พลิกชะตามาเป็นชายาตัวร้าย
ตอนที่1 การจากไปของพระชายา
เสียงของนางกำนัลและบ่างที่อยู่ภายในตำหนักต่างร้องไห้กันระงม เพราะว่าตอนนี้นั้น สตรีอันสูงส่งที่ดูน่ารักและเป็นที่รักของทุกคนภายในตำหนักแห่งนี้ บัดนี้นางกำลังจะจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
หนิงเอ๋อ นางคือสตรีผู้สูงศักดิ์จากแคว้นฉี ที่ถูกส่งมาเป็นพระชายาเอกของราชวงค์ แต่กระนั้นต่อให้เป็นพระชายาเอกแล้วยังไงในเมื่อฝ่าบาทไม่เหลียวแลนางเลยแม้แต่น้อย
ซูเม่ย สาวใช้คนสนิทของพระรนางได้แต่ร่ำไห้เป็นวรรคเป็นเวรกับอาการของพระชายาเอกของนาง
“พระชายาเพคะทำใจดีๆ นะเพคะฝ่าบาทกำลังเสด็จมานะเพคะ ขอร้องนะเพคะช่วยอดทนอีกสักนิดฝ่าบาทกำลังเสด็จมานะเพคะ”
เสียงของซูเม่ยที่ดังอยู่ข้างหูของพระชายา ราวกับว่าพระชายาของนางจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเป็นเเน่
เสียงร้องของซูเม่ยนางกำนัลคนสนิทของพระชายาเอกที่มีพระนามว่าหนิงเอ๋อร้องเรียกนายของตัวเองที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่กลางตำหนัก ตำหนักที่ไม่ฮ่องเต้แทบจะไม่เคยเสด็จมาเลยด้วยซ้ำตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่จนถึงทุกวันนี้นางกำลังจะจากไปฝ่าบาทก็มิได้เหลียวแลนางเลยสักนิด
แต่ทว่าใครๆ ต่างก็เรียกตำหนักนี้ว่า………….
“ตำหนักไร้รัก” ทำไมนะเหรออย่างที่่กล่าวมาข้างต้น ตำหนักที่ใครๆก็ไม่เห็นค่าความสำคัญ ตำหนักที่มีเพียงพระนางและคนของพระนางเท่านั้น
นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นตำหนักที่ฮ่องเต้แทบจะไม่เสด็จมาที่แห่งนี้เลยก็ว่าได้
และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พระชายาเอกใน ของฮ่องเต้กวางจิ้งทรงตรอมพระทัยเป็นอย่างมาก ทำเอาผุู้คนเฝ่าแต่สงสารพระนางที่พระสวามีไม่เสด็จมาเยือนเลยตั้งแต่คืนแรกที่เข้าหอ
เหล่าบรรดาพระสนม รวมไปถึงพระชายารองต่างมาเฝ้าพระนางกันเป็นอย่างมาก
แต่หากมิใช่ว่าที่มาในครั้งนี้เพื่อถวายความจงรักภักดีแต่อย่างใด
หากแต่มาเพื่อต้องการให้เห็นกับตาว่าพระนางคงจะสิ้นพระทัยในเร็ววัน
เพื่อที่แต่ละคนอาจจะได้ขึ้นมาแทนที่พระชายาเอกก็เป็นได้นั่นเอง นี่แหละคือความปรารถนาของพวกนาง เหล่านางสนมและนางกำนัลทั้งหลายที่หมายปองในตัวฮ่องเต้
“ฮ่องเต้เสร็จ” ..
เสียงของขันทีดังขึ้นมาเพื่อบอกให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้วางตัวให้สุภาพ ทุกคนต่างยืนก้มหน้าและต่างพากันถวายพระพรพระองค์
ประตูห้องนอนถูกเปิดออก ฮ่องเต้ทรงโบกมือให้ทุกคนออกไปจากห้องนี้พระองค์ต้องการที่จะอยู่กับพระชายาเพียงลำพัง
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องพระองค์เดินเข้าไปใกล้แต่กระนั้นก็ปิดจมูกเล็กน้อยเพราะกลิ่นยาที่พระองค์ไม่ทรงโปรด
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างพระชายา” ฮ่องเต้ตรัสถามพระชายาที่นอนป่วย แต่ก็ได้แต่ถามเท่านั้นเพราะองค์ไม่เคยคิดที่จะสัมผัสพระนางเลยด้วยซ้ำไป
“ฝ่าบาทหากหม่อมฉันไม่เจ็บป่วยเจียนตาย พระองค์คงไม่เสด็จมาที่นี่ใช่หรือไม่เพคะ” พระชายาใช้แรงเฮือกสุดท้ายเอ่ย่ถามฮ่องเต้ออกมาจนสุกำลังของนาง
“หนิงเอ๋อ ทั้งที่เจ้าป่วยใกล้ตายแบบนี้เจ้ายังไม่วายที่จะพูดจาเสียดสีข้าอีกหรือยังไงกันหืม..หากจะตายก็ตายไปอย่าได้มีกังวลหรือว่าห่วงหาอะไรเลยนะข้าขอร้อง”
อ่องเต้เอ่ยออกมาเบา
“หรือไม่จริงเพคะ ที่พระองค์เสด็จมานั้นก็เพื่อที่จะมาทอดพระเนตรให้เห็นกับตา
ว่าหม่อมฉันจะตายหรือไม่ ไม่ใช่หรือเพคะ ไม่ใช่แค่พระองค์แม้แต่เหล่านางสนม
นางกำนัลรวมไปถึงพระชายารองของพระองค์ ต่างก็มารอดูการหายไปจากโลกนี้ของหม่อมฉันใช่หรือไม่เพคะ หม่อมฉันไม่ได้โง่หม่อมฉันดูออกเพค อย่าโกหกและปิดบังกันเลย”
“หนิงเอ๋อ เจ้าเหนื่อยมามากแล้วพักผ่อนเถอะ ข้าจะกลับหล่ะ”
“ฝ่าบาทอยู่เป็นเพื่อนหม่อมฉันจนวาระสุดท้ายไม่ได้หรือไงเพคะ”
พระชายากล่าวกับฝ่าบาทเพื่อที่จะหวังให้พระองค์อยู่ด้วยเป็นวาระสุดท้าย แต่ ..
“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบกลิ่นยาพวกนี้ยังไงซะก็ไปให้สบายเหอะชายาของข้า”
หนิงเอ๋อถึงกับน้ำตาไหล แค่ก แคก นางไออย่างมาก
“ฝ่าบาท หม่อมฉันขอให้พระองค์ไม่ว่าจะทำอันใดก็คิดถึงเฝ้ารันจวนหาแต่หม่อมฉัน
ขอให้พระองค์รู้สึกผิด และไม่สามารถรักใครได้นอกจากหม่อมฉันอีกตลอดไป”
“สามหาวหนิงเอ๋อเจ้าจะตายอยู่แล้วกล้าดียังไงถึงมาสาปแช่งข้า เห็นว่าเจ้าเจ็บป่วยใกล้ตาย
ข้าจะเว้นโทษให้เจ้า แต่อย่าหวัง ต่อให้เจ้าไม่ตายแล้วหายดี
เจ้าจงจำเอาไว้ว่าข้าไม่มีทางที่จะรักหรือว่าเสน่หาคนอย่างเจ้าหรอก เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าข้าไม่เคยรักเจ้าอย่างไรเล่า”
ฮ่องเต้กวางจิ้นเมื่อพูดจบก็เดินออกไป หนิงเอ๋อถึงกับนอนน้ำตาไหลก่อนที่นางจะค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ
เมื่อฮ่องเต้เสด็จออกจากตำหนักแล้วนั้น
สาวใช้อย่างฮุ่ยเฟินรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับร้องห่มร้องไห้ก่อนที่นางจะเรียกหมอหลวงให้เข้ามาดูอาการนายของนาง
“เฮือก..” เสียงลมหายใจสุดท้ายของพระชายาหนิงเอ๋อดังขึ้นมา ทำเอาหมอหลวงรวมไปถึง
ฮุ่ยเฟินต่างพากันตกใจเป็นอย่างมาก
หมอหลวงรีบจับชีพจรของนาง ก่อนที่จะส่ายหน้าแล้วออกมาจากห้อง
ฮุ่ยเฟินได้แต่กอดพระชายาร้องห่มร้องไห้ ด้วยความเสียใจเป็นอย่างมาก