กว่าพัชชาจะฝ่าเปลวแดดร้อนระอุของกรุงเทพฯ กลับมาถึงตึก K.H. Corporation พร้อมกับแก้วกาแฟแบรนด์หรูในมือ หยาดเหงื่อก็ซึมชื้นไปตามไรผมและแผ่นหลังภายใต้ชุดสูทราคาแพง เธอจัดการซับหน้าและจัดระเบียบเสื้อผ้าในห้องน้ำจนแน่ใจว่าตัวเองกลับมาดูเนี้ยบไร้ที่ติอีกครั้ง ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องรับรองพิเศษที่ซึ่งเหมือนแพรนั่งรออยู่
ภายในห้องไม่มีร่างสูงของคิมหันต์ เขาคงไปประชุมตามกำหนดการแล้ว ปล่อยให้ว่าที่คู่หมั้นนั่งจิบชารออย่างสบายใจ
"ลาเต้เย็นหวานน้อยจากร้านที่คุณแพรต้องการค่ะ"
พัชชาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าหญิงสาวไฮโซด้วยท่วงท่าสุภาพและนอบน้อม
เหมือนแพรละสายตาจากนิตยสารแฟชั่นในมือ ปรายตามองแก้วกาแฟเพียงแวบเดียว ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ต่างจากตอนอยู่ต่อหน้าคิมหันต์ลิบลับ มันไม่มีความหวานใส มีเพียงแววตาประเมินค่าและเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด
"ขอบใจนะคุณพัชชา แหม.. ลำบากแย่เลยคะ แดดข้างนอกคงร้อนน่าดู ผิวคุณถึงได้ดู หมองๆ ลงไปนิดนึง"
"เป็นหน้าที่ของเลขาฯ อยู่แล้วค่ะ ไม่ได้ลำบากอะไร"
พัชชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์
"หน้าที่ของเลขาฯ.. ?
เหมือนแพรทวนคำช้าๆ มือเรียวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงามหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดูดไปอึกหนึ่ง ก่อนจะวางลงอย่างไม่ไยดี
"เลขาฯ ที่ดีเนี่ย ต้องทำงานล่วงเวลาบ่อยไหมคะ?"
คำถามที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสา แต่แววตาที่จ้องลึกเข้ามาทำให้พัชชารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกขสันหลัง
"ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของบอสค่ะ บางช่วงที่โปรเจกต์เยอะ ก็อาจจะต้องอยู่ดึกบ้าง" พัชชาตอบเลี่ยงๆ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
"งั้นเหรอคะ"
เหมือนแพรลุกขึ้นยืน กรีดกรายเดินเข้ามาใกล้พัชชา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับของเจ้าหล่อนลอยมาเตะจมูก
"แพรได้ยินมาว่าพี่คิมเขาเป็นคนพิถีพิถัน เจ้าระเบียบ แล้วก็ขี้เบื่อแพรละทึ่งจริงๆ ที่คุณพัชชาทนทำงานให้เขามาร่วมสามปี แถมยังเป็นเลขาที่รู้ใจเขาไปซะทุกเรื่อง"
"บอสเป็นเจ้านายที่ดีค่ะ การทำงานกับท่านทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง"
"รวมถึงเรื่องรสนิยมส่วนตัวด้วยรึเปล่าคะ?"
เหมือนแพรเอียงคอถาม รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด
"แพรเป็นผู้หญิง แพรดูออกนะคะคุณพัชชา สายตาที่คุณมองพี่คิม.มันไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้อง"
ดวงตาของพัชชาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แม้จะเตรียมใจรับมือกับผู้หญิงคนนี้มาบ้าง แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเปิดฉากโจมตีตรงๆ แบบนี้
"คุณแพรคงเข้าใจผิดแล้วค่ะ สำหรับฉัน บอสคือเจ้านายที่ฉันเคารพเท่านั้น"
"ก็ดีค่ะที่เข้าใจสถานะตัวเอง"
เหมือนแพรหัวเราะในลำคอเบาๆ คล้ายสมเพช "เพราะแพรแค่อยากจะเตือนด้วยความหวังดี ของเล่น ก็คือของเล่นอยู่วันยังค่ำ ผู้ชายอย่างพี่คิม เขาต้องการผู้หญิงที่เชิดหน้าชูตา ยืนเคียงข้างเขาในสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่อายใคร ไม่ใช่ผู้หญิงที่เก่งแต่งานบริการหลังบ้าน หรือมีประโยชน์แค่เอาไว้ระบายความเครียด"
คำพูดของเหมือนแพรราวกับมีดกรีดลงกลางใจ พัชชายืนนิ่ง งัดเอาความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีมากดข่มความสั่นเทาของร่างกาย เธอไม่มีสิทธิ์โกรธ ไม่มีสิทธิ์โต้เถียง เพราะสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้าพูด... คือความจริงทุกประการ
"อีกไม่กี่เดือน แพรกับพี่คิมก็จะประกาศหมั้นกันอย่างเป็นทางการแล้ว" เหมือนแพรหมุนตัวเดินกลับไปหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูของตัวเอง
"พอถึงเวลานั้น แพรคงต้องรบกวนคุณพัชชาช่วยเคลียร์ ‘ของเก่าๆ’ หรือ ‘ตารางงานลับๆ’ ของพี่คิมให้เรียบร้อยด้วยนะคะ แพรไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครหวังว่าคุณจะเข้าใจ"
พูดจบ เหมือนแพรก็เดินเชิดหน้าออกจากห้องไป ทิ้งให้พัชชายืนนิ่งงันอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบที่ดังอื้ออึงอยู่ในหัว
ขาทั้งสองข้างของพัชชาไร้เรี่ยวแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา หญิงสาวก้มหน้าลงซ่อนหยดน้ำตาที่ในที่สุดก็ร่วงหล่นลงมาอาบสองแก้ม ความเจ็บปวดที่ถูกตอกย้ำสถานะทำให้เธอตาสว่าง
ของเล่น กับ ของเก่าที่ต้องถูกเคลียร์ทิ้ง
นั่นคือคำจำกัดความของเธอในชีวิตคิมหันต์พัชชายกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ แววตาที่เคยเจียมตัวและยอมจำนนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอทนอยู่ในนรกขุมนี้มานานเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องคืนอิสรภาพและศักดิ์ศรีให้ตัวเองเสียที
เย็นนี้แหละ เธอจะพิมพ์ซองขาวใบนั้นด้วยตัวเอง เเล้วหายไจากชีวิตเขา