"แม่งเอ๊ย เธอหนีฉันไปซ่อนอยู่ที่ไหนวะพัชชา"
เสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดดังก้องไปทั่วห้องชุดสุดหรูที่บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นเยียบ คิมหันต์เตะเก้าอี้สตูลหน้าโต๊ะเครื่องแป้งจนกระเด็นไปกระแทกผนังอย่างแรงเพื่อระบายความอัดอั้นที่จุกแน่นอยู่ในอก แต่ความเจ็บปวดทางกายกลับไม่สามารถเทียบเคียงความร้อนรุ่มในใจได้เลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนปลายเตียงนอนกว้าง มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากดโทรศัพท์มือถือโทรออกหาเบอร์เดิมเป็นร้อยครั้ง นิ้วเรียวยาวกดโทรออกซ้ำๆ จนหน้าจอร้อนจี๋ แต่สิ่งที่ตอบรับกลับมาก็ยังคงเป็นเสียงโอเปอเรเตอร์ผู้หญิงที่ท่องประโยคเดิมๆ ราวกับหุ่นยนต์
‘หมายเลขที่คุณเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...
เปล้งง
"โธ่เว้ย รับสายสิ รับสายฉันเดี๋ยวนี้พัชชา "
คิมหันต์ขว้างโทรศัพท์เครื่องหรูราคาเฉียดแสนกระแทกเข้ากับผนังห้องจนมันแตกกระจาย ชิ้นส่วนหลุดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง แต่ถึงกระนั้น ความเกรี้ยวกราดก็ยังไม่มอดดับลง ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเดินงุ่นง่านไปทั่วห้อง ราวกับเสือร้ายที่กำลังบ้าคลั่งเมื่อพบว่าเหยื่ออันโอชะหลุดรอดออกไปจากกรงเล็บ
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้ากรุงเทพฯ เปลี่ยนเป็นสีส้มอมเทา บรรยากาศภายในห้องยิ่งดูอ้างว้างและเงียบเหงาจับใจ
ความเงียบ... คือสิ่งที่คิมหันต์เกลียดที่สุดในเวลานี้ เพราะมันยิ่งตอกย้ำให้เขารู้ซึ้งว่า ผู้หญิงที่เคยอยู่เคียงข้างเขามาตลอดสามปี ผู้หญิงที่คอยจัดการทุกอย่างให้เขาสมบูรณ์แบบ ผู้หญิงที่เป็นดั่งอากาศที่เขาคุ้นเคย ได้หายตัวไปแล้วจริงๆ
ครืด... ครืด...
เสียงสมาร์ทวอทช์บนข้อมือแกร่งสั่นเตือน คิมหันต์รีบยกขึ้นมาดูด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่เมื่อเห็นชื่อของกรลูกน้องคนสนิทโชว์หราอยู่บนหน้าจอ เขาก็รีบกดรับสายทันที
"ว่าไงไอ้กร ได้เรื่องไหม เธออยู่ที่ไหน"
เสียงทุ้มตวาดถามอย่างร้อนรน
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ
"เอ่อ... บอสครับ ทางเราเช็กกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้ว คุณพัชชาขึ้นแท็กซี่ออกจากหน้าบริษัทไปตั้งแต่ตอนเที่ยงครึ่งครับ แต่ว่า..."
"แต่อะไร พูดมาให้จบ!"
"แท็กซี่คันนั้นไปจอดส่งคุณพัชชาที่สถานีขนส่งผู้โดยสารครับบอส หลังจากนั้นเธอก็เดินปะปนไปกับฝูงชน กล้องวงจรปิดตรงนั้นเสียหลายตัว ทำให้เราคลาดสายตา ไม่รู้แน่ชัดว่าเธอซื้อตั๋วรถทัวร์ไปลงที่จังหวัดไหน ส่วนเรื่องบัตรเครดิต คุณพัชชาไม่ได้รูดใช้จ่ายอะไรเลยแม้แต่บาทเดียวครับ เธอเบิกแต่เงินสดติดตัวไป"
คำรายงานของลูกน้องราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางศีรษะ คิมหันต์ยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน
สถานีขนส่ง? เธอหนีไปต่างจังหวัดอย่างนั้นเหรอ? ไม่มีร่องรอยการใช้บัตร ไม่มีเบาะแสปลายทาง เธอวางแผนทุกอย่างมาอย่างแนบเนียนเพื่อตัดขาดจากเขาทุกช่องทาง
"ไปสืบมา ค้นประวัติการซื้อตั๋วทุกบริษัททัวร์ในเวลานั้น เช็กกล้องวงจรปิดของร้านค้าแถวนั้นทุกร้าน "
คิมหันต์สั่งการเสียงกร้าว ดวงตาคมกริบแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด
"ถ้าภายในพรุ่งนี้เช้าแกยังหาตัวเธอไม่พบมึงก็เตรียมตัวเขียนใบลาออกได้เลย"
ชายหนุ่มตัดสายทิ้งอย่างหัวเสีย เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอีกครั้ง สองมือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ด้วยความเครียดจัด ภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาเมื่อเช้าลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง พร้อมกับคำพูดตัดพ้อที่แสนเย็นชา
‘ฉันแค่เหนื่อย และตระหนักได้ว่า ตัวเองควรจะอยู่ในที่ที่ควรอยู่’
"ที่ของเธอคือข้างกายฉันพัชชาไม่ใช่ที่อื่น"
คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาเจ็บปวดและวาวโรจน์ผสานกันอย่างน่ากลัว ต่อให้เธอจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว เขาก็จะตามล่าพลิกแผ่นดินหาตัวเธอให้เจอ และเมื่อใดที่เขาจับตัวเธอได้เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอคลาดสายตาอีกเป็นอันขาด