เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงพักเที่ยง แต่บรรยากาศในห้องทำงานของประธานบริหารยังคงมาคุไม่เปลี่ยน คิมหันต์นั่งจ้องโทรศัพท์ที่ซ่อมหน้าจอมาใหม่ราวกับจะใช้สายตาบังคับให้มันดังขึ้นมาสักครั้ง ทว่าเสียงเดียวที่ดังขึ้นกลับเป็นเสียงประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเข้ามาโดยพลการ ไม่มีการขออนุญาตเหมือนที่เลขาฯ คนเดิมเคยทำเป็นประจำ
"พี่คิมคะ วันนี้พี่คิมสัญญาเเล้วนะคะว่าจะไปเลือกเเหวนกับเเพร "
เสียงแหลมใสของ เหมือนแพร ดังนำมาก่อนตัว หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูตัดกับอารมณ์สีเทาดำของคิมหันต์อย่างสิ้นเชิง เธอเดินกรีดกรายเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ราวกับไม่รับรู้ถึงรังสีความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น
"แพร ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้ยุ่งมาก ไม่ต้องมาหา"
"ก็แพรคิดถึงนี่คะ อีกอย่าง คุณแม่ของแพรท่านกำชับมาค่ะ"
เหมือนแพรเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ของเขา แตะมือลงบนไหล่กว้างอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
"ท่านบอกว่าใกล้จะถึงวันงานแล้ว แต่เรายังไม่ได้ไปเลือกแหวนหมั้นกันเลย วันนี้คุณแม่เลยให้แพรมาชวนพี่คิมไปห้างด้วยกันค่ะ ท่านนัดเจ้าของร้านเพชรชื่อดังไว้ให้แล้วนะคะ"
ชื่อคุณแม่ที่ถูกยกมาอ้างทำให้คิมหันต์กัดฟันกรอด เขาเกลียดการถูกมัดมือชกโดยใช้ผู้ใหญ่มาอ้างที่สุด และที่สำคัญ หัวใจของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความคิดเรื่องแหวนหมั้น อยู่ในหัวเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว
"ผมไม่ว่าง แพรไปเลือกคนเดียวเถอะ ชอบวงไหนก็สั่งไว้ เดี๋ยวผมให้คนไปจัดการเรื่องเงินเอง"
เขาตอบเสียงเย็นชาพลางปัดมือหญิงสาวออกอย่างไม่ใยดี
"จะบ้าเหรอคะพี่คิม แหวนคู่หมั้นนะคะ จะให้แพรเลือกคนเดียวได้ยังไง"
เหมือนแพรเริ่มแหวใส่เมื่อถูกขัดใจ
"แล้ววันนี้เป็นอะไรไปคะ ทำไมต้องทำหน้ายักษ์ใส่แพรด้วย หรือว่าเป็นเพราะยัยเลขาหน้าจืดนั่นไม่อยู่คอยเอาใจ?"
คำพาดพิงถึงพัชชาทำให้ดวงตาของคิมหันต์วาวโรจน์ขึ้นมาทันที
"แพร... อย่าลามปามถึงพัชชา"
"อ๋อ... นี่ปกป้องกันถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ? ก็แค่เลขาฯ ที่ลาออกไปคนหนึ่ง จะอะไรนักหนา"
เหมือนแพรเบะปากอย่างเหยียดหยาม
"แพรว่าดีซะอีกที่ยัยนั่นหายหัวไปได้ พี่คิมจะได้เลิกติดนิสัยต้องมีคนคอยประคบประหงมซะที ต่อไปนี้แพรจะเป็นคนดูแลพี่คิมเองค่ะ ไปค่ะไปดูแหวนกันเถอะ"
เหมือนแพรพยายามจะฉุดแขนชายหนุ่มให้ลุกขึ้น แต่คิมหันต์กลับกระชากแขนออกอย่างแรงจนหญิงสาวเซถลาไปชนกับขอบโต๊ะ
"ผมบอกว่าไม่ไปไง"
คิมหันต์ตวาดลั่นจนเหมือนแพรหน้าซีดด้วยความตกใจ
"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงแพร ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะไปดูแหวน ดูแต่งงาน หรือดูอะไรทั้งนั้น และถ้าแพรยังไม่หยุดพูดเรื่องพัชชาในทางเสียหาย ผมจะไม่รับรองว่างานแต่งบ้าบอที่ผู้ใหญ่คุยกันไว้มันจะเกิดขึ้น"
"พี่คิม... นี่พี่คิมกล้าขู่แพรเหรอคะ?"
น้ำตาแห่งความน้อยใจและเสียหน้าเริ่มคลอเบ้าเหมือนแพร
"เพียงเพราะยัยเลขานั่นคนเดียวเนี่ยนะ "
"ใช่ เพราะพัชชาคนเดียว"
คิมหันต์ยืนยันเสียงกร้าว
"พัชชาไม่ใช่ แค่ เลขาฯ แต่เธอคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานของผม และตอนนี้เธอก็หายตัวไปเพราะใครบางคนเเถวนี้ไปพูดจาพล่อยๆ ใส่เธอ"
ชายหนุ่มจ้องหน้าเหมือนแพรด้วยสายตาที่ทำให้หญิงสาวถึงกับสั่นเทาไปทั้งตัว
"ออกไปซะแพร ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้!"
เหมือนแพรกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น เธอสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องทำงานทันที ทิ้งให้คิมหันต์ยืนหอบหายใจหนักด้วยอารมณ์ที่ยังพลุ่งพล่าน เขาไม่ได้สนใจว่าเหมือนแพรจะไปฟ้องใคร หรือความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลจะเป็นอย่างไร
ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือการได้เห็นหน้าผู้หญิงที่ชื่อพัชชา และถามเธอให้รู้ความว่า ทำไมเธอถึงทิ้งเขาไว้กับความว่างเปล่าที่แสนทรมานแบบนี้