บรรยากาศยามบ่ายบนดอยแม่สลองเงียบสงบและร่มรื่น กลิ่นใบชาคั่วหอมกรุ่นลอยอบอวลมาจากเรือนไม้ของโฮมสเตย์ พัชชาในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง กำลังช่วย ‘ป้าสาย’ เจ้าของโฮมสเตย์เช็ดโต๊ะไม้และจัดเรียงถ้วยชาสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว รอยยิ้มบางๆ เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานเมื่อเธอได้พูดคุยแลกเปลี่ยนรอยยิ้มกับชาวบ้านที่แวะเวียนมาทักทาย
แม้ในใจจะยังมีบาดแผลที่สดใหม่ แต่ความเรียบง่ายของที่นี่ก็เปรียบเสมือนยาชั้นดีที่ช่วยเยียวยาให้เธอมีแรงก้าวเดินต่อไป
บรื้น... เอี๊ยด
เสียงเครื่องยนต์ของรถยุโรปขับเคลื่อนสี่ล้อคันหรูที่ดังคำรามแหวกความเงียบสงบของหุบเขา ทำให้ชาวบ้านและพนักงานในโฮมสเตย์ต่างหันไปมองเป็นตาเดียว รถคันสีดำขลับราคาเหยียบสิบล้านจอดเทียบสนิทที่ลานดินหน้าโฮมสเตย์ช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งกับบรรยากาศสมถะของที่นี่อย่างสิ้นเชิง
พัชชาชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ สัญชาตญาณบางอย่างในอกร้องเตือนจนก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
ประตูรถฝั่งผู้โดยสารเปิดออก ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นหูซึ่งดังทำลายความสงบของยอดดอยในพริบตา
"โอ๊ย ทางอะไรเนี่ยคะ ทั้งแคบ ทั้งฝุ่นเขรอะไปหมด รองเท้าคอลเลกชันใหม่ของแพรเปื้อนโคลนหมดแล้ว "
ร่างบางในชุดเดรสแบรนด์เนมและรองเท้าส้นสูงปรี๊ดของเหมือนแพรก้าวลงมาจากรถ หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความรังเกียจขณะพยายามปัดฝุ่นออกจากชุดราคาแพง ทว่าวินาทีต่อมา ประตูรถอีกฝั่งก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าที่พัชชาพยายามหลบหนีมาตลอดหลายวัน
ร่างของคิมหันต์ ก้าวลงมายืนบนพื้นดิน ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมและดุดันยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมออกสองเม็ดและแขนเสื้อที่พับขึ้นลวกๆ ไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของเขาลดน้อยลงเลย นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองไปรอบบริเวณเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของอดีตเลขาฯ ซึ่งยืนแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะไม้
วินาทีที่สบตากัน โลกทั้งใบของพัชชาราวกับหยุดหมุน
ผ้าขี้ริ้วในมือร่วงหล่นลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อเห็นสายตาวาวโรจน์ที่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความคิดถึง และความปรารถนาที่จะครอบครอง ของผู้ชายตรงหน้า
เขาตามเธอมาเจอ... เขาหาเธอพบจนได้!
ทว่าความหวาดหวั่นที่เขาตามเจอ กลับไม่เจ็บปวดเท่ากับการที่เห็นว่ามี ใครยืนอยู่เคียงข้างเขา
"พี่คิมคะ แพรว่าเรากลับกันเถอะค่ะ ที่กันดารแบบนี้"
เหมือนแพรกำลังจะบ่นต่อ แต่สายตาก็พลันไปปะทะเข้ากับร่างของพัชชาที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ไม่ไกล หญิงสาวไฮโซแสยะยิ้มร้ายกาจทันที
"อ้อ..ที่แท้ก็หนีมาซุกหัวอยู่ในที่ซอมซ่อแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงหาตัวยากนัก"
คิมหันต์ไม่ได้สนใจคำพูดของว่าที่คู่หมั้นเลยแม้แต่น้อย เขาสะบัดมือเหมือนแพรที่พยายามจะเกาะแขนออกอย่างรำคาญใจ สองขายาวก้าวอาดๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาพัชชาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนคนรอบข้างต้องถอยหลบ
"บะ... บอส" พัชชาเค้นเสียงเรียกเขาอย่างยากลำบาก สัญชาตญาณสั่งให้เธอถอยหลังหนี แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง
"สนุกไหมพัชชา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเย็นเยียบ เมื่อร่างสูงก้าวมาหยุดยืนประจันหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนพัชชาได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ทำให้เธอแทบน้ำตาปริ่ม
"เล่นซ่อนแอบสนุกมากไหม พัชชา"
"ฉันไม่ได้เล่นซ่อนแอบ ฉันลาออกแล้ว และฉันก็มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่ที่ไหนก็ได้"
พัชชาเชิดหน้าขึ้น พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อต่อกรกับเขา แม้ในใจจะสั่นเทาไปหมดก็ตาม
"เเต่ฉันยังไม่อนุมัติเพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น"
คิมหันต์ตวาดลั่นจนป้าสายและชาวบ้านแถวนั้นสะดุ้ง มือหนาเอื้อมไปคว้าต้นแขนบอบบางของเธอแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนอกกว้างปะทะกับร่างนุ่ม
"คิดว่าทิ้งซองขาวโง่ๆ ไว้แค่นั้นแล้วจะหนีฉันพ้นเหรอ ฝันไปเถอะ"
"ปล่อยฉันนะคุณคิมหันต์ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน"
พัชชาพยายามดิ้นรนผลักไสแผงอกแกร่ง น้ำตาแห่งความน้อยใจเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาในหน่วยตา
"ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อเธอเป็นของฉัน"
เขาคำรามชิดใบหน้าหวาน
"คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อตามเลขาฯ กลับไปทำงานหรอกค่ะ"
พัชชาแค่นยิ้มหยันทั้งน้ำตา สายตาปวดร้าวทอดมองข้ามไหล่กว้างของเขาไปยังเหมือนแพรที่ยืนกอดอกมองมาด้วยสายตาเย้ยหยัน
"คุณแค่พาตัวจริงของคุณมาเยาะเย้ยของเล่นที่คุณเพิ่งทิ้งไปต่างหาก พอใจคุณแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นก็ปล่อยฉัน แล้วกลับไปในโลกของคุณซะ"
คำพูดตัดพ้อของพัชชาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของคิมหันต์ ชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่เธอเข้าใจผิดไปไกลลิบ เขาอยากจะตะโกนบอกเธอว่าเขาไม่ได้อยากให้ผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นตามมาเลยสักนิด... แต่ทิฐิและแรงโทสะที่เธอหนีเขามา ทำให้เขาเลือกที่จะทำในสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า
"กลับไปเก็บของซะพัชชา" คิมหันต์กดเสียงต่ำ บีบแขนเธอแน่นขึ้นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"เธอต้องกลับกรุงเทพฯ กับฉัน เดี๋ยวนี้"
"ไม่คะ ฉันไม่กลับ "
"ได้... จะลองดีกับฉันใช่ไหม"
ประธานหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะก้มลงตวัดวงแขนแกร่งช้อนร่างบางของพัชชาขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับเธอไร้น้ำหนัก ท่ามกลางเสียงหวีดร้องตกใจของเจ้าตัวและสายตาตกตะลึงของผู้คนรอบข้างทันที