พลิกชะตามาเป็นชายาตัวร้าย
ตอนที่ 3 การกลับมาของพระชายา
“เจ้าว่าอย่างไรนะท่านขันที”
ไทเฮาหนมาถามขันทีที่วิ่งมารายงานสถานการณ์
ก่อนที่พระองค์จะหมุนตัวแล้วเดินกลับไปที่ตำหนักของพระชายาด้วยความรีบเร่งโดยที่มี ฮ่องเต้ และ ฮองเฮาตามเสร็จ
ภายในห้องนั้นหนิงเอ๋อที่นั่งอยู่กลางโลงไม้สีทองนั้นถึงกับงุนงงว่านี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันที่นี่ที่ไหนกันนะทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้แล้วผู้คนมากมายผู้นี้เป็นใครกันเยอะแยะไปหมด
หญิงสาวใช้มือจับไปที่แก้มของตัวเองก่อนที่จะตบเบาๆที่ใบหน้า2-3ที
ซูเม่ยที่ร้องไห้เกาะข้างโลง
“เจ้าหยุดร้องก่อนได้หรือไม่ข้าปวดหัว”
หนิงเอ๋อหันไปบอกซูเม่ย
“อะไรกันก่อนหน้านี้ข้าอยู่ที่บ้าน ก่อนที่จะหลบหนีจากเจ้าหนี้ จำได้ว่าข้าวิ่งมาที่หน้าผารอรัก”
(หน้าผาที่มีตำนานว่ามีผู้หญิงนางหนึ่งมาเฝ้ารอสามีที่นัดเจอกันเอาไว้ แต่จนแล้วจนเล่าสามีก็ไม่มาสักทีนางจึงกระโดดลงไปที่หน้าผา ก่อนที่นางจะกระโดดลงไปนางได้สลักที่หินผาไว้ว่าใครก็ตามที่ตกลงไปที่หน้าผาแห่งนี้ ขอให้ได้กลับไปเกิดใหม่และมีความรักที่สมบูรณ์แบบที่สุด)
ใช่ก่อนหน้านี้ข้าอยู่ที่นั่นนี่นา หรือว่าหน้าผานั่นจะศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ไหนล่ะรักแท้ของข้าขนาดเมื่อกี้ข้ายังได้ยินอยู่เลยว่า
“เมื่อกี้เจ้าได้ยินเสียงผู้ชายพูดไหม”
หนิงเอ๋อหันมาถามซูเม่ย
“เจ้าได้ยินเสียงอันใดหรือพระชายา ”
ไทเฮาที่เดินเข้ามาพร้อมกับฮ่องเต้และฮองเฮาเอ่ยถาม
หนิงเอ๋อเบิกตากว้าง พร้อมกับคิดในใจ อะไรนะพระชายา ข้าคือพระชายาเหรอ นั่นไทเฮา ฮ่องเต้ และนั่น จัดเต็มขนาดนั้นฮองเฮาผู้ร้ายกาจแน่นอน ส่วนแม่พวกนี้คือเมียเล็กเมียน้อยสินะ
“พระชายาไทเฮาตรัสถามว่าท่านได้ยินเสียงอะไรไม่ตอบพระองค์ล่ะ”
พระชายารอง หลิน รีบเอ่ยปากบอกกับพระชายาเอกหนิงเอ๋อพร้อมกับยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ
“อ่อ ได้ยินว่า” หนิงเอ๋อหลับตาพร้อมกับพยายามคิดในสิ่งที่เธอได้ยินก่อนหน้านั้นที่จะตื่นขึ้นมา
“อ่อ จำได้แล้ว ได้ยินว่า หนิงเอ๋อข้าโทษที่รักเจ้าไม่ได้จริงๆ หากเจ้าเกิดใหม่อีกครั้งข้าสัญญาว่าจะรักแค่เจ้าคนเดียว รักเจ้ามากกว่าทุกคนและไม่อาจรักใครได้อีกนอกจากเจ้าเท่านั้น ไม่ว่าจะกินหรือนอนข้าก็จะคิดถึงแต่เพียงเจ้าคนเดียว นี่แหละที่ข้าได้ยิน”
หนิงเอ๋อบอกออกมา
“ฝ่าบาทเพคะ หรือว่านางแกล้งสร้างเรื่องเพื่อเรียกร้องความสงสัยเพคะ ”
พระชายารองออกความคิดเห็น ทั้งยังยุยงเพื่ออยากให้พระชายาเอกถูกทำโทษ
“จริงสิ พระชายารองพูดถูก หรือว่าเจ้าสร้างเรื่องขึ้นมาอย่างนั้นหรอกหรือ” ฮ่องเต้รีบพูดออกมกลบเกลื่อนคำพูดของตัวเองที่บัดนี้พระชายาจำได้ครบหมดทุกคำ
“ทหารคุมตัวพระชายาออกไป”
“ช้าก่อน ข้าจะโกหกทำไม หากพระองค์คิดว่าหม่อมฉันโกหก เช่นนั้นพระองค์คงต้องจับหมอหลวงพวกนี้ไปด้วยแล้วเพคะ เพราะพวกเขาตรวจดูชีจรของหม่อมฉัน แสดงว่าหมอหลวงพวกนี้คิดการใหญ่เห็นสมควรว่าให้นำตัวไปประหารเสียให้หมด รวมถึงนางกำนัล ขันทีในที่นี้ด้วย”
“ฝ่าบาทโปรดอภัยให้พวกกระหม่อมด้วยนะพะคะ พวกกระหม่อมไม่รู้เรื่องนะพะยะค่ะ”
“เอาล่ะไม่เป็นไรก็ดีแล้วพระชายา เจ้าออกมาจากโลงก่อนแล้วค่อยไปพักผ่อน”
ฮองเฮาบอก
“ออกไม่ได้ เมื่อกี้ใครเอาข้ามาใส่ มาช่วยข้าออกไปหน่อย”
หนิงเอ๋อหันไปหาพวกทหารและขันทีที่ยืนหน้าสลอนเรียงแถวกันด้วยความเป็นระเบียบ
“ฝ่าบาทพระองค์ไปช่วยอุ้มนางออกมาทีเหอะ กระนั้นนางยังมีชีวิตแถมเป็นพระชายาจะให้ชายอื่นมาอุ้มออกไปได้อย่างไรเพคะ”
“ฝ่าบาทพระองค์ไปช่วยอุ้มนางออกมาทีเหอะ กระนั้นนางยังมีชีวิตแถมเป็นพระชายาจะให้ชายอื่นมาอุ้มออกไปได้อย่างไรเพคะ”
ไทเฮาหันมาบอกกับฮ่องเต้ ทำเอาพระองค์ปั้นหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ๆ จังหวะที่อุ้มนั้นเพราะไม่เคยสัมผัสกันและกันมาก่อนทำให้ไม่รู้ว่านางนั้นหนักหรือเบาทำให้พลาดท่าล้มลงไปกองกับพื้นทั้งพระชายาและฮ่องเต้
หนิงเอ๋อที่นอนทับตัวฮ่องเต้นั้นใจเต้นตุ๊บตั๊บ เพราะว่านางไม่ได้คุ้นเคยเนื่องด้วยเป็นสาวชาวบ้านที่สลับร่างเข้ามาเท่านั้น ส่วนฮ่องเต้เองก็เล่นเอาใจสั่นเพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ถูกเนื้อต้องตัวนางตั้งแต่แต่งงานกันมาก็ว่าได้ ทั้งสองมองตากันแต่ต่างที่ความรู้สึกของทั้งสองที่ต่างกันออกไป
“พวกเจ้ายืนมองอะไรกัน รีบช่วยฮ่องเต้ให้ไวสิ” ฮองเฮารีบบอกเหล่าขันที รวมไปถึงซูเม่ยเองก็เช่นกัน นางรีบไปพยุงหนิงเอ๋อให้ลุกขึ้นมา ก่อนที่จะจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่
เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้เห็นหนิงเอ๋อใส่ชุดเต็มยศ ทำเอาพระองค์ใจสั่นไปเลยทีเดียว ก่อนที่จะหันมาบอกกับทุกคน
“เอาล่ะพวกเจ้าทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักได้แล้ว ส่วนเจ้าพระชายาก็ไปพักผ่อนเหอะข้าจะให้หมอหลวงไปตรวจดูอาการเจ้าอีกที”
ฮ่องเต้บอกกับหนิงเอ๋อ
“ฝ่าบาทเพคะงั้นเรากลับตำหนักกันเหอะเพคะ”
พระชายารองหลิน เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินมาหาฮ่องเต้ ไทเฮา และฮองเฮาต่างมองมาที่พระชายารอง ก่อนที่ไทเฮาจะตรัสขึ้นมาด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ
“พระชายารองเจ้าไม่เห็นหรอกหรือว่าพระชายาเอกเพิ่งพ้นจาการประชวร เหตุใดเจ้าไม่ปล่อยให้ฮ่องเต้ได้ดูแลนางบ้างล่ะ”
“ไทเฮาก็ทรงทราบดีนี่เพคะว่าฝ่าบาทไม่โปรดที่จะประทับกับพระชายาเอกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉะนั้นจะให้ประทับที่นี่ทำไมกันเพคะ ไม่อย่างนั้นใครๆคงไม่เรียกที่นี่ว่าตำหนักไร้รักหรอกเพคะ”
พระชายารองหลินพูดพร้อมกับเปรยตามองมาที่พระชายาเอกหนิงเอ๋อ แต่กระนั้นหนิงเอ๋อเองไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่ ตอนนี้สิ่งที่นางต้องการรู้ก็คือเหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่ทั้งๆที่ควรตกหน้าผาตายไปแล้วหนำซ้ำพระชายาเอกอะไรนี่ดันมีชื่อเดียวกันกับนางอีก….
หนิงเอ๋อมองมาที่ทุกคน ก่อนที่จะหันมามองฮ่องเต้กวางจิ้ง ก่อนที่นางจะเอ่ยออกมาแบบขวานฝ่าซากแบบที่ไม่เคยมีใครเคยพบเจอกับอาการแบบนี้ของนางมาก่อน
“เอาล่ะใครอยากไปนอนที่ไหนก็ไปเหอะ ข้าไม่ได้สนใจเกิดได้ก็ตายได้ ใครที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่นี่จงออกไปซะให้หมด ข้าต้องการพักผ่อน จัดการเอาโลงพวกนี้ออกไปให้หมดด้วยนะ”
หนิงเอ๋อหันมาทางไทเฮา และ ฮองเฮา
“หม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ”
หนิงเอ๋อพูดจบก็เดินเข้าไปที่ห้องของนางโดยมีซูเม่ยตามมาติดๆ
“พวกเจ้ากลับไปก่อนคืนนี้ข้าจะค้างที่นี่”
ฮ่องเต้ตรัสออกมา ทำเอาทุกคนแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินแบบนี้ ทางด้านฮ่องเต้เองก็คิดเหมือนกันว่า ทำไมคราวนี้นางไม่ร้องห่มร้องไห้ให้เขาอยู่ด้วย ทั้งที่ความจริงพระชายาจะร้องห่มร้องไห้ ให้เขาอยู่ต่อ หรือว่าการที่นางได้สติกลับมาคราวนี้ทำให้นางเปลี่ยนไป
“งั้นพวกเรากลับตำหนักกันเหอะ”
ฮองเฮาหันมาบอกกับทุกคนโดยเฉพาะพระชายารองหลิน
หนิงเอ๋อเข้ามาภายในห้องนอนของพระชายาก่อนที่จะมองไปรอบๆห้อง เหมือนฝันจริงๆจากที่ข้าเคยนอนที่บ้านที่คับแคบเท่ารูหนู แถมมีแต่ฝุ่นและข้าวของเเต็มไปหมด แต่ว่านี่มันอะไรกันนะ แอ๊ด..ปั้ง ประตูเปิดเข้ามาโดยฮ่องเต้ ซูเม่ยที่เห็นดังนั้นรีบออกไปจากห้องทันที
“พระชายาเจ้าหักหน้าข้าใช่หรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้” ฮ่องเต้เกรี้ยวกราดทันทีที่เข้ามา