เพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองหลวงบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า คือสถานที่ที่พัชชาคุ้นเคยพอๆ กับโต๊ะทำงานของตัวเอง
หญิงสาวแตะคีย์การ์ดสีดำขลับที่สลักชื่อ K.H. ลงบนแป้นรับสัญญาณของลิฟต์ส่วนตัว ตัวเลขดิจิทัลวิ่งขึ้นสู่ชั้นบนสุดอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว ภายในใจของพัชชากลับเต้นระรัวขัดกับใบหน้าที่พยายามปั้นให้เรียบเฉย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นห้องนั่งเล่นกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำดุดันและสมบูรณ์แบบ ไม่ต่างจากเจ้าของห้อง
ไฟในห้องสลัวลง เหลือเพียงแสงสีส้มจากโคมไฟระย้าและแสงสว่างจากตึกรามบ้านช่องภายนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่ทอดตัวยาวจากพื้นจรดเพดาน
ร่างสูงของคิมหันต์นั่งพิงพนักโซฟาหนังอิตาลีสีเข้มอยู่ตรงนั้น เขาสลัดคราบประธานบริหารเจ้าระเบียบทิ้งไป เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและผิวสีทองแดงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักรูปไม้กางเขนเล็กๆ ที่ท้องแขนด้านซ้ายที่มีแค่เธอเท่านั้นที่เคยได้สัมผัสมัน
ในมือหนาถือแก้วคริสตัลบรรจุวิสกี้สีอำพัน เขย่าเบาๆ ให้ก้อนน้ำแข็งกระทบกันเกิดเสียงดังกังวานท่ามกลางความเงียบ
"มาช้าไปสิบห้านาทีนะ พัชชา"
เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทักทายโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง ดวงตาคมกริบยังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังประเมินกรุงเทพมหานครทั้งเมืองที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า
"ขอโทษค่ะ พอดีฝนตก รถเลยติดนิดหน่อย"
พัชชาตอบเสียงเรียบ ขณะวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะกระจก เธอเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมของวิสกี้ชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยทำให้ประสาทสัมผัสของเธอเริ่มตื่นตัว
"ฉันไม่ชอบคนผิดเวลา เธอน่าจะรู้กฏข้อนี้ดี"
คิมหันต์วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะเตี้ย ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองร่างบางที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว สายตาของเขาไล่เรี่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า คล้ายกำลังเปลื้องผ้าเธอออกด้วยสายตา
"ค่ะ ฉันรู้"
พัชชาก้มหน้าลงเล็กน้อย
"ฉันจะเตรียมตัวเดี๋ยวนี้"
เธอหันหลังเตรียมจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายตามกฎที่เขี้ยวเข็ญไว้ แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นระยะ วงแขนแข็งแรงก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น แล้วกระตุกเพียงครั้งเดียว ร่างของเธอก็ปลิวหวือลงไปนั่งแหมะอยู่บนตักแกร่งของเขา
"อ๊ะ.. บอสคะ"
พัชชาอุทานด้วยความตกใจ สองมือรีบยันแผงอกกว้างไว้ตามสัญชาตญาณ
"เวลานี้ นอกเวลางาน"
คิมหันต์กระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนอ่อนในกายสาวลุกซัน
"เรียกชื่อฉันตามปกติ"
"คุณคิม" เธอเค้นเสียงเรียกชื่อเขาอย่างยากลำบาก เมื่อจมูกโด่งเป็นสันเริ่มซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ
"ดีมาก" เขาครางรับในลำคออย่างพึงพอใจ วงแขนแกร่งรัดเอวคอดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหน
" อืมม ..ตัวเธอหอมมากเลยพัชชา "
มือหนาอีกข้างเริ่มทำหน้าที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวสวยของเธอออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ทว่าแฝงไปด้วยความรุ่มร้อนที่พร้อมจะแผดเผา
"คุณคิมเเต่ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะคะ"
พัชชาพยายามท้วง เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณเนินอก
"ช่างมันฉันรอไม่ไหวแล้ว"
คิมหันต์ตัดบทอย่างเอาแต่ใจ เขาพลิกตัวเธอให้นอนหงายราบลงไปบนโซฟาหนังตัวกว้าง ร่างหนาตามขึ้นมาทาบทับ คร่อมร่างเธอไว้ใต้ร่างเขา
ดวงตาคมกริบประสานเข้ากับดวงตากลมโตที่สั่นระริกของเธอ ภายในแววตาของเขาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน ไม่มีร่องรอยของความรัก ไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยน
มีเพียงความต้องการที่จะครอบครองและตักตวงทุกอย่างจากร่างกายนี้เท่านั้น
พัชชาหลับตาลงอย่างยอมจำนน ปล่อยให้เขารุกล้ำและลิดรอนลมหายใจของเธอไปครั้งแล้วครั้งเล่า ริมฝีปากหยักบดขยี้ลงมาอย่างเอาแต่ใจ เรียกร้องและบังคับให้เธอเปิดรับสัมผัสที่แสนวาบหวาม เธอจิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่าน ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้น
ในหัวของเธอเฝ้าย้ำเตือนตัวเองซ้ำๆ
...าเพราะมันคือข้อตกลงมันคือความพึงพอใจและเขาไม่มีวันเป็นของเธอ...
แต่ยิ่งเขาผลักไสดันลึกเข้ามาในร่างกายมากเท่าไหร่ หัวใจของเธอก็ยิ่งแตกร้าวมากเท่านั้น ความอบอุ่นที่ได้รับในยามค่ำคืน เป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปเมื่อแสงตะวันของวันใหม่มาเยือน พรุ่งนี้เช้า เธอก็จะกลับไปเป็นเพียงคุณพัชชา เลขานุการผู้แสนดี ที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหึงหวงเมื่อเห็นเขาควงผู้หญิงคนอื่น
พัชชาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของเขา ปล่อยให้น้ำตาหยดเล็กๆ ไหลซึมลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่มอย่างเงียบงันโดยที่เขาไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า ภายใต้เสียงครางหวานหูนั้น ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้มากเพียงใด