปเป็นความเจ็บแทนนีอาเอาหน้าซบเข่ากระซิบกับตัวเองเบา ๆ
“หนูโตแล้วนะ หนูควรดีใจ” แต่ยิ่งพูดหัวใจก็ยิ่งถามกลับแล้วใครจะดีใจกับความรู้สึกของหนูล่ะแสงแดดเคลื่อนช้า ๆ บนพื้นห้องเวลาผ่านไปแต่ในห้องเล็ก ๆ นี้นีอาเหมือนหยุดอยู่ตรงวินาทีที่เห็นเขายืนข้างผู้หญิงคนนั้นครั้งแรกและยังไม่รู้เลยว่าจะก้าวออกจากตรงนั้นยังไงดี
“…หนูควรจะทำยังไงดี” เสียงนั้นเบาจนแทบละลายไปกับแสงแดดในห้อง ไม่มีคำตอบ ไม่มีใครได้ยิน มีแค่ความเงียบที่นั่งลงข้างเธอแทน นีอากอดเข่าแน่นขึ้น หน้าผากพิงกับหัวเข่า ลมหายใจเข้าออกช้าลง แต่หนักกว่าเดิม เธอไม่ได้อยากแย่ง ไม่ได้อยากโกรธ ไม่ได้อยากเป็นตัวปัญหาในชีวิตของพี่นีโอ เธอแค่อยาก… ยังเป็นคนสำคัญเหมือนเดิมบ้าง
มือถือที่วางอยู่ข้างตัวสั่นเบา ๆ นีอาสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น หน้าจอสว่าง ไม่ใช่สาย ไม่ใช่ข้อความ เป็นเพียงแจ้งเตือนจากแอปข่าวธรรมดา ความหวังเล็ก ๆ ที่เผลอเกิด ดับลงทันที เธอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงนั้นไม่เหมือนหัวเราะเหมือนลมหายใจที่หลุดออกมาเพราะหัวใจมันแน่นเกินไป
“ยังคาดหวังอยู่อีกเหรอ…” นีอาพึมพำกับตัวเองทั้งที่รู้ดีว่าต่อให้มือถือดังขึ้นจริง ชื่อบนหน้าจอก็คงไม่ใช่ของเธอใน แบบเดิมแล้ว เธอล้มตัวลงนอนตะแคงบนเตียงห่มผ้าบาง ๆ ทั้งที่ไม่ได้หนาวปล่อยให้สายตามองไปที่ผ้าม่านซึ่งขยับตามแรงลม ภาพในหัวกลับย้อนซ้ำ พี่นีโอยืนอยู่ตรงนั้นผู้หญิงคนนั้นอยู่ข้างเขารอยยิ้มที่ไม่ใช่ของเธอ
นีอาหลับตาแน่นเหมือนอยากผลักภาพออกไปแต่ยิ่งพยายามไม่คิดหัวใจก็ยิ่งจำน้ำตาไหลซึมออกมาข้างหางตาอีกครั้ง ไหลเงียบ ๆ ลงบนหมอนเธอไม่สะอื้นไม่ฟูมฟายแค่เจ็บแบบคนที่ยังรักแต่เริ่มไม่รู้ว่าควรรักในฐานะอะไรนีอาพลิกตัวหันหน้าเข้าหาหมอนกอดมันไว้แทนใครบางคน
“พี่นีโอ” เสียงที่เอ่ยออกมานั้นสั่นเครือ
“ถ้าวันหนึ่งหนูไม่สำคัญเหมือนเดิมแล้ว…” เธอกลืนน้ำลาย
“…พี่จะบอกหนูตรง ๆ ได้ไหม” คำพูดนั้นไม่มีใครรับมีแค่เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างและหัวใจของนีอาที่ค่อย ๆ เรียนรู้ว่า การโตขึ้นไม่ได้เจ็บเพราะโลกเปลี่ยนแต่มันเจ็บเพราะคนที่เราเคยอยู่ใกล้ที่สุดค่อย ๆ ไกลออกไปโดยที่เราห้ามอะไรไม่ได้เลย
นีอาหลับตาลงอีกครั้งปล่อยให้ความเงียบกล่อมทั้งน้ำตาและคำถามในขณะที่ชั้นล่างของบ้านใครบางคนกำลังเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด