บรรยากาศในชั้นผู้บริหารระดับสูงของ K.H. Corporation เช้านี้อึมครึมและเย็นเยียบประหนึ่งมีพายุลูกใหญ่กำลังตั้งเค้า พนักงานทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงคุยเล่นหรือแม้แต่จะเดินผ่านหน้าห้องของประธานบริหาร หากไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ
คิมหันต์นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมองดูไร้ที่ติบัดนี้กลับมีร่องรอยของความอ่อนล้า ใต้ตาคล้ำลงจากการอดนอนตลอดทั้งคืน แฟ้มเอกสารสำคัญระดับพันล้านถูกเปิดค้างไว้บนโต๊ะกว่าชั่วโมงแล้ว แต่เขากลับอ่านมันไม่เข้าหัวเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว ทุกครั้งที่พยายามจดจ่อกับตัวเลขตรงหน้า ภาพตัวอักษรเหล่านั้นกลับเบลอและบิดเบี้ยวกลายเป็นข้อความในจดหมายลาออก’* ของพัชชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.. ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่ดังขัดจังหวะความคิดทำให้คิมหันต์ตวัดสายตาขวางๆ ไปมองร่างของหญิงสาวแปลกหน้าที่เปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ เธอคือ ลลิตาพนักงานฝ่ายบุคคลที่ถูกส่งตัวมาทำหน้าที่เลขาฯ ชั่วคราวแทนตำแหน่งที่ว่างลงกะทันหัน
"ขออนุญาตค่ะบอส กาแฟสำหรับเช้านี้ค่ะ"
ลลิตาเดินตัวลีบนำถ้วยกาแฟเซรามิกมาวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะรีบถอยห่างออกไปยืนประสานมืออยู่ด้านหน้า
"ส่วนนี่แฟ้มสรุปการประชุมช่วงสิบโมงค่ะ"
คิมหันต์ปรายตามองถ้วยกาแฟที่ควันกรุ่น เขายกมันขึ้นจิบเพียงปลายลิ้น ก่อนจะกระแทกถ้วยลงบนจานรองเสียงดังลั่นจนน้ำสีเข้มกระฉอกเลอะเทอะ
"นี่มันน้ำล้างแก้วหรือไง"
เสียงทุ้มตวาดลั่นจนลลิตาสะดุ้งโหยง
"ฉันเคยกินอเมริกาโน่คั่วเข้ม ไม่ใส่น้ำตาล อุณหภูมิแปดสิบองศา แต่นี่มันอะไร มันทั้งเปรี้ยว ทั้งไหม้ แถมยังเย็นชืด เธอชงมันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วหรือไง"
"ขอโทษค่ะบอส คือฉันเห็นว่าเครื่องชงหน้าห้องมันใช้งานยาก ก็เลย ลงไปซื้อที่ร้านคาเฟ่ชั้นล่างมาให้แทนค่ะ"
เลขาฯ จำเป็นตอบเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
"เเต่ฉันจ้างเธอมาแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหา แค่ชงกาแฟแก้วเดียวยังทำไม่ได้ แล้วจะมาจัดการตารางชีวิตให้ฉันได้ยังไง"
ปึงง !!!
คิมหันต์โยนแฟ้มเอกสารที่เธอเพิ่งนำมาวางทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี กระดาษด้านในร่วงหล่นกระจัดกระจาย
"แล้วนี่อะไร จัดเรียงวาระการประชุมมั่วซั่วไปหมด ข้อมูลคู่ค้าก็ไม่อัปเดต นี่เธอเอาสมองส่วนไหนทำงาน"
"ฮึก.. บอสคะ ฉันเพิ่งมารับงานต่อกะทันหัน ไฟล์ข้อมูลของคุณพัชชาก็ถูกล็อกรหัสผ่านไว้ ฉันเลย..."
"เธอทำงานสะเพร่าเองอย่าเอาชื่อเธอมาอ้าง"
คิมหันต์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ สองมือค้ำลงบนโต๊ะทำงาน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะลุขีดจำกัด การได้ยินชื่อของพัชชาจากปากคนอื่นยิ่งไปสะกิดแผลสดในใจเขาให้เหวอะหวะ
"พัชชาไม่เคยหาข้ออ้างเวลาทำงานพลาด เพราะเธอไม่เคยพลาดเธอรู้ใจฉันยิ่งกว่าตัวฉันเองซะอีก ไม่ว่าฉันจะต้องการอะไร เธอเตรียมไว้ให้พร้อมก่อนที่ฉันจะอ้าปากสั่งด้วยซ้ำแล้วเธอล่ะ? มีปัญญาทำได้สักครึ่งของพัชชาไหม"
ลลิตาก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอารมณ์เกรี้ยวกราดของชายหนุ่ม คิมหันต์หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความบ้าคลั่งของตัวเอง เขากำลังพาล เขารู้ตัวดีว่าเขากำลังเอาความหงุดหงิดและความกระวนกระวายใจทั้งหมดไปลงที่พนักงานตาดำๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
แต่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลยการไม่มีพัชชาอยู่ตรงนี้ มันทำให้โลกทั้งใบของเขาปั่นป่วนและผิดเพี้ยนไปหมด
"เก็บขยะพวกนี้ แล้วไสหัวออกไป"
เขาออกคำสั่งเสียงเย็นเยียบ พลางชี้มือไปที่ประตู "แล้วอย่าให้ใครหน้าไหนเสนอหน้าเข้ามาในห้องนี้อีก จนกว่าฉันจะเรียก"
ลลิตารีบลุกลี้ลุกลนก้มเก็บเอกสารบนพื้นและคว้าถ้วยกาแฟวิ่งหนีออกจากห้องไปราวกับหนีตาย ปิดประตูบานใหญ่ตามหลังเสียงดังปัง ทิ้งให้ท่านประธานผู้ทรงอำนาจยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน
คิมหันต์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวกว้าง ยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ อย่างเหนื่อยล้า สายตาทอดมองผ่านกระจกใสออกไปยังโต๊ะทำงานตัวเล็กหน้าห้องที่ไร้เงาของเจ้าของ รอยยิ้มบางๆ ที่เคยมอบให้เขา สุ้มเสียงหวานหูที่คอยรายงานตารางงาน กลิ่นหอมสะอาดที่มักจะโชยมาแตะจมูกเวลาที่เธอเดินเข้ามาใกล้ทุกอย่างมันตามหลอกหลอนเขาจนแทบเป็นบ้า
เขาล็อกหน้าจอแท็บเล็ต โยนมันทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไร้ความหมาย ตอนนี้เขาไม่มีกระจิตกระใจจะเซ็นเอกสาร หรือปั้นหน้ายิ้มแย้มเข้าประชุมกับบอร์ดบริหารคนไหนทั้งนั้น ในหัวของเขามีเพียงคำถามเดียวที่ดังก้องซ้ำไปซ้ำมา
เธออยู่ที่ไหนพัชชาได้โปรดกลับมาหาฉันเถอะ