ตอนที่ 2 การจากไปของพระชายา 1

1346 Words
พลิกชะตามาเป็นชายาตัวร้าย ตอนที่2 การจากไปของพระชายา1 “พระชายาหนิงเอ๋อสิ้นแล้ว” ข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระชายาแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งวังหลวง “ไทเฮาเพคะเห็นทีหม่อมฉันต้องขอทูลลาเพื่อที่จะไปดูที่ตำหนักของพระชายาสักหน่อยนะเพคะ” ฮองเฮาทรงกราบทูลลาองค์ไทเฮาในขณะที่ทุกเช้านางต้องมาถวายน้ำช้าให้กับไทเฮาผู้ที่เป็นแม่ของสามีหรือแม่ของฮ่องเต้นั่นเอง “งั้นเราไปพร้อมกันเถิดฮองเฮา ข้าเองก็ควรไปด้วยกันนางช่างหน้าสงสารยิ่งนัก” ไทเฮาตรัสออกมาพร้อมกับฮองเฮาที่พยักหน้าให้ “เพคะไทเฮา” ก่อนที่นางจะนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เพราะเหตุจากสงครามกลางเมืองจึงทำให้แคว้นฉีต้องส่งตัวธิดาพระองค์เล็กมาที่เมืองหลวงเพื่อที่จะอภิเษกกับฮ่องเต้โดยแต่งตั้งให้นางเป็นพระชายาเอก เพราะว่าฮ่องเต้นั่นพระองค์ทรงมีฮองเฮาอยู่แล้วจึงทำได้แค่เพียงให้ตำแหน่งชายาเอกเท่านั้นแต่นั่นก็มากพอแล้ว ส่วนพระโอรสในองค์ไทเฮาหรือองค์ชาย4น้องชายของฮ่องเต้นั้นก็ถูกส่งตัวไปแคว้นฉีเพื่อแต่งงานกับบุตรสาวคนโตเช่นเดียวกัน แต่ทว่าสองปีที่ผ่านมานั้นเป็นที่รู้ๆกันดีอยู่ว่าฮ่องเต้แทบจะไม่มาเยือนที่ตำหนักของพระชายาเลยจนทำให้นางถึงถึงกับซูบผอมไม่กินข้าวกินปลาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ไหนจะกินไม่ได้นอนไม่หลับอีกจึงทำให้พระนางถึงกับ ตรอมพระทัยและล้มป่วยไปในที่สุด เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จมาถึงพระตำหนักของพระชายาแล้วนั้นก็พบว่า เหล่าบรรดานางกำนัลและขันทีที่ต่างถวายงานในตำหนักนั้นต่างพากันแต่งกายด้วยชุดไว้อาลัยและร้องไห้กันระงม “ฮ่องเต้ไม่เสด็จมาหรืออย่างไร” ไทเฮาหันมาถามนางกำนัลที่อยู่หน้าห้อง “เสด็จมาเพคะ แต่ว่าเสด็จกลับไปแล้วเพคะไทเฮา” นางกำนัลนางนั้นตอบรับพร้อมกับร้องไห้ออกมา ไทเฮาหันมามองบรรยากาศโดยรอบตำหนักก่อนที่พระนางจะตรัสออกมา “ฮองเฮาเจ้าจงจัดการที่นี่ให้เรียบร้อยข้าจะไปตามเสด็จฮ่องเต้เอง ดูซิว่าถ้าข้าที่เป็นแม่ไปตามพระองค์จะยอมเสด็จมาไหม” “เพคะไทเฮา ” ฮองเฮารับปากไทเฮาพร้อมกับย่อตัวเล็กน้อย ฮองเฮาก้าวเข้ามาในตำหนัก มันช่างเหมือนที่ทุกคนร่ำลือกันจริงๆว่าที่นี่คือตำหนักไร้รัก มันช่างดูเศร้า เงียบเหงา และน่าเวทนาเสียจริง ยิ่งเวลานี้นั้นเจ้าของตำหนักดันมาจากไปเช่นนี้แล้วยิ่งดูหดหู่มากกว่าเดิมนัก “ซูเม่ย คาระวะฮองเฮาเพคะ” ซูเม่ยสาวรับใช้พระชายาที่ตามมาจากแคว้นฉี กล่าวคำทักทายฮองเฮา นางมีมารยาที่ดีไม่ต่างจากนายของนาง “ตามสบายไม่ต้องมากพิธีหรอก ข้าเสียใจกับการจากไปของพระชายาของเจ้าด้วยนะ ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจมากเพียงใด ข้าเองก็เสียใจไม่ต่างจากเจ้าเลย” คำพูดของฮองเฮาทำเอาซูเม่ยร้องไห้หนักกว่าเดิม “เจ้าจงจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องให้พระชายาอย่างสมพระเกียรติของนางด้วยนะ” “เพคะฮองเฮา พระองค์ทรงมีเมตตาต่อพระชายายิ่งนัก ตั้งแต่ครั้งแรกที่พระองค์ก้าวเข้ามาในวังหลวง กระทั่งพระนางจากไปพระองค์ก็ยังคงไม่ทอดทิ้งพระนาง ซูเม่ยซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์ยิ่งนักเพคะ” ซูเม่ยก้มลงนั่งแล้วกราบแทบเท้าฮองเฮา “ไทเฮาเสด็จ” เสียงขันทีที่นำทางร้องตะโกนเพื่อส่งสัญญาณให้คนที่ อยู่ด้านหน้ารับรู้เพื่อให้หลีกทางหรือว่ากระทำอันใดก็ตามแต่ให้หยุดและอำนวยความสะดวก เมื่อได้ยินดังนั้นเหล่าบรรดานางกำนัลที่อยู่หน้าห้องบรรทมของฮ่องเต้นั้นต่างทำความเคารพไทเฮาพร้อมกับเปิดประตูให้พระองค์เพื่อให้เข้าไปที่ห้องของฮ่องเต้ได้อย่างง่ายดาย “เสด็จแม่” ฮ่องเต้ลุกขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปพยุงไทเฮาให้มานั่งที่ตั่งของพระองค์แทนที่พระองค์ “กวางจิ้ง เหตุใดเจ้าไม่ไปเฝ้าพระชายาเอกของเจ้า แม้แต่วาระสุดท้ายของนางเจ้าก็ไม่คิดที่จะไปดูแลนางหน่อยหรืออย่างไร” “เสด็จแม่ท่านก็ทรงทราบดีว่าหม่อมฉันไม่ได้รักใคร่ชอบพอนางเหตุใดท่านจึง...” ไม่ทันที่ฮ่องเต้จะพูดจบ ไทเฮาก็พูดขึ้นมาก่อน “เจ้าไม่รู้หรอกเหรอว่านางสิ้นแล้ว” ไทเฮาพูดพร้อมกับจ้องมองมาที่ลูกชายของพระองค์ที่มีท่าทีตกใจเล็กน้อยแต่ว่าพระองค์ก็ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร เหมือนเพียงแค่ตายก็ตายไปก็แค่นั้น “ฮ่องเต้เจ้าก็โตแล้วคงคิดได้นะว่าหากท่านอ๋องพ่อของนางรู้เรื่องจะเกิดอะไรขึ้น ไหนจะน้องชายของเจ้าเองก็อยู่ที่นั่นเจ้าไม่คิดว่าหากทางนั้นกระทำกับน้องเจ้าเฉกเช่นที่เจ้ากระทำต่อพระชายาเจ้าจะรู้สึกอย่างไรหรือน้องของเจ้าจะรู้สึกอย่างไร เพราะฉะนั้นต่อให้เจ้าไม่ได้มีใจให้นางบัดนี้นางสิ้นแล้ว เจ้าแค่ปั้นหน้าปั้นตาโศกเศร้าแล้วไปที่ตำหนักพระชายาซะเดี๋ยวนี้ตอนนี้ฮองเฮาของเจ้าก็อยู่ที่นั่น ยังไงนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นพระชายาเอกของเจ้านะฮ่องเต้” ไทเฮาพูดเสร็จก็เดินออกไปจากตำหนักฮ่องเต้ทันที โดยที่ฮ่องเต้เองก็รีบตามเสด็จไทเฮาออกไปเช่นกัน เหล่าบรรดาขันที นางกำนัล รวมไปถึงองค์รักษ์ต่างรีบวิ่งกึ่งเดินตามทั้งสองพระองค์ไปอย่างรีบเร่ง ร่างของพระชายาหนิงเอ๋อ ถูกแต่งกายอย่างสวยงาม สง่างามตามตำแหน่งพระชายา และสมพระเกียรติตามที่ฮองเฮารับสั่งไว้ทุกประการ ก่อนที่ร่างนั้นจะถูกอุ้มไปวางในโลงไม้สีทอง เมื่อวางร่างไว้ในโลงทองแล้วนั้นขันทีปิดฝาไว้เพียงครึ่ง เพื่อให้ฮ่องเต้ รวมถึงเชื้อพระวงค์มาร่วมไว้อาลัยและมองพระพักตร์เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อไทเฮา ฮ่องเต้ ฮองเฮารวมไปถึงพระชายารอง และเหล่านางสนมมาร่วมไว้อาลัย “ข้าขอให้เจ้าจากไปอย่างสงบไม่ทุกข์กับเรื่องอันใดอีก ทั้งที่ข้ารักและเอ็นดูเจ้าแต่หากว่าเราทั้งสองมีวาสนาต่อกันน้อยนัก หากชาติหน้าเกิดมาเจอกันอีกทีข้าจะขอดูแลเจ้าให้ดีกว่านี้นะพระชายาหนิงเอ๋อ” ไทเฮาตรัสออกมาเสียงสั่นเครือก่อนที่ ฮองเฮาจะเข้ามายืนข้างๆไทเฮา “หนิงเอ๋อเจ้าช่างน่าสงสารนัก ข้าจะหมั่นทำบุญไปให้เจ้า ขอให้เจ้าไปมีความสุขอยู่บนสรวงสวรรค์นะ” ฮองเฮาเองก็หลั่งน้ำตาเช่นกันกับไทเฮา “ฝ่าบาทพระองค์ควรตรัสกับนางเป็นครั้งสุดท้ายเถิดเพคะ เห็นแก่หม่อมฉันเหอะ” ฮองเฮากระซิบบอกกับฮ่องเต้ ก่อนที่พระองค์จะขยับเข้ามาใกล้ๆกับโลงก่อนที่จะพูดออกมา “หนิงเอ๋อข้าโทษที่รักเจ้าไม่ได้จริงๆ หากเจ้าเกิดใหม่อีกครั้งข้าสัญญาว่าจะรักแค่เจ้าคนเดียว รักเจ้ามากกว่าทุกคนและไม่อาจรักใครได้อีกนอกจากเจ้าเท่านั้น ไม่ว่าจะกินหรือนอนข้าก็จะคิดถึงแต่เพียงเจ้าคนเดียว” ฮ่องเต้เมื่อพูดจบแล้วก็เดินออกไปทันที พระชายารองและนางสนมคนอื่นๆต่างพากันมารออำลาครั้งสุดท้ายบางคนมาดีบางคนมาร้าย “หลีกทางให้พระชายารองด้วย” นางกำนัลเอ่ยกับสนมคนอื่นๆ พระชายารองเข้าไปใกล้ๆโลง “ลำบากหน่อยนะหนิงเอ๋อไม่ต้องกลัวตำแหน่งพระชายาเอกข้าจะรับมันไว้เอง” พูดไม่ทันขาดคำนั้นทั้งตำหนักต่างกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจระคน หวาดกลัวไปตามๆกัน คงมีเพียงซูเม่ยเท่านั้นที่ดีใจมากกว่าใคร พร้อมกับวิ่งมาเกาะที่ข้างโลงไม้สีทองพร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก “พระชายาเพคะ ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD