เช้าวันเสาร์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายที่สุดสำหรับร้าน Cat Cafe ของน้ำชา แสงแดดอ่อนยามสายส่องผ่านกระจกหน้าร้านเข้ามาเห็นละอองฝุ่นเล็กๆ เต้นระบำอยู่ในอากาศ กลิ่นอบเชยจากขนมปังอบใหม่ๆ ผสมกับกลิ่นใบชาคั่วหอมฟุ้งจนเจ้าแมวในร้านเริ่มขยับจมูกดมกันฟุดฟิด
น้ำชาวันนี้ดูสดใสเป็นพิเศษในชุดเดรสสายเดี่ยวสีฟ้าพาสเทลลายดอกเดซี่ตัวเล็กๆ สวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา เธอเดินวุ่นอยู่กับการจัดมุมนั่งเล่นใหม่ให้น้องแมว โดยมี 'น้องปังปัง' แมวสาวสามสีคอยเดินตามต้อยๆ ประหนึ่งเป็นผู้จัดการร้านส่วนตัว
"เมี๊ยวววว!"
เสียงร้องทักทายที่คุ้นเคยดังขึ้นก่อนที่ประตูร้านจะเปิดเสียอีก
น้ำชาเงยหน้าขึ้นพรางอมยิ้มกริ่ม เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของไอดอลเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าอวกาศใบเดิม วันนี้เขาดูผ่อนคลายขึ้นในเสื้อยืดคอกลมสีขาวสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าขาวที่ไม่ได้ติดกระดุม เผยให้เห็นแผงอกกว้างและหน้าท้องราบเรียบที่ดูแน่นหนัดจนน้ำชาต้องแอบลอบกลืนน้ำลาย
"อรุณสวัสดิ์คระคุณลูกค้าประจำ วันนี้สโนว์หิวหรือคุณไอดอลหิวคระ"
น้ำชาแซวพรางเดินไปรับกระเป๋าแมวมาวางบนโต๊ะ
ไอดอลไม่ตอบแต่กลับจ้องมองเรียวแขนขาวเนียนและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของหญิงสาว นัยน์ตาคมกริบภายใต้แว่นสายตาดูจะเข้มขึ้นกว่าปกติ
"สโนว์มันปลุกผมตั้งแต่ตีห้า... สงสัยมันอยากมาหา 'เพื่อน' มั้ง"
"เพื่อนที่ไหนคระ ปังปัง หรือว่า... เจ้าของร้านคระ"
น้ำชาแกล้งโน้มตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน กลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนจากตัวเธอทำให้ไอดอลถึงกับต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนอาการใจสั่น
"มันคงอยากมาหาปังปังนั่นแหละ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยน้ำชา"
เขาบอกเสียงเรียบ ทว่ามือหนากลับค่อยๆ เอื้อมไปเปิดซิบกระเป๋าอวกาศปล่อยให้เจ้าสโนว์พุ่งตัวออกมาประดุจสายฟ้า
เมื่อเจ้าสโนว์ไม่ได้วิ่งไปหาปังปังเหมือนทุกที แต่มันกลับกระโดดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์ พรางใช้กรงเล็บเล็กๆ สะกิดเอา 'สมุดรายชื่อลูกค้าสำคัญ' ของน้ำชาที่วางอยู่ร่วงลงไปในถังน้ำที่เธอเตรียมไว้ถูพื้นพอดี!
"ว้าย! สมุดรายชื่อ!"
น้ำชาร้องลั่นพรางพยายามจะคว้าแต่ไม่ทัน
สโนว์ไม่ได้หยุดแค่นั้น มันคาบเอาปากกาประดับมุกอันโปรดของเธอแล้ววิ่งจู๊ดเข้าไปหลังร้านทันที น้ำชาไม่มีทางเลือกต้องวิ่งไล่กามเทพสีขาวไปอย่างรวดเร็ว โดยมีไอดอลวิ่งตามไปติดๆ
"สโนว์! หยุดนะ! นั่นปากกาแท่งโปรดของน้ำชานะลูก!"
น้ำชาตะโกนเรียกขณะที่วิ่งเข้าไปในห้องเก็บของแคบๆ หลังร้าน
ห้องเก็บของนั้นมีพื้นที่ไม่มากนัก และเต็มไปด้วยลังกระดาษและอุปกรณ์แมว เจ้าสโนว์วิ่งหายเข้าไปหลังลังใหญ่ น้ำชารีบก้มลงไปหาทว่าด้วยพื้นที่ที่จำกัดและพื้นท่ีเพิ่งจะถูใหม่ๆ ทำให้เท้าเล็กๆ ของเธอเสียหลักลื่นไถลทันที
"ว้ายยย!"
"ระวัง!"
ไอดอลพุ่งตัวเข้าไปคว้าร่างบางไว้ได้ทันท่วงที ทว่าด้วยแรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนกองหมอนอิงนุ่มๆ สำหรับน้องแมวที่วางซ้อนกันอยู่พอดี
ร่างสูงของไอดอลทาบทับอยู่บนร่างเล็กของน้ำชาในท่าทางที่ชวนให้ลมหายใจสะดุด ปลายจมูกโด่งของเขาฝังลงบนซอกคอขาวเนียนของเธอพอดี กลิ่นหอมกรุ่นและความนุ่มนิ่มของร่างกายหญิงสาวทำให้สถาปนิกหนุ่มถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
น้ำชาลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ดวงตาหวานซึ้งสบเข้ากับดวงตาคมกริบของไอดอลในระยะที่ห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดพวงแก้มสีระเรื่อของเธอจนร้อนผ่าว
"คุณไอดอล..."
เสียงของเธอสั่นเครือและแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ไอดอลไม่ได้ขยับหนี เขากลับจ้องลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวพรางเลื่อนสายตาลงไปมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูที่เผยอน้อยๆ อย่างเชิญชวน ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณความต้องการที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก
"คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
เขาถามเสียงต่ำพร่า ความใกล้ชิดขนาดนี้ทำให้เขาเห็นไรขนอ่อนๆ บนผิวหน้าเนียนละเอียดของเธอชัดเจน
"มะ...ไม่เจ็บคระ แต่คุณช่วยลุกออกไปก่อนได้ไหมคระ มัน...หนัก"
น้ำชาบอกพรางพยายามจะดันอกแกร่งออก แต่กลับกลายเป็นว่ามือบางของเธอยิ่งสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อหน้าอกที่แน่นตึงผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตบางๆ
"ถ้าผมไม่ลุกล่ะ"
ไอดอลแกล้งโน้มหน้าลงไปใกล้กว่าเดิม จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของลิปบาล์มรสเชอร์รี่จากปากเธอ
"น้ำชา... คุณรู้ไหมว่าการที่แมวผมพามันมาที่นี่ทุกวัน มันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"
"คุณหมายความว่ายังไงคระ"
"มันอาจจะเป็นปาฏิหาริย์... ที่อยากให้ผมได้อยู่ใกล้คุณแบบนี้"
เขาบอกพรางเอื้อมมือหนาไปลูบไล้เส้นผมสลวยของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วทำให้หญิงสาวถึงกับขนลุกซู่ด้วยความวาบหวาม
ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะนำพาไปสู่ฉากที่ละมุนละไมกว่าเดิม เจ้าตัวแสบทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้น! เจ้าสโนว์และน้องปังปังกระโดดขึ้นมานั่งบนหลังของไอดอลพรางส่งเสียงร้อง
"เมี๊ยววว!"
ประหนึ่งจะทวงถามหาของรางวัลที่ทำภารกิจสำเร็จ
ไอดอลถอนหายใจยาวพรางหลุดขำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆ ยันตัวขึ้นแต่ยังไม่ยอมปล่อยให้น้ำชาลุกหนีง่ายๆ เขากุมมือบางของเธอไว้พรางดึงให้เธอลุกขึ้นตามมา
"สโนว์... แกมันตัวขัดจังหวะจริงๆ"
ไอดอลหันไปบ่นเจ้าแมวขาวที่ตอนนี้ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนกองหมอน
น้ำชารีบจัดเสื้อผ้าที่ยับเยินให้เข้าที่ใบหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู
"คุณไอดอลคระ... เมื่อกี้คุณพูดเรื่องปาฏิหาริย์อะไรนะคระ"
สถาปนิกหนุ่มกลับมาคีพมาดนิ่งเหมือนเดิม พลางขยับแว่นสายตาแก้เก้อ
"เปล่า... ผมก็แค่พูดไปตามหลักสถาปัตยกรรม ว่าโครงสร้างใจคนเรามันก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน"
"จุดอ่อนเหรอคระ แล้วจุดอ่อนของคุณไอดอลคืออะไรคระ"
น้ำชาถามพรางยิ้มเจ้าเล่ห์ คราวนี้เธอเป็นฝ่ายรุกบ้าง เธอเดินเข้าไปใกล้พรางใช้นิ้วเรียวเล็กจิ้มไปที่อกซ้ายของเขาเบาๆ
"ใช่ตรงนี้หรือเปล่าคระ"
ไอดอลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้พรางดึงเข้าหาตัวจนน้ำชาถลาเข้าไปซบอกเขาอีกรอบ
"ถ้าอยากรู้... ก็ต้องลองมา 'สำรวจ' บ่อยๆ สิครับ เผื่อคุณจะเจอทางเข้าหัวใจของผมบ้าง"
น้ำชาถึงกับไปไม่เป็น เธอรีบสะบัดมือออกพรางวิ่งกลับไปที่หน้าเคาน์เตอร์ทิ้งให้ไอดอลยืนยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวหลังร้าน ความนุ่มฟูตะมุ๊ตะมิ๊ที่เคยมีเริ่มจะมีรสชาติความ 'หื่น' แบบละมุนแทรกซึมเข้ามาทีละนิดตามคำสั่งบอสคิมแล้วจ้า!
ตลอดบ่ายวันนั้น ไอดอลนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างเหมือนเดิม แต่สายตาของเขาแทบจะไม่ละไปจากร่างบางของน้ำชาเลย ทุกท่วงท่าที่เธอหยิบจับอุปกรณ์การชงชา หรือตอนที่เธอก้มลงคุยกับน้องแมว มันดูเย้ายวนใจเขาไปเสียหมด ความหึงหวงเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นน้ำชาส่งยิ้มให้ลูกค้าหนุ่มๆ คนอื่น
"สโนว์... ดูสิ แม่แกน่ะยิ้มหวานให้ทุกคนเลยนะ"
ไอดอลพึมพำพรางลูบหัวสโนว์แรงๆ จนแมวร้องประท้วง
"ว่าอะไรนะคระคุณไอดอล? นินทาอะไรน้ำชาคระ"
น้ำชาที่เดินมาเสิร์ฟคุ้กกี้แมวถามพรางเลิกคิ้ว
"ผมบอกว่า... วันนี้กาแฟมันขมไปหน่อย อยากได้อะไรหวานๆ มา 'ดับขม' สักหน่อย"
"น้ำตาลไหมคระ"
"เปล่า... อยากได้ 'คนชง' มานั่งข้างๆ สักสิบนาทีได้ไหมครับ"
ไอดอลรุกฆาตด้วยคำพูดนิ่งๆ แต่แววตาพราวระยับ
น้ำชาหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง เธอแสร้งทำเป็นมองซ้ายมองขวา
"ร้านยุ่งอยู่นะคระ..."
"ไม่มีลูกค้าสักคนน้ำชา... อย่ามาโกหกสถาปนิกที่สายตาดีอย่างผม"
เขาบอกพรางตบเก้าอี้ข้างตัวเบาๆ
น้ำชาจำยอมต้องทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขา ความใกล้ชิดทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายแกร่ง ไอดอลวางแท็บเล็ตลงพรางหันมาหาเธอ เขาใช้หลังมือลากไล้ไปตามพวงแก้มเนียนละเอียดของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา จนน้ำชาต้องหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้น
"น้ำชา... คุณเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์จริงๆ ไหม"
เขาถามเสียงนุ่มนวล
"เชื่อคระ... เพราะถ้าไม่มีปาฏิหาริย์ สโนว์คงไม่นำทางคุณมาหาฉัน"
ไอดอลโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับใบหูของเธอ
"งั้นคืนนี้... ให้ปาฏิหาริย์นำทางผมไปส่งคุณที่บ้านได้ไหมครับ ผมอยากเห็น... ว่าบ้านของเจ้าของร้านน้ำชาที่หวานที่สุด จะหวานเหมือนเจ้าของหรือเปล่า"
น้ำชาถึงกับสะดุ้งพรางลืมตาโพลง แววตาเจ้าเล่ห์ของไอดอลทำให้เธอรู้ว่าคืนนี้อาจจะไม่ใช่แค่การไปส่งบ้านธรรมดาเสียแล้ว ความตะมุ๊ตะมิ๊ที่แฝงไปด้วยความต้องการเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การนำทางของเจ้าแมวสื่อรักตัวแสบ
"เมี๊ยวววว!"
สโนว์กระโดดขึ้นมาบนตักน้ำชาพรางใช้หัวถูไถประหนึ่งจะบอกว่า
"อนุญาตเลยแม่! พ่อเขาอยากไปใจจะขาดแล้ว!"
น้ำชาหลุดขำพรางโอบกอดสโนว์ไว้
"ก็ได้คระ... แต่แค่ไปส่งนะคระ ห้ามทำอะไรแผลงๆ เหมือนแมวของคุณนะ"
ไอดอลเหยียดยิ้มร้าย
"ผมเป็นคนรักษาสัญญาครับน้ำชา... แต่เรื่อง 'แผลงๆ' บางอย่าง มันอาจจะเกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะครับ"